คนเฝ้าช้าง (ตอนพิเศษ) ขอขอบคุณ ผู้สนับสนุนระบบสัญญาณเตือนภัย แก่คนเฝ้าช้าง

คนเฝ้าช้าง (ตอนพิเศษ) ขอขอบคุณ ผู้สนับสนุนระบบสัญญาณเตือนภัย แก่คนเฝ้าช้าง

“จริงๆ แล้วคนเฝ้าช้างนี่… คือคนที่ช่วยให้คนกับช้างยังอยู่ด้วยกันได้นะ”

คำพูดของอุดม กลับสว่าง เจ้าหน้าที่โครงการป่าตะวันตก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร แม้ฟังดูเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความหมายมากมายถึงหลากหลายบุคคล

ในบทสนทนาที่ไม่ได้บันทึกวันเวลา รวมกับเรื่องราวในฮิปโปแคมปัส ‘คนเฝ้าช้าง’ ที่อุดมเคยสาธยายไว้ หมายความได้ถึงคนในประชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ไม่ห่างจากป่า และเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ประสบพบเจอการมาเยือนของพี่ใหญ่

บ้างก็อาจหมายความได้ถึงเจ้าของเรือกสวนไร่นา คนธรรมดาสามัญที่ไม่ได้มีพลังวิเศษวิโสใดๆ นอกเสียจากใจอาสาที่อยากทำงานเพื่อครอบครัวและชุมชน อยากรักษาแหล่งรายได้ที่มีอยู่ไว้สำหรับดำเนินชีวิตของตัวเองและครอบครัว

บางคนอาจมีสำนึกเพียงอยากดูแลไร่มันสำปะหลังเพียงส่วนของตนเป็นแรงจูใจตั้งต้น แต่ก็ไม่ได้อิดออดหากในบางนาทีเพื่อนบ้านจะขอกำลังไปช่วยดูแลที่ดินข้างๆ บ้าง สัปดาห์ละครั้งถึงสองครั้ง หรืออาจมากกว่านั้น

คนเฝ้าช้างในความหมายกว้างๆ ยังรวมถึงคณะกรรมการป่าชุมชนแต่ละแห่ง ผู้คุมกฏในป่าเล็กป่าน้อยที่โอบล้อมพื้นที่อนุรักษ์ 

แม้แผนการจัดการป่าชุมชนส่วนใหญ่ของชุมชนรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจะไม่ได้กล่าวถึงการอนุรักษ์และดูแลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่อย่างช้างเป็นทุนเดิม 

แต่เมื่อเหตุการณ์มันพาไป นอกจากเฝ้าดูแลและรักษาการใช้ทรัพยากรในป่า ดูแลคนที่เข้ามาใช้บริการตู้กับข้าวธรรมชาติ ก็ยังต้องสอดส่องการมาเยือนของช้างป่าไม่เว้นวัน

ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการป่าชุมชนหรือแค่ชาวไร่ชาวสวนธรรมดา ไม่ได้เรียนจบมีดีกรีปริญญาด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า แต่เมื่อเวลามาถึงพวกเขาต่างรู้ดีว่าต้องทำอะไรก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวร้ายเดินทางมาถึงครอบครัวไวเกินไป 

จากคนที่ลุกขึ้นมาเฝ้าช้างหนึ่งคน ค่อยๆ ขยับรวมเป็นสองเป็นสามเป็นสี่ไปจนถึงหลักสิบ และรวมตัวกันเป็น ‘เครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าและสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์’ 

บางส่วนกำลังยกระดับเป็น ‘อาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช’ ที่หากพลั้งเพลอพลาดท่าประสบภัยขึ้นมาระหว่างเฝ้าช้างก็พอมีสวัสดิการช่วยจุนเจือดูแลบ้าง – แต่มันก็เป็นเงินที่ไม่ค่อยมีใครอยากได้สักเท่าไหร่

และที่วันนี้ยังไม่มีเหตุร้ายรุนแรงมากนัก ก็เพราะมีพี่เลี้ยงฝีมือดีอย่างเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หรือที่เรียกกันในชื่อทางการว่า ‘ชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังผลักดันช้างป่าและสัตว์ป่าที่ออกนอกพื้นที่อนุรักษ์’ ที่สลับหน้าที่จากคนลาดตระเวนกลางไพรใหญ่ในเวลากลางวัน ออกมายืมเฝ้าริมขอบป่าในยามตะวันหลับใหล

ชุดเคลื่อนที่เร็วฯ จะเป็นกลุ่มที่พยายามทำงานตามชื่อตระเวนไปช่วยเหลือเครือข่ายเฝ้าระวังฯ ในพื้นที่หมู่ต่างๆ ที่ได้รับแจ้งว่ามีช้างแวะเวียนลงมา

แม้ที่ผ่านมาอาจได้รับคำบ่นอยู่บ้างถึงความล่าช้าต่อบางกรณี แต่นั่นก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ว่าด้วยกำลังที่ไม่มีมากพอสำหรับการดูแลให้ทั่วถึง ยิ่งคืนไหนมีช้างเดินออกจากป่าหลายกลุ่มพร้อมกัน ก็มิเป็นอันต้องนอนกันเลยทีเดียว 

ในทีมชุดเคลื่อนที่เร็วฯ นอกจากมีทีมลาดตระเวนที่เจนจัดเรื่องงานระวังไพรเป็นแนวหน้า ในบางคืนยังมีทีมนักวิชาการของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าร่วมเป็นสมาชิก  

บางคืนออกมาร่วมทีมเพราะต้องการเก็บข้อมูลจัดทำสถิติ บ้างก็คว้าเอาโดรนมาช่วยเป็นดวงตาที่สามสอดส่องมองหาว่าช้างซ่อนอยู่แห่งใด และหลายต่อหลายครั้งมิพ้นต้องเป็นแนวหน้าช่วยจุดลูกบอลไล่นก ส่งเสียง ตะโกนบอกพี่ใหญ่ให้หันหลังกลับเข้าป่าไปเสีย 

เพราะบางครั้งจำต้องอาศัยแรงคนจำนวนมากเข้าช่วยกัน จึงไม่แปลกที่บางราตรีจะเห็นนักวิชาการยันหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเดินย่ำดงใต้ทางช้างเผือก

และจากเหตุการณ์ที่เริ่มถี่ขึ้น บางครั้งกรมป่าไม้ก็เข้ามามีส่วนร่วมช่นกัน 

ตัวอย่างนั้นปรากฏอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ของหน่วยป้องกันรักษาป่า นว.1 ที่วางแผนงานไว้ทั้งงานติดตั้งกล้องดักถ่าย จัดทำและปรับปรุงฐานข้อมูลสัตว์ป่าเป็นประจำทุกเดือน ไปจนถึงภารกิจเฝ้าระวังและผลักดันสัตว์ป่า 

แม้กิจกรรมอาจไม่ได้กำหนดตายตัวเหมือนอย่างชุดเคลื่อนที่เร็วฯ แต่ด้วยกรอบแผนงานที่วางไว้ ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาคืออีกหน่วยงานที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

เหล่านี้คือองค์ประกอบหนึ่งของคนเฝ้าช้างที่ปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่ และยังไม่หมดเพียงเท่านั้น โดยเฉพาะเรื่องหน่วยงานท้องถิ่นที่ข้องเกี่ยว ที่วันนี้ยังขาดการมีส่วนร่วมจากอีกหลายภาคส่วน เนื่องจากการขับเคลื่อนเรื่องการกระจายอำนาจยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร

หากวันใดอำนาจกระจายลงสู่ท้องถิ่นสำเร็จ เราคงเห็นภาพของคนเฝ้าช้างในขนาดที่ใหญ่กว่าเดิม

แต่เรื่องนี้ยังจบลงไม่ได้หากไม่กล่าวถึงแรงหนุนของสาธารณชน ที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอันใดในท้องถิ่น

คนกลุ่มนี้มีส่วนเชื่อมโยงถึงบันทึกการทำงานของคนเฝ้าช้างในแต่ละตอนที่ผ่านมา ด้วยภารกิจต่างๆ เผชิญปัญหาและอุปสรรค โดยเฉพาะเครื่องไม้เครื่องมือที่ยังถือได้ไม่ครบทุกข้าง บางคนยังต้องออกไปผลักดันช้างด้วยมือเปล่า บางหมู่บ้านยังไม่มีสัญญาณเตือนภัย มิต้องพูดถึงค่าน้ำมันที่ยังไม่รู้ว่าจะลงเมื่อไหร่ 

สิ่งเหล่านี้เป็นราคาที่ต้องจ่าย และหลายครั้งคนทำงานผลักสัตว์ป่าต้องควักเนื้อ เสียเงินเสียทรัพย์สินส่วนตัวไปเพื่อการงานโดยไม่มีสิ่งใดการันตีผลตอบแทน

คืนนี้อาจผลักดันสัตว์ป่าสำเร็จ แต่มันไม่อาจก๊อปปี้สิ่งเดิมไปวางไว้ในวันถัดไปได้อย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 

จะหวังพึ่งเพียงดวงก็กระไรอยู่ 

แต่แรงหนุนของสาธารณชนช่วยเติมเต็มช่องว่างส่วนนี้ได้

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งตรงกับ ‘วันช้างไทย’ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้เปิดแคมเปญระดมทุนพิเศษ ชวนสาธารณชนร่วมสนับสนุน ‘อุปกรณ์ส่งสัญญาณเตือนภัย’ เพื่อจัดซื้อและนำไปติดตั้งให้กับชุมชนที่มีช้างป่าเขามาหากินเป็นประจำ แต่ยังขาดแคลนอุปกรณ์นี้อยู่ 

‘อุปกรณ์ส่งสัญญาณเตือนภัย’ เป็นเครื่องมือที่สร้างขึ้นอย่างง่ายๆ มีองค์ประกอบผสมรวมไม่กี่อย่าง ใช้เพียงลำโพงขยายเสียง แบตเตอรี่ เบรกเกอร์ และเส้นลวด

เมื่อช้างเดินมาชนลวดที่ขึง ลำโพงขยายเสียงจะดังแจ้งเตือนคนในชุมชนว่ามีสัตว์มาเยือน ใครยังอยู่หัวไร่ปลายนาก็ให้รีบเข้าเรือน เครือยข่ายผลักดันสัตว์ป่าฯ ก็ต้องรีบออกมาทำงาน หรือส่งข่าวไปยังชุดเคลื่อนที่เร็วฯ ให้เข้ามาช่วยผลักดัน 

ดำเนินการไม่มากขั้นมากตอน แต่เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดผลที่ไม่อยากให้เกิดได้มากโข

คนในชุมชนปลอดภัย ชุดเฝ้าระวังไม่ต้องเข้าเวรรอ เมื่อทราบสถานการณ์เร็วก็ป้องกันพืชไร่ที่เพาะปลูกได้ทัน

เมื่อความสูญเสียลดลง สิ่งที่เรียกว่า ‘ความขัดแย้ง’ ก็ลดตาม

สำหรับกิจกรรมระดมทุนเพื่อจัดหาอุปกรณ์ส่งสัญญาณเตือนภัย มูลนิธิสืบนาคะเสถียรตั้งเป้าหมาย จัดหาอุปกรณ์จำนวน 15 ชุด ราคาเฉลี่ยชุดละ 800 บาท เปิดระดมทุนนับตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2569 – 31 มีนาคม 2569 

ผลสรุปยอดการระดมทุน เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 38,105.19 บาท 

หลังจากนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรจะนำงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน จัดซื้ออุปกรณ์สัญญาณเตือนภัยให้แก่ชุมชนรอบๆ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ชิ้นนี้อยู่ 

สำหรับส่วนต่างที่เหลือ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรจะพิจารณาไปยังอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ อาทิ ไฟโซลาร์เซลล์ ในจุดที่เครือข่ายเฝ้าระวังสัตว์ป่าฯ ใช้เป็นจุดรวมพลของคนทำงาน ที่ต้องว่ากันตามความเหมาะสมต่อไป โดยไม่ทิ้งเจตนาของผู้สนับสนุนที่หวังมีส่วนร่วมให้คนเฝ้าข้างทำหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในฐานะตัวแทนของ ‘คนเฝ้าช้าง’ ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการระดมทุนครั้งนี้ 

และคงไม่ใช่คำกล่าวที่เกินเลยไปมากนัก หากจะบอกว่า “ทุกคนคือคนเฝ้าช้าง”

ไม่ว่าจะชุมชน เครือข่ายเฝ้าระวังฯ ชุดเคลื่อนที่เร็วฯ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า กรมป่าไม้

ตลอดจนผู้สนับสนุนอุปกรณ์ส่งสัญญาณเตือนภัย

หรือแม้กระทั้ง ผู้ที่กำลังอ่านเรื่องราวมาจนถึงบรรทัดนี้

อ่านซีรีส์คนเฝ้าช้างทุกตอน

พ.ศ. 2569 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ดำเนินแผนงานศึกษาข้อมูลสัตว์ป่าและการเคลื่อนที่ของสัตว์ป่าที่มีผลกระทบกับชุมชนรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ผ่านกิจกรรมจัดทำฐานข้อมูลสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ป่าชุมชน จัดทำอัตลักษณ์ของสัตว์ป่า สำรวจพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ชุมชนที่สัตว์ป่าออกมาใช้ประโยชน์ ศึกษาเส้นทางการเคลื่อนที่ของช้างป่า และร่วมกิจกรรมลดผลกระทบจากสัตว์ป่าร่วมกับชุมชนและหน่วยงานอนุรักษ์ในพื้นที่ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการธรรมชาติปลอดภัย


เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

เป้าหมายที่ 11 ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัย ทั่วถึง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและยั่งยืน

11.4 เสริมความพยายามที่จะปกป้องและคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติของโลก

เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

15.5 ปฎิบัติการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อลดการเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยุ่ตามธรรมชาติ หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และภายในปี 2563 จะปกป้องและป้องกันการสูญพันธุ์ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม

15.9 บูรณาการมูลค่าของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไปสู่การวางแผนกระบวนการพัฒนา ยุทธศาสตร์การลดความยากจน และบัญชีทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ภายในปี 2563

15.a ระดมและเพิ่มทรัพยากรทางการเงินจากทุกแหล่งเพื่อการอนุรักษ์และการใช้ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

เป้าหมายที่ 17 เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน

17.17 สนับสนุนการส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม โดยสร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน

ผู้เขียน

Website | + posts

ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม