วันสิ่งแวดล้อมโลก เมื่อคุณค่าของป่าไม่ถูกนับในการพัฒนา

วันสิ่งแวดล้อมโลก เมื่อคุณค่าของป่าไม่ถูกนับในการพัฒนา

5 มิถุนายน วันสิ่งแวดล้อมโลก

ทุกครั้งที่มีโครงการพัฒนาขนาดใหญ่เกิดขึ้นกลางผืนป่าอนุรักษ์ มักมีคำถามเดิมตามมาเสมอว่า ระหว่างเศรษฐกิจกับผืนป่า เรากำลังเลือกอะไร และใครเป็นคนจ่ายต้นทุนของการตัดสินใจ

ฟังดูเหมือนเป็นการเลือกระหว่างคนละฝั่งทาง แต่ข้อเท็จอย่างหนึ่งของสองฟากฝั่งนี้เป็นมากกว่าการเลือกระหว่าง ‘พัฒนา’ หรือ ‘ไม่พัฒนา’ หากเป็นการตัดสินใจว่าประเทศจะพัฒนาแบบไหน และใครมีอำนาจในการกำหนดต้นทุนที่สังคมต้องแบกรับ

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โมเดลการพัฒนาของไทยจำนวนไม่น้อยตั้งอยู่บนแนวคิดว่าทรัพยากรธรรมชาติคือฐานสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ป่าไม้ถูกมองเป็นพื้นที่สำหรับสร้างเขื่อน สร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างถนน รองรับการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ 

แน่นอนว่าหลายโครงการมีเหตุผลรองรับและตอบโจทย์ความต้องการทางสังคม แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดความขัดแย้งระหว่างพื้นที่ธรรมชาติกับการพัฒนา ฝ่ายที่ต้องถอยก่อนมักเป็นธรรมชาติเสมอ

เหตุผลหนึ่งอาจมาจากวิธีคิดที่มองประโยชน์การพัฒนาเป็นสิ่งที่จับต้องได้ทันที ถนนที่สร้างเสร็จสามารถวัดความสำเร็จเป็นกิโลเมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุเท่าไรยิ่งคำนวณได้ชัดเจน แต่คุณค่าของผืนป่ากลับปรากฏในรูปแบบที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงมานัก

ในรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการพัฒนาหลายฉบับ กลับไม่ปรากฏมูลค่าการช่วยชะลอน้ำหลากของผืนป่าในฤดูฝน ไม่เห็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหากแหล่งต้นน้ำเสื่อมโทรม และแทบไม่มีการคำนวณมูลค่าของความหลากหลายทางชีวภาพที่ใช้เวลาหลายร้อยหลายพันปีที่โยงใยสัมพันธ์ทุกสิ่งเข้าไว้ด้วยดัน 

เมื่อสิ่งหนึ่งถูกตีราคาให้ชัดเจน แต่อีกสิ่งหนึ่งไม่ถูกพูดถึง ผลลัพธ์จึงมักเอนเอียงไปในทิศทางเดิม

ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ความหลากหลายทางชีวภาพยังคงสูง เมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ของประเทศ ผืนป่าหลายแห่งเป็นบ้านของสัตว์ป่าหายาก เป็นแหล่งต้นน้ำของลุ่มน้ำสำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่เชื่อมโยงในระดับภูมิภาค

แม้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกเริ่มพูดถึงแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนกันมากขึ้น แต่ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการทำโครงการเดิมแล้วเพิ่มมาตรการลดผลกระทบเข้าไปเล็กน้อย (อย่างการปลูกป่าทดแทน) 

แต่ความหมายที่แท้จริงของความยั่งยืนอาจอยู่ที่การกล้าตั้งคำถามตั้งแต่ต้นว่า โครงการนั้นจำเป็นจริงหรือไม่ มีทางเลือกอื่นหรือไม่ และเราสามารถบรรลุเป้าหมายเดียวกันโดยใช้ต้นทุนทางธรรมชาติน้อยกว่านี้ หรือไม่ใช่เลยได้หรือไม่

คำถามเหล่านี้อาจต้องใช้เวลาตัดสินใจ แต่ในโลกที่กำลังเผชิญทั้งวิกฤตภูมิอากาศ วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ และความไม่แน่นอนด้านทรัพยากร การตัดสินใจที่รวดเร็วที่สุดอาจไม่ใช่ทางที่คุ้มค่าที่สุดเสมอไป

เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายนของทุกปี จึงอยากชวนทุกท่านกลับมาตั้งคำถามกับโครงสร้างการพัฒนาของประเทศว่า เรากำลังวัดความสำเร็จจากอะไร เราให้คุณค่ากับธรรมชาติในฐานะต้นทุนที่ใช้แล้วหมดไป หรือในฐานะระบบชีวิตที่ทำให้เศรษฐกิจและสังคมดำรงอยู่ได้ตั้งแต่แรก

ผู้เขียน

Website | + posts

ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม