บันทึกในความทรงจำวันหนึ่งของลุงติ๋ม อาสาสมัครผลักดันช้างป่าบ้านห้วยร่วมบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรว่า “ถ้าช้างได้กินอิ่มเขาจะอารมณ์ดี” ตะโกนบอกกันเบาๆ ว่ากลับเข้าป่าไปเถิด พี่ใหญ่ก็หันหลังกลับโดยไม่ฟาดงวงฟาดงาใส่ใคร
“ก็เหมือนคนนั้นแหละ” แกว่าต่อ
“เวลาหิว พูดผิดนิดหน่อยมันพาลหงุดหงิดไปหมด เรื่องไม่เป็นเรื่องก็ทำให้เป็นเรื่องได้ แต่พอท้องอิ่มแล้ว อารมณ์ดีแล้ว ก็คุยกันง่ายหน่อย”
เรื่องระหว่างคนกับคนอาจเป็นความเพียงความธรรมดาที่โลกคุ้นเคย แต่เรื่องระหว่างคนกับช้าง ที่คุยคนละภาษา นั่นอาจเป็นหนึ่งในปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นอย่างเงียบงัน หรืออาจเป็นความบังเอิญ ก็แล้วแต่ใครเลือกเชื่อในแบบไหน
ที่บ้านห้วยร่วม ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกชุมชนที่พบช้างป่าออกมาหากินในที่ดินทำกินชุมชนเกือบทั้งปี
เทียวไปเทียวมาอยู่อย่างนั้น สลับแวะเวียนไร่มันสำปะหลังบ้าง อ้อยบ้าง สับปะรดบ้าง คาดเดากันว่าคงเพราะติดใจรสชาติพืชไร่มากกว่าพืชป่า
วิถีชีวิตผู้คนประกอบสัมมาชีพปลูกพืชไร่มานานหลายทศวรรษ ส่วนเหตุการณ์ช้างป่าเข้ามาหากินในพื้นที่ชุมชนเพิ่งมาเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2560
จากโผล่มาแค่ตัวเดียว ก็เพิ่มเป็นสี่ หลังๆ มาเป็นสิบ จากเกิดเหตุนานๆ ครั้ง ก็เปลี่ยนมาเป็นขาประจำ
“ปลายปีที่แล้ว เพิ่งคลอดลูกอยู่ในป่าชุมชนนี่เอง” พูดจบลุงก็เรียกหลานชายมาเปิดภาพรกช้างที่ถ่ายเก็บไว้ในสมาร์ทโฟนเครื่องเก่า
“ปีไหนมีเด็กมาด้วย ปีนั้นเหนื่อย เพราะช้างเด็กค่อนข้างซน” แกเล่าจากประสบการณ์
“เรื่องกินไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องเล่นนี่สิ…” แกเว้นวรรค
“…ราบไปหมด…”
งานลดผลกระทบจากเหตุช้างป่าออกมากินพืชไร่ของบ้านห้วยร่วม เริ่มจากความเป็นจิตอาสาของลุงติ๋ม ชักชวนเพื่อนบ้านมาจัดตั้งทีมอเวนเจอร์เวอร์ชั่นไร้พลังพิเศษร่วมด้วยช่วยกันผลักดันช้างกลับเข้าป่า และปกป้องพืชผลทางการเกษตร
ค่อยๆ จดความรู้จากศูนย์ เก็บเกี่ยวประสบการณ์รายวันจนช่ำชอง บ้างก็จำเอาจากชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังผลักดันช้างป่าและสัตว์ป่าที่ออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ที่มาช่วยผลักดันในบางวัน จนรู้ว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ
และมาพบว่าการปล่อยให้ช้างได้กินจนพอใจ เป็นวิธีการผลักดันที่ง่ายและเบาแรงที่สุด
เป็นองค์ความรู้บ้านๆ ได้มาโดยไม่ตั้งใจ เพียงเพราะวันหนึ่งรู้เหตุการณ์ช้า กว่าไปถึงไร่พี่ใหญ่เขาอิ่มพอดี ผลักดันกลับเข้าป่าได้ง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องออกแรง ไม่ถูกไล่กลับ และไม่ต้องจุดลูกบอลไล่นกให้เกิดเสียงดังน่ารำคาญ
หลังจากนั้นเลยทดลองทำอีกสองสามครั้งก็ให้ผลไม่ต่างจากเดิม
“ถ้ามีคนมาห้ามไม่ให้เรากินข้าว เราก็โกรธใช่ไหม ช้างก็คงเหมือนกับคนนั่นล่ะ”
แต่อะไรที่ได้มาง่ายๆ มักมีสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยน – ผลผลิตพืชไร่ที่หายไป
ลุงเล่าว่าเคยเอาวิธีนี้ไปตั้งวงสนทนาปรึกษาหารือกับชุมชน แต่โดนสวนกลับจนไปต่อไม่เป็น “ก็ให้ช้างกินของแกคนเดียวสิ”
บางคนแบ่งรับแบ่งสู้ แอบรู้สึกเห็นใจอาสาสมัคร แต่พอก้มมองเงินในกระเป๋าก็รู้สึกเห็นใจตัวเองมากกว่า
ท่ามกลางความลังเลระคนความเห็นใจ มีเรื่องหนึ่งที่ทุกคนต่างเห็นร่วมกันอย่างเงียบๆ
หากการเยียวยามาถึงทันเวลา การอยู่ร่วมกับช้างป่าคงไม่ต้องแลกด้วยความสูญเสียของใครคนเดียว
ประเด็นเรื่องเงินเยียวยาความเสียหายที่เกิดจากช้างป่าเป็นหนึ่งในบทสนทนาที่ทำให้หลายคนมีอาการหัวเสีย
หัวข้อนี้ถูกพูดถึงมานานหลายปีแล้ว แต่ความคืบหน้ากลับเดินทางช้าราวการเข็นรถยนต์ที่ไร้น้ำมัน
ประกาศแล้วประกาศเล่าหลายฉบับจากส่วนกลาง ทั้งของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขายภาพฝันชวนให้มองเห็นแสงสว่าง แต่พอหารือกับหน่วยงานท้องถิ่นกลับเห็นแต่เงาในแสงแดด เป็นสิ่งที่จำต้องอะไรไม่ได้
หรือเรื่องการกระจายอำนาจที่พูดๆ กันผ่านสื่อเป็นวรรคเป็นเวร แต่อำนาจก็ไม่เคยมาถึงประชาชนสักที
จนเมื่อปีผ่านมา พอมีความชัดเจนบ้าง หลังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับอนุมัติงบกลางมาช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า จำนวน 74 ราย เป็นเงิน 7,671,505.02 บาท ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของสำนักงบประมาณ
ข่าวดียังมีต่อว่ากรมอุทยานฯ ได้เตรียมของบกลางเพิ่มอีก 3 ครั้ง สำหรับเยียวยาทั้งในกรณีเสียชีวิต บาดเจ็บ ความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับผลผลิตทางการเกษตรและทรัพย์สินประชาชน รวม 536 ราย เป็นเงินอีก 29,414,820.4 บาท
อยู่ในขั้นตอนกรมอุทยานฯ จัดทำโครงการ และขั้นตอนพิจารณาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
แม้พอมองเห็นความคืบหน้า แต่ผู้ได้รับผลกระทบหลายคนยังตกสำรวจ บางส่วนมาจากที่เจ้าตัวยังไม่ได้แจ้งความเสียหายไปยังหน่วยงานท้องถิ่น บางส่วนอยู่ระหว่างรอหน่วยงานท้องถิ่นมาตรวจสอบ
รวมถึงยังมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย เป็นความซับซ้อนของขั้นตอนและการพิสูจน์ ที่ทำให้เกิดความล้าช้า
ชาวบ้านต้องถ่ายรูป เก็บหลักฐาน และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ซึ่งในพื้นที่ห่างไกลหรือช่วงเวลากลางคืนทำได้ยาก หากร่องรอยถูกทำลายหรือจางหายไปก่อนเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ (เนื่องจากกำลังคนไม่พอ) ก็อาจทำให้ยอดความเสียหายที่ได้รับอนุมัติต่ำกว่าความเป็นจริง
หรืออีกหนึ่งปัญหาใหญ่ เนื่องจากชาวบ้านบางรายไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่สมบูรณ์ ทำให้ไม่สามารถขอรับเงินเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลังได้ แม้จะได้รับผลกระทบจริงก็ตาม
กลางวงสนทนาเรื่องยินดีให้ช้างกินก่อนหรือไม่อนุญาตให้กิน ใครบางคนเอ่ยขึ้นลอยๆ ว่า ถ้ามีการจัดตั้งกองทุนเฉพาะกิจขึ้นมา สำหรับช่วยเหลือเยียวยาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งจะผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ไหม
เขายกตัวอย่างต่อว่า อาจเป็นกองทุนที่มีไว้เพื่อปลูกพืชอาหารสัตว์ให้กับช้างโดยเฉพาะไปเลย จ้างชาวบ้านปลูกพืชให้ช้างกินอะไรทำนองนั้น มันจะเป็นทางออกหนึ่งที่ยั่งยืนได้หรือเปล่า
อย่างน้อยๆ ก็พอเห็นภาพที่ช้างได้กิน เจ้าของที่ดินมีรายได้ และคนทำงานผลักดันช้างป่าไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงหรือเหนื่อยมากนัก
หรือในอีกทางหนึ่งอาจใช้สำหรับการจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับงานผลักดันช้างป่าของชุมชน หรือในนามเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าและสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ ก็คงช่วยทุนแรงในการทำงานแต่ละวันได้บ้าง
ส่วนจะใช้ในแนวทางไหน หรือจัดการอย่างไรคงต้องหารือในรายละเอียดเชิงลึกในตอนต่อไป
แนวคิดนี้เป็นคำถามที่ปลายเปิดที่คำตอบยังลอยอยู่กับสายลม
พ.ศ. 2569 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ดำเนินแผนงานศึกษาข้อมูลสัตว์ป่าและการเคลื่อนที่ของสัตว์ป่าที่มีผลกระทบกับชุมชนรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ผ่านกิจกรรมจัดทำฐานข้อมูลสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ป่าชุมชน จัดทำอัตลักษณ์ของสัตว์ป่า สำรวจพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ชุมชนที่สัตว์ป่าออกมาใช้ประโยชน์ ศึกษาเส้นทางการเคลื่อนที่ของช้างป่า และร่วมกิจกรรมลดผลกระทบจากสัตว์ป่าร่วมกับชุมชนและหน่วยงานอนุรักษ์ในพื้นที่ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการธรรมชาติปลอดภัย
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
เป้าหมายที่ 11 ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัย ทั่วถึง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและยั่งยืน
11.4 เสริมความพยายามที่จะปกป้องและคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติของโลก
เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
15.5 ปฎิบัติการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อลดการเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยุ่ตามธรรมชาติ หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และภายในปี 2563 จะปกป้องและป้องกันการสูญพันธุ์ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม
15.9 บูรณาการมูลค่าของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไปสู่การวางแผนกระบวนการพัฒนา ยุทธศาสตร์การลดความยากจน และบัญชีทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ภายในปี 2563
15.a ระดมและเพิ่มทรัพยากรทางการเงินจากทุกแหล่งเพื่อการอนุรักษ์และการใช้ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
เป้าหมายที่ 17 เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน
17.17 สนับสนุนการส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม โดยสร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน
ผู้เขียน
ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม



