36 ปี 36 ภาพ การกลับบ้านกลางป่าห้วยขาแข้ง — รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร

36 ปี 36 ภาพ การกลับบ้านกลางป่าห้วยขาแข้ง — รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร

“ถนนเส้นนี้ผมขับมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง จำได้ว่าตรงไหนหลุมลึก
ตรงไหนต้องชะลอเพราะมีสัตว์ข้าม แต่มีอยู่ 2 วันในหนึ่งปีที่ถนนเส้นนี้ไม่เหมือนเดิม
คือมีรถวิ่งสวนกันไม่ขาดสาย ทะเบียนต่างจังหวัดปนกันไปหมด
ทุกคันมุ่งไปทางเดียวกันไม่มีใครนัดใคร
แต่ทุกวันที่ 31 สิงหาคม คนจำนวนหนึ่งจะออกจากบ้านของตัวเอง
เพื่อเดินทางมาที่บ้านอีกหลังหนึ่ง”

รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร | 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 | เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

บ้านหลังที่ปรากฏอยู่ซ้ำๆ

สิ่งแรกที่เราเห็นเมื่อไปถึง ไม่ใช่คน ไม่ใช่เต็นท์ แต่เป็นภาพบ้านไม้ใต้ถุนสูงที่ยืนอย่างมั่นคงอยู่กลางป่า ฉากหลังเป็นต้นไม้สีเขียวน้อยใหญ่สลับกันไป

ตลอด 2 วันจากนั้น บ้านหลังเดิมปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก บนจอฉายในห้องประชุม บนป้ายหน้างาน บนหน้าอกเสื้อของคนที่เดินสวนกันไปมา จนถึงกลางดึกตอนที่เทียนเล่มแรกถูกจุด มันก็ยังอยู่ตรงนั้น

ไม่มีใครพูดถึงมันสักครั้ง เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่านั่นคือบ้านของใคร

บ้านสืบ นาคะเสถียร
บ้านพักของสืบ นาคะเสถียร

ผมมาที่นี่ในวันที่ 31 สิงหาคมมาแล้วหลายปี มากพอที่จะเริ่มสังเกตเห็นสิ่งที่เปลี่ยนไปทีละนิด

ต้นไม้ที่ลานหน้าอนุสรณ์สถานสูงขึ้น เจ้าหน้าที่บางคนที่เคยเห็นเดินอยู่แถวนี้เกษียณไปแล้ว มีหน้าใหม่ที่อายุน้อยกว่าผมเข้ามาแทน เด็กที่เคยวิ่งเล่นตอนนั้นตอนนี้ใส่เสื้ออาสาสมัคร

มีแค่วันที่กับเหตุผลของการมาเท่านั้นที่ไม่เคยเปลี่ยน

รำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร
คีย์วิชวลปีนี้เป็นภาพบ้านพักริมห้วยทับเสลา ตลอดสองวันมันปรากฏอยู่บนจอ บนป้าย และบนเสื้อของคนที่มา โดยไม่มีใครเอ่ยถึงมันสักครั้ง

หน้าบ้านมีคนรออยู่

โซนแรกที่เจอเมื่อเดินเข้ามาคือลานหน้าอนุสรณ์สถาน ที่นี่มีเต็นท์เรียงกันเป็นแถว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนระบำ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย Panthera Thailand WCS Thailand สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือกและเครือข่ายงานอนุรักษ์อีกมากมาย

ทั้งหมดนี้ทำงานคาบเกี่ยวกันหลายพื้นที่ ดูแลสัตว์ ดูแลป่า มีหลากหลายวิธีในการอนุรักษ์
และตลอดทั้งปีเราก็อาจจะวนมาเจอกันบ้างในหลายๆ งาน
แต่ที่แน่ๆ ปีละครั้งพวกเขาจะมาตั้งโต๊ะอยู่บนลานหญ้ากลางป่าห้วยขาแข้งร่วมกัน

ซ่อมโพรงนกเงือก
อุปกรณ์ปีนชุดนี้เป็นชุดเดียวกันที่ใช้สำรวจโพรงรังของนกเงือกในป่า
ของที่ระลึกสืบ
บูธของที่ระลึก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
พวงกุญแจพญาแร้ง
พวงกุญแจพญาแร้งปั้นและวาดมือ จากโครงการพญาแร้งคืนถิ่นฯ
ละครหุ่นมือ
การแสดงละครหุ่นมือ “เพื่อนห้วยขาแข้ง” โดยศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
บิงโกพญาแร้ง
กิจกรรมเกมบิงโก “พญาแร้งกับเพื่อนสัตว์ป่า”

เก้าอี้นับร้อยหันเข้าหากัน

ในอาคารอนุสรณ์สถาน มีเวทีประชุมเครือข่ายชุมชนรอบผืนป่าห้วยขาแข้ง หัวข้อคือการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ต่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่กันชน

สิ่งที่ผมสังเกตเห็นก่อนจะได้ยินใครพูดอะไร คือเก้าอี้ในห้องนี้ถูกจัดเป็นวงกลม ไม่ใช่แถวหันหน้าเข้าเวที

พื้นที่กันชนคือรั้วบ้าน เป็นเส้นที่ป่ากับหมู่บ้านมาบรรจบกัน และเป็นเส้นที่ยังตกลงกันไม่จบ คนที่นั่งอยู่ในวงนี้บางคนเคยยืนคนละฝั่งกันมาก่อน เจ้าหน้าที่ที่เคยจับ ชาวบ้านที่เคยถูกจับ
การกลับบ้านไม่ได้แปลว่าทุกอย่างในบ้านเรียบร้อยดี บ้านหลังนี้ยังมีเรื่องที่คุยกันไม่จบ และการที่ทุกคนยังยอมมานั่งในวงเดียวกันปีแล้วปีเล่า อาจเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับความหวังที่สุดเท่าที่จะมีได้ในการร่วมกันแก้ปัญหา

เวทีประชุมเครือข่ายชุมชนรอบผืนป่าห้วยขาแข้ง
เก้าอี้ในห้องนี้ถูกจัดเป็นวงกลม ไม่ใช่แถวหันหน้าเข้าเวที
ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
Elephant Guard
ทีม Elephant Guard
ผู้ร่วมประชุม
เจ้าหน้าที่ป่าไม้

แดดคล้อยที่ลานหินโค้ง

บ่ายคล้อย คนเริ่มทยอยลงมานั่งบนขั้นบันไดหินใต้ต้นไทรใหญ่ เสียงกีตาร์กับคีย์บอร์ดลอยขึ้นมาจากลานด้านล่าง เป็นเพลงที่พูดถึงป่าและคนที่ทำงานกับป่า คนเล่นเป็นเจ้าหน้าที่ นุ่งกางเกงลายพรางตัวเดิมที่ใส่ทำงาน

แสงค่อยๆ เปลี่ยนสี จากขาวเป็นเหลือง จากเหลืองเป็นส้ม แล้วคบไฟบนสนามก็ถูกจุดขึ้นทีละต้น

ลานหินโค้ง
ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาสู่ลานหินโค้ง
นักดนตรีพิทักษ์ป่า
พี่จิ้น – เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเสียงดี จากห้วยขาแข้ง
บรรยากาศงานรำลึก
บรรยากาศรำลึกสืบ
รำลึก 36 ปี สืบ
คบเพลิงประมาณ 300 ต้น ที่ถูกปักโดยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า

คนเฝ้าบ้าน

กลางลานหินโค้ง มีเก้าอี้ไม้สี่ตัววางอยู่ ผู้พิทักษ์ป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั้ง 3 แห่งนั่งอยู่บนนั้น เล่าเรื่องมรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง

สิ่งที่ผมคิดตลอดเวลาที่ฟัง คือความต่างระหว่างคำสองคำ

คนที่มาในคืนนี้ส่วนใหญ่คือคนที่ “กลับมา” เราขับรถมาไกลเป็นร้อยกิโลเมตร อยู่ที่นี่สองวัน แล้วก็กลับไปทำงานของตัวเอง เรารู้สึกว่าที่นี่คือบ้าน เพราะเราคิดถึงมันตลอดทั้งปีที่ไม่ได้มา

แต่คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สี่ตัวนั้นไม่ได้กลับมา “พวกเขาอยู่ที่นี่” ในเดือนที่ฝนตกจนถนนขาด อยู่ในเดือนที่ไฟป่าลาม อยู่ในคืนที่ได้ยินเสียงปืนแล้วต้องออกไปดู และอยู่ในวันที่ไม่มีใครมาจุดเทียนให้
36 ปีที่แล้ว มีคนหนึ่งเลือกที่จะอยู่ ไม่ใช่กลับ และการตัดสินใจนั้นทำให้เรามีเหตุผลที่จะกลับมาทุกปีจนถึงวันนี้

อุดม กลับสว่าง
อุดม กลับสว่าง – ผู้ดำเนินเวที ณ ลานหินโค้ง
พิธีกรคู่หู พี่ดมกับน้องจีจี้
เพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต
หัวหน้าบิ๊ก เพิ่มศักดิ์ กนิษฐชาต – หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
บรรยากาศรำลึกสืบ กลางคืน
ฟ้าเริ่มมืด แสงจากคบเพลิงเริ่มสว่าง
เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามรดกโลก
เจ้าหน้าที่ฯ 3 คน จาก 3 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

มรดกโลกวันนี้ และในวันข้างหน้า

นายสมโภชน์ มณีรัตน์ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก และอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ยืนอยู่คนเดียวกลางลานที่ว่างเปล่า ข้างหลังเป็นจอฉายกับตรามูลนิธิสืบนาคะเสถียร

เขาพูดถึงมรดกโลกในวันนี้ และในวันข้างหน้า

สิ่งที่ทำให้ผมจำภาพนั้นได้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาพูด แต่เป็นขนาดของลานที่เขายืนอยู่ กับจำนวนคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น

สมโภชน์ มณีรัตน์ – อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

เทียนเล่มแรก

กลางดึก เทียนเล่มแรกค่อยๆ ติดขึ้น

แล้วถูกส่งต่อไปยังเล่มที่สอง เล่มที่สาม จนทั้งลานสว่างไปด้วยแสงสีส้ม ตัดกับสีของท้องฟ้าที่มืดลงจนสนิท

รำลึกสืบ
ประธานบอยและหัวหน้าบิ๊ก กล่าวคำรำลึกหน้ารูปปั้นสืบ นาคะเสถียร
จุดเทียนรำลึกสืบ นาคะเสถียร
เทียนเล่มแรกของคืนนั้นถูกจุดขึ้นกับเสื้อที่ใส่มีลายบ้านหลังเดิม
จุดเทียนรำลึกสืบ นาคะเสถียร
จุดเทียนรำลึกสืบ นาคะเสถียร
จุดเทียนรำลึกสืบ นาคะเสถียร
จุดเทียนรำลึกสืบ นาคะเสถียร
จุดเทียนรำลึกสืบ นาคะเสถียร
จุดเทียนรำลึกสืบ นาคะเสถียร

เช้าวันที่หนึ่ง

เช้าวันที่ 1 กันยายน อากาศเย็น พื้นยังชื้นจากน้ำค้าง

มีการทำบุญให้พี่สืบ มีการมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่อยู่รอบผืนป่าห้วยขาแข้ง และมีการวางหรีดเพื่อแสดงความอาลัย

เด็กที่เดินขึ้นมารับทุนในเช้านี้เกิดหลังปี 2533 พวกเขาไม่เคยเห็นหน้าคนที่ทุกคนมารำลึกถึง รู้จักเขาจากรูปปั้น จากเสื้อ จากที่ผู้ใหญ่เล่าให้ฟัง

แต่พวกเขาคือคนที่จะอยู่กับป่าผืนนี้ต่อไปอีก 36 ปี นานกว่าใครทุกคนที่มาในงานนี้

การมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่อยู่รอบผืนป่าห้วยขาแข้ง

สายๆ เต็นท์ถูกเก็บ เก้าอี้ถูกซ้อน รถทยอยออกไปตามถนนเส้นเดิม แต่ย้อนทิศ

ลานที่เมื่อคืนเต็มไปด้วยแสงเทียน กลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง เหลือแต่เจ้าหน้าที่ไม่กี่คนที่กำลังเก็บของ พวกเขาไม่ได้กำลังจะกลับบ้าน เพราะพวกเขาอยู่บ้านอยู่แล้ว

“ข้าพเจ้า จะรักษาไว้ซึ่ง ทรัพยากรป่าไม้่และสัตว์ป่า ไว้เป็นมรดกตกทอด แก่ลูกหลาน สืบต่อไป”

ห่างจากที่นี่ไปไม่ไกล ที่ห้วยทับเสลา ยังมีบ้านไม้ใต้ถุนสูงหลังหนึ่งตั้งอยู่
หลังเดียวกับที่อยู่บนจอโน้ตบุ๊ก บนป้ายในงาน บนอกเสื้อ
มันยังอยู่ตรงนั้น และปีหน้าพวกเราก็จะกลับมาอีก

ผู้เขียน

+ posts

ผู้ที่อยากบอกเล่าเรื่องราวจากผืนป่า ให้ตรงกับนามสกุล