วันที่ 3 กรกฎาคมของทุกปี ตรงกับวันปลอดถุงพลาสติกสากล หรือ International Plastic Bag Free Day
จากข้อมูลของ Zero Waste Europe ระบุว่าถุงพลาสติกส่วนใหญ่จะถูกใช้งานจริงๆ เฉลี่ยเพียงแค่ 25 นาทีต่อใบ แต่กลับต้องใช้เวลา 100 – 500 ปีในการย่อยสลาย (ขึ้นอยู่กับชนิดของพลาสติก)
ซึ่งปัจจุบันกลไกการจัดการขยะพลาสติกยังเป็นไปอย่างล่าช้าเมื่อเทียบกับปริมาณที่ผลิตและใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากOrganisation for Economic Co-operation and Development องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ระบุว่า ปริมาณขยะพลาสติกทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงปี 2000 – 2019 จาก 156 ล้านตัน เป็น 353 ล้านตัน
ขณะที่มีเพียงประมาณ 9 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่ถูกรีไซเคิลได้จริง ส่วนที่เหลือถูกฝังกลบ เผาทำลาย หรือรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อม
ทำให้ขยะพลาสติกจำนวนหนึ่งกลายเป็น ‘ขยะที่ถูกจัดการไม่เหมาะสม’
ขยะเหล่านี้สามารถถูกลม ฝน หรือกระแสน้ำพัดพาเข้าสู่แหล่งน้ำและทะเลได้ง่าย ขณะที่พลาสติก
บางส่วนแตกตัวเป็นชิ้นเล็กลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นไมโครพลาสติก ซึ่งตรวจพบได้ทั้งในน้ำ อาหาร และสิ่งแวดล้อมหลายประเภท
โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า ขยะที่รั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมสามารถปนเปื้อนแหล่งน้ำ ผืนดิน อากาศ และเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารได้
นอกจากนี้ยังสร้างภาระทางเศรษฐกิจจากค่าใช้จ่ายในการเก็บกู้ ทำความสะอาด และความเสียหายต่อระบบนิเวศในระยะยาว
ที่ผ่านมามีหลายประเทศทั่วโลกออกกฎหมายเกี่ยวกับการแบนพลาสติกประเภทต่างๆ แต่เมื่อมองไปในทางปฏิบัติกลับยังพบจุดอ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น มีการแบนถุงพลาสติกจริง แต่เลือกแบนเฉพาะชนิดหนาหรือบาง ไม่ได้แบนทั้งหมด หรือห้ามใช้โดยสิ้นเชิง
หรือมีข้อยกเว้น อนุญาตให้ใช้กับการขนส่งอาหารที่เน่าเสียง่ายและอาหารสด การขนส่งสินค้าปลีกขนาดเล็ก การใช้เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์ และข้อยกเว้นอื่นๆ อาจรวมถึงถุงพลาสติกสำหรับการส่งออก หรือการใช้ในภาคเกษตรกรรม ฯลฯ
แม้บางประเทศจำกัดการจำหน่ายถุงพลาสติกในร้านค้าปลีก แต่ไม่ได้จำกัดการผลิต การนำเข้า (รวมถึงที่เป็นขยะ) และการใช้งาน ส่วนที่เหลือจึงเป็นช่องโหว่ที่ไม่สามารถลดมลพิษจากพลาสติกลงได้
เช่นเดียวกับการจำกัดปริมาณการผลิต ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดปริมาณพลาสติก แต่กลับเป็นกลไกการควบคุมที่ถูกนำมาใช้น้อยที่สุด
นอกจากนี้ ในเวทีระดับโลก การประชุมสนธิสัญญาพลาสติกโลก (Global Plastics Treaty) ครั้งล่าสุด แม้หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะเป็นการประชุมครั้งในเดือนสิงหาคม 2025 จะมีข้อสรุปในทางบวก แต่การเจรจากว่า 10 วันก็ยังไม่สามารถหาฉันทามติได้
โดยกว่า 100 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป ประเทศหมู่เกาะ และหลายประเทศในแอฟริกาและลาตินอเมริกา ต้องการให้สนธิสัญญาควบคุม ‘ทั้งวงจรชีวิตพลาสติก’ ตั้งแต่การผลิต การออกแบบ การใช้ ไปจนถึงการจัดการของเสีย
ขณะที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันและผู้ผลิตพลาสติกรายใหญ่หลายประเทศต้องการให้สนธิสัญญาเน้นเพียงการจัดการขยะและการรีไซเคิล ไม่ควรจำกัดการผลิตพลาสติกโดยตรง
รวมถึงเรื่องที่ว่า สนธิสัญญาพลาสติกโลก ควรบังคับใช้มากแค่ไหน ระหว่างมาตรการต่างๆ ควรเป็นข้อผูกพันทางกฎหมายหรือไม่ควรเป็น และแต่ละประเทศควรกำหนดเป้าหมายของตนเองหรือให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ก็ยังไม่มีคำตอบ
หลายปีที่ผ่านมา การรณรงค์ให้ประชาชนพกถุงผ้า แยกขยะ หรือรีไซเคิล เป็นสิ่งที่ช่วยลดผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง
แต่ข้อมูลจาก OECD และ UNEP กลับชี้ตรงกันว่า หากปริมาณการผลิตพลาสติกยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ระบบจัดการขยะเพียงอย่างเดียวก็แทบไม่มีทางรับมือได้ทัน
ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจากปลายทางเพียงอย่างเดียว จึงไม่ต่างอะไรกับการวิดน้ำออกจากเรือที่มีรูรั่ว
หากต้องการลดมลพิษพลาสติกอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่การลดการผลิต และการออกแบบใหม่ เพื่อให้วัสดุสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างไม่สิ้นสุด เช่น ต้องมีมาตรการบังคับใช้ที่ครอบคลุมถึงผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility – EPR) ให้ต้องรับผิดชอบต่อบรรจุภัณฑ์ของตนตั้งแต่ต้นทางจนถึงวาระสุดท้ายของผลิตภัณฑ์
ในขณะที่กฎหมายระดับโลกกำลังดำเนินไปอย่างล่าช้าๆ พลังของการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคยังคงมีความหมาย
เราสามารถเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ใช้ มาเป็น ‘ผู้กำกับทิศทางตลาด’ ด้วยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบ
และที่สำคัญคือการลดการบริโภคเกินความจำเป็น เพื่อส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจเห็นว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่กำลังเปลี่ยนไป และบริษัทที่ยังยึดติดกับการผลิตพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
และจำเป็นต้องสร้างแรงกดดันทางสังคมอย่างต่อเนื่อง เรียกร้องให้รัฐบาลของตนแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการสนับสนุนมาตรการควบคุมการผลิตพลาสติกใหม่อย่างเป็นรูปธรรม
เพราะถึงแม้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนบุคคลเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ แต่มันต้องถูกเสริมพลังด้วยนโยบายที่กล้าหาญจากภาครัฐ และความจริงใจจากภาคอุตสาหกรรม
หากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม อีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ขยะพลาสติกอาจมีมากกว่าจำนวนปลาในมหาสมุทร
ในปี 2569 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้จัดทำโครงการชุมชนแม่เปินคาร์บอนต่ำ (Mae Poen Low Carbon) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ และโรงเรียนอนุบาลแม่เปิน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานจากธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด และได้มีการทำบันทึกตกลงความร่วมมือทางการดำเนินโครงการไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ และมีผลิตภาพ และการมีงานที่สมควรสำหรับทุกคน
8.3 ส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่สนับสนุนกิจกรรมที่มีผลิตภาพ การสร้างงานที่สมควร ความเป็นผู้ประกอบการ ความสร้างสรรค์และนวัฒกรรม และส่งเสริมการเกิดและการเติบโตของวิสาหกิจรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ซึ่งรวมถึงผ่านทางการเข้าถึงบริการทางการเงิน
เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
12.5 ลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกัน การลดปริมาณ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ภายในปี 2573
12.8 สร้างหลักประกันว่าประชาชนในทุกแห่งมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องและความตระหนักถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนและวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ภายในปี 2573
เป้าหมายที่ 13 ปฎิบัติการอย่างเร่งด่วยเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น
13.3 พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า
อ้างอิง
- Plastic pollution is growing relentlessly as waste management and recycling fall short, says OECD
- Addressing Single-Use Plastic Products Pollution using a Life Cycle Approach
- 127 countries now regulate plastic bags. Why aren’t we seeing less pollution?
- INC-5.2: The global plastics treaty talks – here’s what just happened
ผู้เขียน
ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม



