จากการเก็บหาสู่การดูแล เรื่องเล่าของ ‘ไข่มดแดง’ ในป่าชุมชนบ้านคลองห้วยหวาย

จากการเก็บหาสู่การดูแล เรื่องเล่าของ ‘ไข่มดแดง’ ในป่าชุมชนบ้านคลองห้วยหวาย

ในฤดูหนึ่งของปี ป่าชุมชนบ้านคลองห้วยหวายจะมีช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผู้คนพร้อมใจกันเหงนหน้ามองยอดไม้เพื่อค้นหา ‘รังมดแดง’ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางพงไพรใบเขียว

ใครมองเห็นก่อน คนนั้นได้ก่อน ใครปีนป่ายไว คนนั้นได้สิทธิ์เก็บ เป็นสินทรัพย์ในป่าที่ไม่มีใครอยากพลาด เพราะของรางวัลก้อนเล็กๆ สีขาวขุ่น ที่เบาแทบไม่มีน้ำหนักนี้มีมูลค่าสูงถึงกิโลกรัมละ 300 – 500 บาทในตลาดท้องถิ่น

และจากการเก็บข้อมูลการใช้ทรัพยากรในป่าชุมชนบ้านคลองห้วยหวายเมื่อปี 2568 พบว่า เฉพาะไข่มดแดงเพียงอย่างเดียว มีมูลค่าสูงถึง 1,725,000 บาทในปีเดียว

หรือเท่ากับมีไข่มดแดงราวๆ 3,000 – 5,000 กิโลกรัมถูกเก็บออกไป 

ตัวเลขนี้มากพอสำหรับแสดงให้เห็นความร่ำรวยที่เกิดขึ้นจากการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจสำคัญอีกอย่างหนึ่งของป่าชุมชนบ้านคลองห้วยหวาย หมู่ 21 ตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ รวมถึงในป่าชุมชนอีกหลายๆ แห่ง

สมศักดิ์ อยู่เย็น หนึ่งในคณะกรรมการป่าชุมชนเล่าว่า การนำไข่มดแดงมาปรุงอาหาร เป็นภาพสะท้อนของวิธีที่มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างแนบแน่น โดยเฉพาะในสังคมชนบทของไทย เป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมา คนหาต้องรู้ว่ารังอยู่ตรงไหน เลือกเวลาเก็บอย่างไร และทำอย่างไรไม่ให้มดถูกกัด เครื่องมือที่ใช้ก็เรียบง่าย เช่น ไม่ไผ่ยาวสักท่อนก็พอหากินได้แล้ว

“เคยกินไหม แกงผักหวานไข่มดแดง” แกถาม พลางยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นแทนคำใบ้เรื่องรสชาติ

แกงผักหวานไข่มดแดง คือหนึ่งในส่วนผสมที่ลงตัวจากการคัดสรรโดยธรรมชาติ เพราะผักหวานป่าก็ออกยอดในช่วงเดียวกันพอดี

นอกจากแกง ไข่มดแดงยังไปประกอบเมนูได้อีกหลายอย่าง ทั้งยำ ก้อย หรือแม้แต่ไข่เจียวไข่มดแดง ซึ่งเป็นการปรับเอาวัตถุดิบพื้นบ้านปรุงแต่งเป็นรูปแบบอาหารที่หลากหลาย ตั้งแต่กับข้าวในครัวไปจนถึงเมนูที่ขายกันตามร้านอาหาร

“ปีที่แล้วในตลาดขายกันกิโลละ 300 – 500 บาท แต่บางปีราคาพุ่งไปถึง 800 บาทเชียวล่ะ” 

ด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงทำให้กลายเป็นที่ต้องการของคนจำนวนมาก 

จากข้อมูลการใช้ประโยชน์ป่าชุมชนบ้านคลองห้วยหวาย กรณีการเก็บหาไข่มดแดงพบรูปแบบการใช้ประโยชน์ทั้งการเก็บไว้ประกอบอาหารในครัวเรือนและการนำไปขายสร้างรายได้

อย่างไรก็ดี กรรมการป่าชุมชนเล่าต่อด้วยนำเสียงปนเศร้าว่า ทรัพยากรส่วนใหญ่ถูกตักตวงโดยคนนอกหมู่บ้านเสียเยอะ 

“ไม่ใช่ว่าเสียดายหรอกนะ แต่คนต่างถิ่นเขาไม่ค่อยรู้ว่าป่าชุมชนของเรามีกติกาอยู่ เขาเข้ามาก็กวาดไปจนหมด ถ้าเป็นคนในหมู่บ้านเขาจะเหลือไว้ค่อยเก็บหาใหม่ในปีหน้า” กรรมการป่าชุมชนหมายถึงทรัพยากรทุกอย่าง มิใช่เพียงไข่มดแดงเพียงอย่างเดียว

เมื่อของป่าที่ถูกใช้ในครัวเรือนถูกเปลี่ยนสถานะเป็นสินค้ามีราคา มีตลาดรองรับ ความต้องการจึงมากเป็นทวีคูณ และความหมายของเรื่องนี้อาจสะเทือนไกลต่อระบบนิเวศทั้งหมดมากกว่าเพียงทรัพยากรเพียงชนิดเดียว

ในธรรมชาติ มดแดงไม่ได้มีหน้าที่ผลิตไข่ให้คนใช้เป็นอาหารเท่านั้น แต่มันคือแรงงานตัวเล็ก ช่วยล่าแมลงศัตรูพืช และช่วยลดความเสียหายของพืชในสวนและป่า ในงานวิจัยบางชิ้นมีบันทึกว่าสามารถควบคุมศัตรูพืชได้มากกว่า 50 ชนิด 

พอรังถูกเก็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อไข่ถูกนำออกไปทั้งชุดโดยไม่เหลือให้ฟักเป็นตัว วงจรชีวิตที่เคยหมุนต่อเนื่องมีโอกาสสะดุดและส่งผลต่อสมดุล

นิรามัย คิดดี เจ้าหน้าที่โครงการป่าตะวันตก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร อธิบายว่า ความหมายของป่าชุมชนโดยทั่วไปคนมักเข้าใจว่าเป็นพื้นที่สำหรับการใช้ประโยชน์ แต่จริงๆ แล้วในการบริหารจัดการป่าชุมชน จำเป็นต้องมีเรื่องการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนา หรือควบคุมดูแล สภาวพแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างในป่าชุมชนให้เกิดความยั่งยืนด้วย 

นิรามัย คิดดี เจ้าหน้าที่โครงการป่าตะวันตก

เจ้าหน้าที่โครงการในวัยที่ไฟยังลุกโชน ชวนย้อนวัตถุประสงค์การจัดตั้งป่าชุมชนให้เห็นว่า ควรมีองค์ประกอบด้วยกันทั้งหมด 5 ด้าน ประกอบไปด้วย 

(1) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ (2) การฟื้นฟูพื้นที่ป่าในเขตป่าชุมชน (3) การเสริมสร้างการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการจัดการป่าชุมชน (4) ส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณีชุมชนในการอนุรักษ์ฟื้นฟู พัฒนา ควบคุม การดูแล การใช้ประโยชน์ทรัพยากร 

และจึงค่อยนำมาสู่วัตถุประสงค์ข้อสุดท้าย (5) การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในป่าชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน

โดยเฉพาะ การฟื้นฟูป่าชุมชน เจ้าหน้าที่โครงการ ย้ำว่าเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามได้ 

“ตอนนี้มูลนิธิสืบนาคะเสถียร กำลังส่งเสริมให้ชุมชนแต่ละแห่งหันมาให้ความสำคัญภารกิจฟื้นฟูพื้นที่ป่าชุมชน โดยเราเป็นผู้สนับสนุนองค์ความรู้และองค์ประกอบด้านปัจจัยที่ชุมชนต้องการ สำหรับบ้านคลองห้วยหวาย ชุมชนเห็นว่าพวกเขาอยากฟื้นฟูทรัพยากรป่าชุมชนในเรื่องไข่มดแดง เพราะเป็นทรัพยากรที่ถูกเก็บหามากเป็นอันดับต้นๆ ของป่า” นิรามัย เล่า

สมศักดิ์ อยู่เย็น ขยายความว่า เหตุผลที่เลือกไข่มดแดงนั้นเรียบง่ายมาก เพราะเห็นว่ามดแดงกำลังถูกใช้มากเกินไป และหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป วันหนึ่งมันอาจหายไปจากป่าโดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว ซึ่งสมศักดิ์อาสาเป็นผู้ทดลองเพาะเลี้ยงไข่มดแดงเป็นรายแรก

“มันเป็นองค์ความรู้ที่เราไม่เคยทดลองทำมาก่อน ที่ผ่านมาก็เอาแต่ใช้และพึ่งวัฎจักรธรรมชาติอย่างเดียว”

กรรมการป่าชุมชนมองว่า เราไม่ควรเป็นผู้บริโภคฝ่ายเดียว แต่ต้องเป็น ‘ผู้พิทักษ์’ และ ‘ผู้ลงทุน’ ให้กับธรรมชาติได้ด้วย

กิจกรรมพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการฟื้นฟูป่าชุมชนเป็นหนึ่งในกิจกรรมย่อยของโครงการสร้างความพร้อมต่อการรับมือสภาพภูมิอากาศในพื้นที่แนวกันชนของผืนป่าตะวันตก สนับสนุนงบประมาณจาก ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด ดำเนินงานโดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร 

เงื่อนไขของกิจกรรมนอกจากพัฒนาองค์ความรู้แล้ว ยังต้องมีผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ อย่างน้อยที่สุด มดแดงที่เลี้ยงได้จะต้องถูกนำไปปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติไม่ต่ำ 20 เปอร์เซ็นต์ ของที่ผลิดอกออกผลเพื่อเป็นหลักประกันว่าสามารถฟื้นฟูและสร้างความยั่งยืนทั้งด้านอาหารและเศรษฐกิจในป่าชุมชนได้จริง 

ซึ่งนอกจากที่บ้านคลองห้วยหวายแล้ว กิจกรรมฟื้นฟูทรัพยากรป่าชุมชน ยังดำเนินงานที่ป่าชุมชนบ้านมาลาศรี หมู่ที่ 11 และส่งเสริมการเลี้ยงอึ่งไข่ ที่บ้านแม่กะสี หมู่ที่ 9 อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์

การเพาะเลี้ยงไข่มดแดง หรือส่งเสริมการเลี้ยงอึ่งไข่อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สิ่งเหล่านี้คือการตั้งคำถามใหญ่กลับมาถึงวิธีคิดของมนุษย์

ว่าเราจะเป็นเพียง ‘ผู้เก็บเกี่ยว’ หรือจะเริ่มเป็น ‘ผู้ดูแล’ และเป็น ‘หุ้นส่วน’ ที่สำคัญให้กับทรัพยากรธรรมชาติ

ในยุคสมัยที่หลายสิ่งหลายอย่างถูกใช้เร็วขึ้นเกินกว่าจะฟื้นตัวทัน การเลือกชะลอ การเลือกคืนกลับ คือความจำเป็นอย่างยิ่งยวด

ไข่มดแดงในบ้านคลองห้วยหวาย อาจไม่มีมูลค่าสูงเท่าเพชรพลอย แต่มันคือความมั่นคงอย่างหนึ่งในอาณาจักรไพรที่ส่งผลต่อชีวิตผู้คนโดยตรงในทันที 

หมายเหตุ กิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้และฟื้นฟูป่าชุมชนอยู่ระหว่างการดำเนินงาน 

กิจกรรมพัฒนาองค์ความรู้ในการสร้างแหล่งอาหารใหม่ทดแทนการการพึ่งพิงทรัพยากร เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างความพร้อมต่อการรับมือสภาพภูมิอากาศในพื้นที่แนวกันชนของผืนป่าตะวันตก ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด


เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 

เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

12.2 บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี 2573

เป้าหมายที่ 13 ปฎิบัติการอย่างเร่งด่วยเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

13.3 พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า

เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

15.6 สร้างหลักประกันว่าจะมีการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม และส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้นอย่างเหมาะสม

อ้างอิง

ผู้เขียน

Website | + posts

ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม