การจัดการทรัพยากรป่าไม้โดยชุมชนกับการกำหนดช่วงเวลาพักฟื้นของธรรมชาติ

การจัดการทรัพยากรป่าไม้โดยชุมชนกับการกำหนดช่วงเวลาพักฟื้นของธรรมชาติ

บันทึกจากผู้เฝ้ามอง – ทุกปีก่อนฝนเดือนกันยาเดินทางมาเยือน ชุมชนรอบๆ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จะร่วมประชุมเรื่องกติกาการเก็บหาทรัพยากรในป่าชุมชนกันอย่างพร้อมเพรียง ในเวทีใหญ่ร่วมกันหลายชุมชน

เนื้อหาหลักเป็นการทบทวนถึงวันวานที่ผ่านมา ใครเก็บหาอะไรไปมากเท่าไหร่ มีข้อควรปฏิบัติไว้อย่างไร สิ่งใดทำได้ สิ่งใดห้ามโดยเด็ดขาด 

รวมถึงวางกรอบร่วมกันว่า จะปิดป่างดใช้ทรัพยากรในป่าชุมชนกันกี่วัน

เป้าหมายไม่ใช่อื่นใด นอกจากเพื่อคนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ หรือกล่าวรวมๆ ว่า เพื่อความยั่งยืนของทุกชีวิต

…

ในปี 2569 เวทีทบทวนกติกาการใช้ประโยชน์ป่าชุมชน ยังคงไว้ซึ่งแนวทางเดียวกับปีก่อน คือปิดป่าหยุดเก็บเกี่ยวทรัพยากรในช่วงฝนมา ปล่อยให้ธรรมชาติได้จัดสรรตัวเอง และงอกงามเป็นทุนสำหรับเก็บหาในปีต่อๆ ไป

โดยเฉพาะกับหน่อไม้ทุกชนิด ทั้ง ไผ่นวล ไผ่ราก ไผ่รง ไผ่หวาน และอีกสารพัดไผ่ ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วสารทิศเข้ามาเก็บหาใช้ประโยชน์ทั้งกินในครัวเรือนและวางขายทอดตลาด และเป็นฐานทรัพยากรที่ถูกใช้มากที่สุดในป่าชุมชนกลุ่มนี้ ซึ่งหากขาดการควบคุม ก็จะเกิดภาพฝูงชนกรูเข้าป่าเป็นทางสายยาว

บางปีนับรถจักรยานยนตร์ที่จอดเรียงอยู่ชายป่าได้เกือบหนึ่งพันคัน ทั้งจากคนท้องถิ่น และที่เดินทางมาจากบ้านใกล้เรือนเคียงทั้งจากจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท กำแพงเพชร 

มากไปกว่านั้น ป่าชุมชนแต่ละแห่งยังมีพื้นที่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จึงปฏิเสธมิได้ว่า มีไม่น้อยที่เกินเก็บหาของป่าเลยเถิดไปถึงด้านในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ หากไม่มีการวางระเบียบข้อบังคับ ความโกลาหลย่อมมาเยือนอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

บางจุดที่เป็นพื้นที่ป่ากันชนอาจอะลุ่มอะล่วยกันได้ แต่บางพื้นที่คงต้องห้ามกันอย่างเด็ดขาด

เพื่อความรัดกุมในการวางระเบียบ เวทีประชุมจึงมีเจ้าหน้าที่จากทั้งกรมป่าไม้และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งร่วมหารือแบ่งปันความคิดกันอีกแรง ช่วยกันกำหนดกรอบออกมาให้เข้าทีมากที่สุด (นอกเหนือจากกติกาป่าชุมชนที่มีอยู่เดิมแล้ว)

เช่น ข้อห้ามบางอย่างที่หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย พื้นที่ตรงไหนหาได้ หรือหาไม่ได้บ้าง ส่วนที่ห้ามเข้าสามารถสังเกตสัญลักษณ์อะไรได้ตรงจุดไหน อะไรคือสิ่งของต้องห้าม ไม่ให้พกพาเข้าป่า เวลาอนุญาตให้เก็บหาตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง และห้ามค้างแรมโดยเด็ดขาด 

ยิ่งช่วงนี้มีเรื่องสัตว์ป่าออกมาใช้ประโยชน์นอกเขตอนุรักษ์เพิ่มมากขึ้น การเข้าป่าไม่ว่าจะเป็นจุดใดยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และเรื่องการจัดการใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่าก็จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นช่วยดูแล

รวมถึงเรื่องการติดต่อขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ สามารถโทรไปหมายเลขได้ใดบ้าง ต่อไปยังหน่วยงานใด การจัดทำข้อมูลผู้เข้า การขอบันทึกภาพ เพื่อใช้ช่วยเหลือกรณีหลงป่า 

รวมถึงเรื่องมิจฉาชีพที่แฝงตัวอยู่ทุกวงการ แอบอ้างตัวมาเก็บค่าธรรมเนียมการหาของป่า

ระเบียบอาจดูเหมือนมากขึ้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลเป็นไปเพื่อคน เพื่อป่า และสัตว์ป่า และเพื่อให้วัฏจักรหมุนไปอย่างสมดุลมากที่สุด

อาจไม่เพอร์เฟคเต็มร้อย แต่มีไว้ดีกว่าไม่มี

…

ในเชิงวิชาการ มีการศึกษาหลายชิ้นที่บอกว่า หากการใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างไม่บันยะบันยัง จะมีผลกระทบตามมา ขณะเดียวกันหากไร้ซึ่งการทำความเข้าใจร่วมกัน ระหว่างคนใช้กับคนดูแล ผลที่ตามมาย่อมกระทบตามมาหลากหลายมิติ

ตัวอย่างหนึ่งงานวิจัยเรื่อง “การพึ่งพาผลิตผลจากป่าของประชาชนที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในประเทศไทย ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนหรือการทำลายระบบนิเวศป่าไม้” ได้ตั้งคำถามกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่อนุรักษ์ว่า เมื่อชุมชนรอบป่ายังต้องพึ่งพาทรัพยากรจากป่า การใช้ประโยชน์นั้นจะอยู่ร่วมกับการอนุรักษ์ได้อย่างไร 

ข้อมูลงานวิจัยพบว่าของป่าอย่างเห็ด หน่อไม้ และผักหวานป่าเป็นทรัพยากรสำคัญของคนในพื้นที่ และการเก็บของป่าก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับหน่วยงานรัฐได้ ดังนั้น จึงควรมีการสร้างระบบจัดการให้เป็นรูปธรรม

หรืองานวิจัยเรื่อง “การใช้ประโยชน์และการจัดการผลิตผลจากป่าที่ไม่ใช่เนื้อไม้ในป่าชุมชนของประเทศไทย” ได้อธิบายในด้านที่ว่า เมื่อของป่ามีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ความต้องการเก็บก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้การจัดการทรัพยากรมีความสำคัญมากขึ้น เพราะหากเกิดการใช้ประโยชน์มากขึ้นเรื่อยๆ ตามความต้องการของตลาด โดยไม่มีขอบเขตหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม ทรัพยากรก็มีโอกาสลดลงจนไม่สามารถสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ได้อีกต่อไป 

บทสรุปงานวิจัยจึงอธิบายว่า การอนุรักษ์ของป่าไม่อาจแยกออกจากเรื่องเศรษฐกิจของชุมชน แต่ต้องออกแบบกติกาให้การใช้ประโยชน์ยังเดินต่อไปได้พร้อมกับ

…

กลับมาที่เรื่องราวป่าชุมชนรอบห้วยขาแข้ง

อุดม กลับสว่าง เจ้าหน้าที่โครงการป่าตะวันตก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ซึ่งทำงานกับชุมชนรอบห้วยขาแข้งมานาน เล่าว่า ประเด็นการใช้ทรัพยากรจากป่าถือเป็นเรื่องเปราะบาง ชุมชนหลายๆ แห่งเคยเก็บหาของป่ากันมานมนานกาแลตั้งแต่รุ่นปู่ย่า บางคนทำมาก่อนมีกฎกติกาออกมาบังคับ พอวันหนึ่งมีข้อห้าม จึงต้องตั้งโจทย์ร่วมกันให้ได้ว่าจะหาจุดตรงกลางอย่างไร ระหว่างความต้องการของชุมชนกับความต้องการของภาครัฐให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

เอ็นจีโอวัยใกล้ฉกรรจ์ ยังบอกอีกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมาการใช้ประโยชน์ทรัพยากรรอบๆ ผืนป่าห้วยขาแข้งเกิดขึ้นตลอดทั้งปี ทั้งจากคนท้องถิ่นและคนต่างถิ่น และยังรำลึกความหลังให้ฟังต่อว่า ในบางปีเคยเห็นรถมอเตอร์ไซต์ของคนเก็บหาของป่าจอดเรียงกันนับได้หลายร้อยจนเกือบเป็นพันคัน ซึ่งภาพสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ากันชนรอบห้วยขาแข้ง

ขณะเดียวกัน ก็เป็นเรื่องชวนตั้งคำถามว่า หากไม่มีการควบคุมจะเกิดอะไรตามมา หรือหากมีคนล้ำเส้นเดินเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าล่ะ…

อุดมไม่ได้อธิบายต่อ แต่ปล่อยความเงียบให้คนฟังได้ครุ่นคิด

…

นับจากปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2568) มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ผลักดันแนวคิดเรื่อง ‘ครอบครัวห้วยขาแข้ง’ หรืออธิบายในแบบวิธีการทำงานได้ว่า เป็นการจัดการพื้นที่ป่ากันชน ผ่านการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตลอดจนชุมชน เพื่อสร้างรูปธรรมงานอนุรักษ์ให้เกิดความลงตัวมากที่สุด

ประเด็นเรื่องการใช้ทรัพยากรก็เป็นหนึ่งในภารกิจของงานที่ระบุไว้

ต่อเรื่องนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร อาสาเป็นคนกลางประสานงานและจัดประชุมเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ชวนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาพูดคุนกันและหาทางออกร่วมกัน รวมถึงสนับสนุนงานประชาสัมพันธ์ เช่น ป้ายสื่อความหมาย ป้ายประชาสัมพันธ์กติกา และการตั้งจุดประชาสัมพันธ์

ในฉันทามติวันปล่อยป่าพักของปี 2569 กำหนดไว้ว่าเริ่มในช่วงปลายเดือนกันยายน ซึ่งมาช้ากว่าปีที่ผ่านมาๆ หลายวัน เป็นเพราะฝนฟ้าแถบห้วยขาแข้งไม่ได้เดินทางมาตามนัดหมายเดิม

แม้มาช้า แต่ก็ยังดีกว่าไม่มา

ซึ่งเมื่อปลายเดือยกันยายนที่ผ่านมา ชุมชนหลายแห่งได้ตั้งจุดประชาสัมพันธ์เรื่องราวกติกาการเก็บหาของป่า รวมถึงคอยแจ้งแขกเหรื่อจากต่างถิ่นว่าช่วงนี้ของงดเว้นการเข้าป่าเอาไว้ก่อน 

แน่นอน ภารกิจการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้อาศัยเพียงกำลังของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคงน้อยไป รวมเจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันรักษาป่าของกรมป่าไม้เข้าไปด้วยแล้วก็อาจยังไม่พอ จึงต้องอาศัยความร่วมมือของชุมชนอีกแรง

และนั่นก็นำมาซึ่งภาพการตั้งด่านประชาสัมพันธ์โดยชุมชน เพื่อบอกเล่าเหตุและผลของการปิดป่าชั่วคราวสำหรับคนที่ตกข่าวสารเรื่องนี้ไป โดยเฉพาะกับคนต่างพื้นที่ ที่เดินทางมาใช้ประโยชน์จากป่าผืนเดียวกัน 

สำหรับคนจากนอกเขตจังหวัดอุทัยธานี พวกเขามีต้นทุนสูงกว่าคนท้องถิ่น ทั้งจากความคาดหวังที่จะได้ทรัพยากรกลับไป ค่าน้ำมันที่มีแต่ขึ้นเอาๆ รวมถึงความไม่รู้ความเป็นไปในพื้นที่ว่ามีข้อกำหนดอย่างไร 

ต่างๆ เหล่านี้หากไร้คำอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลย่อมนำมาซึ่งความขัดแย้งในภายหลัง

รวมถึงผลกระทบต่อปริมาณทรัพยากรในภายภาคหน้า

ทรัพยากรหลายๆ อย่างในป่าชุมชนสามารถเกิดทดแทนได้ใหม่ แต่หากใช้อย่างไม่ลืมหูลืมตาหรือไม่ปล่อยให้ธรรมชาติได้พักจัดสรรตัวเอง ความเสื่อมโทรมก็ย่อมเกิด

เหมือนกับคนที่กรำงานหนักโหมใช้แรงมากเกินกำลัง ไม่นานความอ่อนล้าย่อมมาเยือน แต่พอได้พักเสียหน่อยเรี่ยวแรงก็กลับมา

ทรัพยากรธรรมชาติก็ต้องการเช่นนั้นเหมือนกัน

กิจกรรมงานป่าชุมชน และการจัดการทรัพยากรในพื้นที่ป่ากันชนจังหวัดอุทัยธานี ดำเนินการโดยได้รับสนับสนุนงบประมาณจากโครงการธรรมชาติปลอดภัย 

อ้างอิง

ผู้เขียน

Website | + posts

ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม