ขยะหนึ่งชิ้นอาจเล็ก แต่การทำให้มันหายไปต้องอาศัยทั้งระบบ

ขยะหนึ่งชิ้นอาจเล็ก แต่การทำให้มันหายไปต้องอาศัยทั้งระบบ

หนึ่งในเวทีของงาน รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร คือการพูดคุยกับ ‘เปรม พฤกษ์ทยานนท์’ เจ้าของเพจ ‘ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป’ คนทำงานเรื่องขยะที่เริ่มต้นจากความตั้งใจง่ายๆ ว่าอยากให้คนแยกขยะเป็น ก่อนจะพบว่าปัญหานี้ไม่ได้อยู่แค่ที่พฤติกรรมของคน

ชื่อหัวข้อบนเวทีคือ ‘มือเล็กที่เปลี่ยนโลกใหญ่’ ซึ่งเปรมยอมรับว่าเป็นชื่อที่ทำให้เขาเขิน เพราะตัวเองไม่ได้คิดว่ากำลังเปลี่ยนโลก และยังไม่ได้ทำอะไรใหญ่โตขนาดนั้น

แต่เมื่อมองย้อนกลับไป คนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงมีหลายรูปแบบ บางคนลุกขึ้นทำเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญจนเกิดแรงกระเพื่อม บางคนเลือกทำเรื่องเล็กๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก และบางคนสร้างระบบหรือเครื่องมือขึ้นมาเพื่อให้คนจำนวนมากเข้ามาร่วมกันเปลี่ยนแปลง

‘สืบ นาคะเสถียร’ เป็นตัวอย่างหนึ่งของคนที่สร้างแรงกระเพื่อม การตัดสินใจของสืบไม่ได้ทำให้โลกเปลี่ยนในชั่วข้ามคืน แต่เสียงที่เกิดขึ้นในวันนั้นถูกส่งต่อผ่านผู้คนและงานอนุรักษ์มาจนถึงวันนี้

เปรมยกตัวอย่าง ‘โรซา ปาร์คส์’ (Rosa Parks) ที่ปฏิเสธจะลุกจากที่นั่งบนรถโดยสารให้ผู้โดยสารผิวขาวในยุคที่กฎหมายแบ่งแยกสีผิวยังมีผลบังคับใช้ หรือ ‘เกรตา ธันเบิร์ก’ (Greta Thunberg) ที่เริ่มจากการถือป้ายประท้วงเรื่องสภาพภูมิอากาศหน้ารัฐสภาสวีเดน ก่อนจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวที่มีคนเข้าร่วมทั่วโลก

อีกแบบคือคนที่เลือกทำเรื่องเดิมอย่างต่อเนื่อง เช่น ‘อาฟรอซ ชาห์’ (Afroz Shah) ที่เริ่มเก็บขยะบนชายหาดในมุมไบกับเพื่อนเพียงคนเดียว ก่อนมีผู้คนเข้ามาร่วมมากขึ้น หรือ ‘ทัศรัฐ มานจี’ (Dashrath Manjhi) ชายชาวอินเดียที่ใช้เครื่องมือพื้นฐานเจาะผ่านภูเขาด้วยตัวเองเป็นเวลาราว 22 ปี เพื่อสร้างทางให้ชุมชน

“เก็บขยะหนึ่งชิ้น มันก็หายไปหนึ่งชิ้น” เป็นวิธีคิดง่ายๆ ที่เปรมใช้มองการเปลี่ยนแปลง

ตัวเขาเองเริ่มต้นจากการทำเพจเรื่องขยะ ในช่วงที่เรื่องการแยกขยะยังมีคนพูดถึงไม่มากนัก เปรมโพสต์ความรู้ทุกวัน ต่อให้ไม่มีคนกดไลก์ก็ยังทำต่อ เพราะเชื่อว่าถ้าคนรู้จักแยกขยะมากขึ้น ปัญหาน่าจะดีขึ้น

แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ เขากลับพบว่า การให้ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ขยะลดลง คือ คนรู้ว่าควรแยกขยะ กดไลก์ แชร์ข้อมูล แต่ขยะยังถูกทิ้งเหมือนเดิม คำถามของเปรมจึงเปลี่ยนจาก “ทำอย่างไรให้คนแยกขยะ” เป็น “ทำอย่างไรให้การแยกขยะง่ายขึ้น”

จากตรงนั้น เขาเริ่มมองปัญหาเป็นเรื่องของ ‘ระบบ’

หนึ่งในปัญหาที่เปรมพูดถึงคือการแยกขยะตามสีของถังในพื้นที่สาธารณะ แต่ไม่ได้มีระบบจัดการด้านหลังตามมาด้วย เมื่อประชาชนแยกขยะแล้วไม่รู้ว่าใครจะมารับ ขยะจะถูกนำไปที่ไหน หรือสุดท้ายจะถูกจัดการอย่างไร การแยกขยะก็กลายเป็นเรื่องที่คนไม่แน่ใจว่าทำไปแล้วมีความหมายแค่ไหน

สำหรับเปรม หลักการสำคัญของการแยกขยะมีเพียงข้อเดียวคือ ‘ต้องมีคนรับ’

ถ้ามีคนรับกระดาษไปรีไซเคิล เราก็แยกกระดาษ ถ้ามีระบบรับขวดกลับคืน เราก็แยกขวด แต่ถ้าไม่มีปลายทางที่ชัดเจน ขยะที่แยกแล้วก็อาจกลับไปรวมกันอีก

นี่ทำให้เขาเห็นว่าการแก้ปัญหาขยะต้องไปไกลกว่าการบอกประชาชนให้ ‘มีจิตสำนึก’

เปรมยกตัวอย่างระบบ ‘Pay as you throw’ ในบางประเทศ ซึ่งคิดค่าจัดการขยะตามปริมาณที่ทิ้ง ทิ้งมากจ่ายมาก ทิ้งน้อยจ่ายน้อย หรือมีระบบที่ทำให้การแยกขยะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ หลักคิดสำคัญคือทำให้คนเห็นว่าขยะมีต้นทุน และผู้ที่สร้างขยะควรมีส่วนรับผิดชอบกับต้นทุนนั้น

ในประเทศไทย เปรมมองว่ากฎหมายเป็นอีกเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ระบบเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ตั้งแต่การกำหนดความรับผิดชอบของผู้ผลิต การจัดการบรรจุภัณฑ์ ระบบคืนขวด ไปจนถึงการจัดการขยะตามปริมาณจริง

เขายังพูดถึงความพยายามผลักดันกฎหมายด้าน ‘Circular Economy’ หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่จะช่วยกำหนดบทบาทของผู้ผลิต ผู้บริโภค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อการจัดการขยะ ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง

ส่วนตัวเปรมเองก็พยายามสร้างเครื่องมือขึ้นมา จากเดิมที่ทำเพจให้ความรู้มาต่อยอดเป็น ‘Green2Get’ แพลตฟอร์มที่เชื่อมคนแยกขยะ คนรับซื้อของเก่า และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้การแยกขยะมีปลายทางที่ชัดเจนและใช้งานได้จริง

ทั้งหมดนี้ทำให้ ‘มือเล็ก’ ในความหมายของเปรมไม่ได้หมายถึงคนที่ต้องทำเรื่องใหญ่เพียงลำพัง

มือเล็กอาจเป็นคนที่เริ่มเก็บขยะทุกวัน เป็นคนที่ทำเพจให้ความรู้ เป็นคนที่สร้างเครื่องมือ หรือเป็นคนที่ช่วยผลักดันกฎหมาย และเมื่อมือเหล่านี้เข้ามาต่อกัน สิ่งที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นระบบที่ใหญ่เกินกว่าคนคนเดียวจะสร้างได้

บางคนอาจเปลี่ยนตัวเอง บางคนเปลี่ยนครอบครัว บางคนเปลี่ยนชุมชน และบางคนมีโอกาสไปเปลี่ยนจังหวัด ประเทศ หรือโลกในวงกว้าง

“ผมเชื่อว่าทุกๆ คนมีสกิล มีสังคม มีโลกของตัวเอง มีโลกที่อยู่ในมือของตัวเองที่เราเปลี่ยนแปลงได้ เราอาจจะไม่ต้องเปลี่ยนโลกขนาดใหญ่ก็ได้ เราเปลี่ยนโลกของเราครับ โลกของเราในที่นี้อาจจะเป็นเรื่องของโลกส่วนตัวเลย อาจจะเป็นเรื่องของครอบครัว หรือใครมีพลังหน่อยก็อาจจะเป็นเรื่องของประเทศ เรื่องของจังหวัด แต่ผมเชื่อว่าทุกๆ คนเนี่ยเปลี่ยนโลกได้นะครับ”

ปัญหาสิ่งแวดล้อมและขยะมีอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือเราไม่เห็นผลทันที เราแยกขยะหนึ่งถุง โลกก็ไม่ได้เปลี่ยนในวันนั้น เราลงชื่อสนับสนุนกฎหมาย ปัญหาขยะก็ไม่ได้หายไปในวันรุ่งขึ้น ความรู้สึกว่า “ทำไปแล้วจะเปลี่ยนอะไร” ทำให้หลายคนเลือกไม่เริ่ม

แต่สำหรับเปรม คำถามอาจไม่ใช่ “ฉันเปลี่ยนโลกได้ไหม” แต่อาจเป็น “ฉันมีเหตุผลเพียงพอหรือยังที่จะเริ่มทำอะไรสักอย่าง”

เพราะกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมจะใหญ่จนทุกคนมองเห็น บางครั้งการแก้ปัญหาอาจยากเกินกว่าจะย้อนกลับมาแก้ได้ง่ายๆ

แรงกระเพื่อมอาจเริ่มจากมือเล็กๆ เพียงมือเดียว ก่อนจะมีอีกมือเข้ามาต่อ และกลายเป็นพลังที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ขยะหนึ่งชิ้นอาจดูเล็กมากเมื่อเทียบกับขยะทั้งเมือง แต่สำหรับคนที่ลงมือเก็บ มันคือขยะหนึ่งชิ้นที่หายไปจริงๆ

ผู้เขียน

Website | + posts

ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม