กองทุนส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ เพื่อแนวเชื่อมต่อป่า กลไกความยั่งยืนที่เชื่อมโยง ‘คน’ และ ‘ป่า’ เข้าด้วยกัน

กองทุนส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ เพื่อแนวเชื่อมต่อป่า กลไกความยั่งยืนที่เชื่อมโยง ‘คน’ และ ‘ป่า’ เข้าด้วยกัน

หากมองภาพแผนที่ประเทศไทยในมุมสูง เราจะเห็นพื้นที่อนุรักษ์ในผืนป่าตะวันตกอย่างอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้าและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียงเป็นปอดสองข้างที่ถูกแยกออกจากกันด้วยกิจกรรมของมนุษย์ 

ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้พยายามเชื่อมต่อลมหายใจของผืนป่าให้เป็นผืนเดียวกันอีกครั้งผ่านโครงการจัดการระบบนิเวศในพื้นที่ป่าสงวนเพื่อแนวเชื่อมต่อป่าตะวันตกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ภารกิจนี้ไม่ได้หมายความถึงการถือกล้าไม้ไปปลูกในที่ว่าง นึกจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวเข้าไปตรงไหนก็ปลูกต้นไม้ หรือเสนอแนวคิดผลักดันผนวกพื้นที่เป็นเขตอนุรักษ์ อาศัยกลไกใดกลไกหนึ่งเพียงเท่านั้น

แต่ยังให้สำคัญกับการตอบโจทย์วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบไปพร้อมกัน

ในโครงการจัดการระบบนิเวศในพื้นที่ป่าสงวนเพื่อแนวเชื่อมต่อป่าตะวันตกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้นำกลไกที่เรียกว่า ‘กองทุนส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจเพื่อแนวเชื่อมต่อป่า’ เข้ามาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมร้อยระบบนิเวศและเชื่อมร้อยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในงานอนุรักษ์

ผสานรวมเข้ากับหัวใจหลักโครงการฯ คือสร้างแนวเชื่อมต่อผืนป่า (Corridor) ที่ถูกตัดขาดด้วยที่ดินทำกินของชุมชน ผ่านการชักชวนชุมชนปลูกไผ่ซางหม่น พืชที่สัตว์ป่าสามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เป็นแหล่งอาหาร เป็นที่หลับนอน และเป็นเส้นทางปลอดภัยในการเดินทางจากป่าหนึ่งไปยังอีกป่าหนึ่ง และยังเป็นไม้เศรษฐกิจให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ในอนาคต

มีผลเชิงประจักษ์ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการปลูกไผ่ไปแล้วทั้งสิ้น 233 ไร่ 1 งาน คิดเป็นไผ่จำนวน 23,337 ต้น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการแบ่งปันหรือเสียสละพื้นที่ทำกินเพื่อสัตว์ป่าเพียงด้านเดียว แต่เป็นการนำระบบกองทุนเข้ามาประกอบการบริหารจัดการ ให้สัตว์ป่าอยู่ได้ และคนอยู่ได้ด้วย

การันตีความมั่นคงทางรายได้ให้กับชุมชนไปพร้อมกับงานอนุรักษ์ สร้างสมดุลระหว่าง ‘ปากท้อง’ กับ ‘สะพานเชื่อมระบบนิเวศ’ ลดภาระค่าใช้จ่ายระหว่างการปรับพื้นที่เกษตรกรรมให้กลายเป็นสะพานเขียว

หัวใจสำคัญของกองทุน อยู่ที่การบริหารจัดการในรูปแบบกองทุนหมุนเวียนที่ชุมชนดูแลกันเอง เมื่อชาวบ้านตัดสินใจก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกและอุทิศที่ดินเพื่อปลูกไม้เชื่อมป่าและเศรษฐกิจ กองทุนจะไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาต้องรอคอยผลผลิตอย่างโดดเดี่ยว แต่มีการจ่ายเงินชดเชยการเสียโอกาสจากรายได้เดิมที่ได้รับจากพืชไร่ (อัตรา 20 บาทต่อต้นต่อปี) ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี เพื่อเป็นกระแสเงินสดหล่อเลี้ยงครอบครัวในช่วงทีไม้ใหญ่ยังเป็นกล้าอ่อน 

โดยมีเงื่อนไขว่าจำนวนเงินจะจ่ายตามจำนวนต้นไม้ที่รอดชีวิตจริง ซึ่งสมาชิกต้องให้ความร่วมมือในการตรวจวัดพิกัดและความเติบโตเป็นประจำทุกปีเพื่อบันทึกลงในสมุดกองทุนอันเป็นเสมือนพันธสัญญาทางใจของการมีส่วนร่วม

ที่สำคัญ ระบบการคืนทุนที่ไม่ได้เน้นการแสวงหากำไรในเชิงพาณิชย์ แต่เป็นการสร้างความยั่งยืนในเชิงนิเวศและสังคม 

เมื่อสมาชิกได้รับกล้าไม้ไป 1 ต้น พวกเขามีพันธะที่ต้องเพาะพันธุ์กล้าส่งคืนกลับสู่กองทุน 3 ต้น เพื่อส่งต่อโอกาสเติมพื้นที่สีเขียวนี้ให้เพื่อนบ้านรายอื่น 

และเมื่อถึงวันที่ไม้เศรษฐกิจอย่างไผ่ซางหม่นเติบโต จนสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์าสร้างรายได้ให้กับสมาชิก (ภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการ) สมาชิกมีหน้าที่ต้องคืนเงินชดเชยที่เคยได้รับไปกลับเข้าสู่กองทุนแบบไม่มีดอกเบี้ยเพื่อให้ทุนก้อนนี้ไหลเวียนกลับไปสนับสนุนคนรุ่นต่อไป 

กลไกนี้ช่วยให้กองทุนสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากภายนอกเพียงอย่างเดียว และยังเป็นการสร้างสำนึกความเป็นเจ้าของร่วมกันในฐานะผู้พิทักษ์แนวเชื่อมต่อป่า

การบริหารจัดการทั้งหมดถูกกำกับดูแลโดยคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนจากสมาชิกหมู่บ้านต่างๆ ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจทุกอย่างเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง 

ทั้งในเรื่องการพิจารณาสมาชิกใหม่ การตรวจสอบการใช้เงินทุน ไปจนถึงการลงโทษผู้ที่ละเมิดกฎเหล็กอย่างการทำผิดกฎหมายป่าไม้ซึ่งจะถูกริบสิทธิและต้องคืนทุนทั้งหมดทันที 

ดังนั้น กองทุนนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการแจกจ่ายเงินสนับสนุน แต่คือการวางรากฐานธรรมาภิบาลชุมชนที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อคนในพื้นที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ พวกเขาจะกลายเป็นปราการด่านสำคัญที่ช่วยรักษาแนวเชื่อมต่อผืนป่าให้ดำรงอยู่ได้อย่างถาวร

ในอนาคตข้างหน้าโครงการจัดการระบบนิเวศในพื้นที่ป่าสงวนเพื่อแนวเชื่อมต่อป่าตะวันตกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ระหว่างคลองวังเจ้าและเขาสนามเพรียงจะไม่ใช่แค่เส้นสีเขียวบนแผนที่ แต่จะเป็นต้นแบบของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างคนกับป่าที่ทำได้จริงและยั่งยืน

โครงการจัดการระบบนิเวศในพื้นที่ป่าสงวนเพื่อแนวเชื่อมต่อป่าตะวันตกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน  ได้รับการสนับสนุนงบประมาณทำกิจกรรมจากกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่ง และบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์

ผู้เขียน

Website | + posts

ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม