สิทธิในการปกป้องสิ่งแวดล้อมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ

สิทธิในการปกป้องสิ่งแวดล้อมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ

หากพูดถึงรัฐธรรมนูญ สิ่งแวดล้อมและสิทธิของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอยู่ตรงไหน วันนี้ชวนหาคำตอบจากคดีตัวอย่างที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ วันที่ 28 มีนาคม 2567 ซึ่งเป็นการวินิจฉัยสิทธิตามรัฐธรรมนูญปี 2550

คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร เกี่ยวเนื่องกับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรุนแรง(EHIA)โครงการเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์

ผู้ฟ้องคดีทั้ง 151 คน ฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเห็นชอบหรืออนุมัติหรืออนุญาตให้หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินโครงการหรือกิจกรรมเพื่อนำไปสู่การก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 โดยไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนหรือวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และหรือพิจารณานำข้อคัดค้านของผู้ฟ้องคดีหรือประชาชนไปดำเนินการหรือรับฟังข้อมูลผลกระทบต่าง ๆ อย่างรอบด้าน อีกทั้ง โครงการดังกล่าวยังไม่ได้รับความเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ (รายงาน EHIA) จากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) แต่ปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ได้เสนอผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ให้ความเห็นชอบโครงการดังกล่าวไปก่อน ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีมติให้ความเห็นชอบโครงการดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 โดยยังไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งผู้ฟ้องทั้ง 151 คน ได้ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง 3 ประเด็นด้วยกัน คือ

 (1) เพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 

(2) ให้ผู้ถูกฟ้องคดีร่วมกันจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนดำเนินโครงการ โดยการจัดทำประชามติตามมาตรา 165 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552 และ 

(3) ให้ผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติหรือดำเนินการตามมาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 67 ประกอบมาตรา 85 และมาตรา 87 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ให้ครบถ้วนก่อนการดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อน  

เนื่องจากในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการการดำเนินงานโครงการเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ แต่ในขณะนั้นรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ EHIA ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการด้านพัฒนาแหล่งน้ำ กระบวนการดังกล่าวถูกตั้งคำถามว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จึงเป็นที่มาของการฟ้องคดีต่อศาลปกครองจากผู้มีส่วนได้เสียทั้ง 151 คน โดยคดีดังกล่าวศาลได้มีคำวินิจฉัยถึงสิทธิของผู้ฟ้องคดีตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ดังนี้

ผู้ฟ้องคดีที่ 1 เป็นสมาคมมีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษฯ และได้จดทะเบียนตามมาตรา 7 แห่ง พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เป็นองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนผู้ฟ้องคดีที่ 2 ถึงผู้ฟ้องคดีที่ 151 เป็นประชาชนที่อ้างว่าอาจได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการก่อสร้างเขื่อนดังกล่าวที่ก่อสร้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าเป็นจำนวนมาก เมื่อผู้ฟ้องคดีที่ 2 ถึงผู้ฟ้องคดีที่ 151 เป็นผู้มีสิทธิที่จะมีส่วนในการอนุรักษ์ และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ตามมาตรา 67 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น ผู้ฟ้องคดีทั้ง 151 คน จึงเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ 

ความน่าสนใจของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 คือ การที่ให้อำนาจบุคคลทั่วไปในการปกป้องสิ่งแวดล้อมโดยสามารถฟ้องร้องหน่วยงานรัฐได้ ซึ่งสิทธิถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ 12 สิทธิชุมชน ตามมาตรา 67 สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บํารุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดํารงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อม ที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสม

การดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทํามิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษา ที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดําเนินการดังกล่าว

สิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้ ย่อมได้รับความคุ้มครอง

หากพิจารณรัฐธรรมนูญปี 2560 สิทธิของประชาชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจะถูกระบุอยู่ใน หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ใน มาตรา 43 บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ (2) จัดการ บํารุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ เพียงเท่านี้ ส่วนสิทธิในการอนุรักษ์ คุ้มครอง โดยต้องให้ประชาชนและชุมชนในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ถูกระบุอยู่ในหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ แทน 

มาตรา 57 รัฐต้อง

(2) อนุรักษ์ คุ้มครอง บํารุงรักษา ฟื้นฟู บริหารจัดการ และใช้หรือจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ  ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุล และยั่งยืน โดยต้องให้ประชาชนและชุมชนในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมดําเนินการและได้รับประโยชน์จากการดําเนินการดังกล่าวด้วยตามที่กฎหมายบัญญัติต่อมา 

ส่วนสิทธิในการที่ประชาชนหรือชุมชนจะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานหรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล หากได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถูกระบุอยู่ในหมวดหน้าที่ของรัฐเช่นเดียวกัน ในมาตรา 51 การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้นเป็นการทําเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง  ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตามและเร่งรัดให้รัฐดําเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชน หรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ 

มาตรา 58 การดําเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดําเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย  คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสําคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดําเนินการให้มีการศึกษา และประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อนํามาประกอบการพิจารณาดําเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติ

บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คําชี้แจง และเหตุผลจากหน่วยงานของรัฐก่อนการดําเนินการ หรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง 

ในการดําเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง รัฐต้องระมัดระวังให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพน้อยที่สุด และต้องดําเนินการให้มีการเยียวยา ความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและโดยไม่ชักช้า

ซึ่งอาจเกิดคำถามขึ้นว่าหากประชาชนหรือชุมชนจะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานหรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล หากได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เมื่อสิทธิในการฟ้องรัฐถูกระบุอยู่ในหมวดหน้าที่ของรัฐ ศาลจะตีความความเป็นผู้เสียหายของประชาชนกว้างหรือแคบแค่ไหน

ในกรณีโครงการเขื่อนแม่วงก์ ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า รายงาน EHIA ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ คชก. ซึ่งยังไม่อาจคาดการณ์ได้ว่ารายงาน EHIA จะผ่านความเห็นชอบของ คชก. และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือไม่ และยังมีขั้นตอนที่ต้องส่งรายงาน EHIA ให้องค์การอิสระฯ พิจารณาให้ความเห็นประกอบก่อนเสนอผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 พิจารณาอนุมัติต่อไปอีก จึงถือว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ดำเนินการตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ 2550 ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ จึงพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ ดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 (ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557) ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนอนุมัติเปิดโครงการเขื่อนแม่วงก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ผู้เขียน

+ posts

ตำแหน่ง หมาเฝ้าป่า ผู้มีความหลงใหลในโลกใบจิ๋วของพืชและสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย มีความสุขกับการปั่นจักรยาน ทำขนมปัง และชอบใช้ของมือสอง