รมว.ทส. ลงพื้นที่ทับลาน แจงมติแบ่ง 5 กลุ่มแก้ปัญหาที่ดิน ย้ำไม่ผ่อนปรนนายทุน

รมว.ทส. ลงพื้นที่ทับลาน แจงมติแบ่ง 5 กลุ่มแก้ปัญหาที่ดิน ย้ำไม่ผ่อนปรนนายทุน

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะกรรมการขับเคลื่อนการกำกับ ติดตาม และตรวจสอบพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์จากชุมชนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เดินทางลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน 

โดยรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปลายมาศ และพูดคุยกับตัวแทนชุมชน ที่โรงเรียนบ้านราษฎร์พัฒนา ตำบลบ้านราษฎร์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา 

การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่การประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา มีมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนออกจากเขตอุทยานฯ จำนวน 155,865 ไร่ จากที่ดินพิพาทที่สะสมปัญหามานานกว่า 50 ปี

แก่นของมติคือการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 กลุ่มตามสภาพการครอบครองและที่มาทางกฎหมาย แทนที่จะเพิกถอนแบบยกเข่งตามข้อเสนอเดิม

กลุ่มที่ 1 เป็นพื้นที่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินตั้งแต่ปี 2521 ให้เพิกถอนและส่งมอบ ส.ป.ก. ดำเนินการต่อ 

กลุ่มที่ 2 พื้นที่หมู่บ้านตัวอย่างตามมติ ครม. ปี 2520 ในส่วนของแปลงคดี จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ถ้าเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. หลังปี 2524 ก็จะต้องเป็นพื้นที่ของอุทยานโดยใช้มาตรา 64 ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 ส่วนที่เหลือต้องตรวจสอบคุณสมบัติผู้ครอบครองก่อน เพื่อป้องกันการโอนสิทธิ์อย่างผิดกฎหมาย ตามระเบียบต่อไป

กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) ตามมติ ครม. ปี 2535 ตรวจสอบสิทธิ์ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ โดย สคทช.ดำเนินการตามแนวทาง ส.ป.ก. แปลงรวม 

กลุ่มที่ 4 พื้นที่ชาวบ้านนอกเขต ส.ป.ก. จำนวน 109,420 ไร่ ให้คงสถานะอุทยานฯ ไว้ก่อน และพิสูจน์สิทธิ์ตามมาตรา 64 

กลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุที่ฝ่ายทหารและความมั่นคงขอใช้ประโยชน์ ดำเนินการเพิกถอนเพื่อคืนสถานะที่ราชพัสดุตามเดิม

พร้อมทั้งจะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทบทวนมติ ครม. 14 มีนาคม 2566 ที่ให้ใช้เส้นสำรวจปี พ.ศ.2543 ในการบริหารจัดการ โดยใช้การแบ่งกลุ่มปัญหาตามมติคณะกรรมการอุทยานฯ 

นอกจากนี้ นายสุชาติยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายอะลุ้มอล่วยกับกลุ่มนายทุน และได้มีคำสั่งเตรียมรื้อถอนรีสอร์ทที่กระทำผิดกฎหมายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานภายใน 15 วัน  ซึ่งจะดำเนินการพิสูจน์สิทธิ์รายแปลงอย่างเข้มงวด และจะไม่นำแนวทางการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทนี้ไปใช้ในพื้นที่อื่น