‘เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง’ มรดกทางธรรมชาติ ‘แห่งแรก’ ของไทย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อปีพ.ศ. 2534 โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) จากการผลักดันและเสนอชื่อโดย สืบ นาคะเสถียร
ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง เป็นหนึ่งในพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความสำคัญของแหล่งพันธุ์พืช 3 เขตภูมิศาสตร์ คือ Indo-Burma, Annametic และ Malesia ซึ่งมีความหลากหลายทางระบบนิเวศ ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นนี้ทำให้ผ่านเกณฑ์มรดกโลกทางธรรมชาติถึง 3 ข้อ
การประกาศเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ไม่เพียงเพื่อการยกย่องในระดับสากลเท่านั้น แต่คือจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานการอนุรักษ์ที่จะสร้างประโยชน์ในหลากหลายมิติ ทั้งในแง่ของการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ การเป็นห้องเรียนศึกษาธรรมชาติ รวมถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
มรดกโลกทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง จึงเปรียบเสมือนเป็นการทำพันธสัญญาว่าจะดูแลรักษาพื้นที่ที่สำคัญของโลกใบนี้ไว้ไม่ให้ถูกทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์หรือกาลเวลา เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเห็นและศึกษาเฉกเช่นในวันนี้

ประโยชน์ของการประกาศเป็นพื้นที่มรดกโลกทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้ง
การเป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ‘พิพิธภัณฑ์ห้วยขาแข้งและอาคารมรดกโลก’ พื้นที่เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นนิทรรศการที่มีชีวิต รวบรวมเรื่องราวสิ่งมีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติในผืนป่ามรดกโลก รวมถึงเรื่องราวการต่อสู้เพื่อรักษาธรรมชาติของคุณสืบ นาคะเสถียร ที่จะช่วยปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ผ่านสื่อที่สร้างสรรค์และเข้าใจง่าย
การเป็นแหล่งศึกษาวิจัยสัตว์ป่าอย่าง ‘สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ’ ที่ตั้งอยู่เชิงเขานางรำ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญในการศึกษา วิจัย และรวบรวมข้อมูลทางวิชาการ โดยเฉพาะงานวิจัยเสือโคร่งและสัตว์ป่าสำคัญในพื้นที่มรดกโลก ซึ่งงานวิจัยที่ได้มานั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำแผนการจัดการ ทั้งเชิงโครงสร้างประชากร นิเวศวิทยา และการจัดการเชิงพื้นที่ รวมถึงการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า
การเปิดพื้นที่ให้กับบรรดานักศึกษาธรรมชาติให้ได้สัมผัสและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน อาทิ ‘ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ’ ที่มีหลากหลายเส้นทางให้เลือกสำรวจ ช่วยให้นักศึกษาธรรมชาติได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของผืนป่าที่ประกอบไปด้วยความหลากหลายของระบบนิเวศ การสำรวจตามเส้นทางที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ธรรมชาติโดยไม่รบกวนการมีอยู่ของสัตว์ป่าในพื้นที่
‘การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ’ การเป็นมรดกโลกจะช่วยจำกัดการท่องเที่ยวไม่ให้มากเกินศักยภาพที่พื้นที่จะรองรับได้จนทำลายธรรมชาติ แต่จะเน้นกลุ่มที่สนใจธรรมชาติจริง ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นรอบผืนป่ามรดกโลก ผ่านการนำเที่ยว การขายสินค้าท้องถิ่น การบริการในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดกิจกรรมห้องเรียนธรรมชาติต่าง ๆ
‘การเป็นแหล่งพันธุกรรมสิ่งมีชีวิต’ ผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้ถือเป็นถิ่นอาศัยที่สำคัญของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศ เช่น เสือโคร่ง เสือดำ/เสือดาว ควายป่า กระทิง วัวแดง สมเสร็จ ช้างป่า หรือแม้แต่พญาแร้งที่สูญพันธุ์ไปแล้วจากป่าเมืองไทยนานหลายสิบปี การรักษาถิ่นอาศัยนี้ไว้จึงเท่ากับการรักษาพันธุกรรมสัตว์ป่าที่สำคัญไม่ให้สูญหายไปจากโลกนี้
อีกทั้งผืนป่ามรดกโลกยังเป็นการเชื่อมผืนป่าหรือแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ (Ecological Corridor) เพื่อให้สัตว์ป่าสามารถเคลื่อนย้ายระหว่างผืนป่าได้อย่างอิสระ ลดปัญหาเลือดชิดและเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต
และยังเป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจและปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ การเป็นมรดกโลกทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง จึงไม่ใช่แค่การปกป้อง แต่คือการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงทั้งงานวิชาการ เศรษฐกิจ และจิตวิญญาณของการอนุรักษ์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อส่งต่อมรดกที่มีชีวิตนี้ให้กับคนรุ่นต่อไปในอนาคต
อ้างอิง
- ทุ่งใหญ่ – ห้วยขาแข้ง มรดกโลก
- สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ
- ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี
ผู้เขียน
สาวแว่นทาสแมวที่ชอบบอกเล่าเรื่องราวผ่านลายเส้น มีธรรมชาติช่วยฮีลใจ และหลงใหลในพระจันทร์เสี้ยว



