งานวิจัยใหม่จากศูนย์วิจัยเกษตรกรรมไลบ์นิซในเยอรมนี พบว่า คนรุ่นใหม่กำลังสูญเสียความรู้เกี่ยวกับพืชและสัตว์ท้องถิ่นลงอย่างน่าใจหาย แม้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นยังสามารถพบเห็นได้รอบตัวก็ตาม
ด้วยสถานการณ์นี้ นักวิจัยชี้ว่า เป็นสัญญาณของการตัดขาดระหว่างผู้คนกับธรรมชาติที่น่ากังวล
งานวิจัยดังกล่าวได้สำรวจประชาชน 463 คน ในพื้นที่เกษตรกรรมแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยอรมัน โดยถามตรงๆ ว่า “คุณนึกชื่อพืชป่าหรือนกที่พบในพื้นที่ของคุณได้กี่ชนิด”
ผลที่ได้สะท้อนภาพชัดเจนว่า แม้พื้นที่ดังกล่าวจะมีพืชเด่นประจำภูมิทัศน์ถึง 62 ชนิด และนกอีก 25 ชนิด แต่คนส่วนใหญ่กลับนึกออกเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น โดยเฉลี่ยสามารถบอกชื่อพืชเฉพาะถิ่นได้เพียง 2 ชนิด และนกเพียง 3 ชนิด เท่านั้น
พืชที่ผู้คนนึกออกมากที่สุดคือ แดนดิไลออน (Dandelion) ดอกป๊อปปี้ เดซี ส่วนนกที่ถูกกล่าวถึงบ่อย ได้แก่ นกกระจอก อีกา นกติ๊ด นกแบล็กเบิร์ด และนกกระสาขาว ซึ่งล้วนเป็นชนิดที่พบเห็นได้ทั่วไป ขณะที่พืชและนกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่เกษตรกรรมกลับไม่ถูกพูดถึงเลย
ผลการวิเคราะห์พบว่า อายุมีความสัมพันธ์กับความรู้เรื่องชนิดพันธุ์อย่างชัดเจน ผู้ที่อายุมากจะสามารถระบุชนิดพืชและนกได้มาก โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปี มักรู้จักพืชและนกประจำท้องถิ่นมากกว่าคนรุ่นใหม่
ในทางกลับกัน คนอายุน้อยมักตอบเพียงชื่อสิ่งมีชีวิตที่พบได้ทั่วไป หรือใช้คำกว้างๆ เช่น นกล่าเหยื่อ นกพิราบ หรืออีกา แทนการระบุชนิดที่เฉพาะเจาะจง
โดยจุดมุ่งหมายในการหาคำตอบนี้ เป็นการวัดว่า สิ่งมีชีวิตชนิดใด “อยู่ในความทรงจำ” ของผู้คนจริงๆ นั่นหมายความว่า แม้บางคนอาจจำนกชนิดหนึ่งได้เมื่อเห็นภาพ แต่หากไม่เคยนึกถึงมัน ไม่เคยสังเกต หรือไม่รู้สึกถึงการหายไปของมัน นั่นเท่ากับว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติกำลังอ่อนแอลง
นักวิจัยชี้ว่า ความสามารถในการรู้จักและเรียกชื่อสิ่งมีชีวิตมีความเชื่อมโยงกับความสนใจด้านธรรมชาติและความเต็มใจที่จะอนุรักษ์ เพราะโดยทั่วไปมนุษย์มักปกป้องสิ่งที่ตนเองรู้จัก หากสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งไม่อยู่ในความรับรู้ของผู้คน มันก็อาจหายไปโดยแทบไม่มีใครสังเกตเห็น
นักวิจัยเสนอว่า การแก้ปัญหาคงไม่ใช้การสั่งให้เด็กท่องจำชื่อพันธุ์พืชหรือสัตว์ แต่ควรสร้างโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลาอยู่กลางธรรมชาติ สังเกตสิ่งมีชีวิตรอบตัว และค่อยๆ สร้างความคุ้นเคยกับระบบนิเวศในพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่
เพราะความรู้เรื่องชนิดพันธุ์ เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ เข้าใจคุณค่าของระบบนิเวศ และนำไปสู่การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระยะยาว
อ้างอิง
ผู้เขียน
ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม



