• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/799907foresttotown.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/897014nodam.jpg
  • 0
  • 1

ก้าวสู่การจัดการน้ำทางเลือก

อีเมล พิมพ์ PDF
หลังจากกรมชลประทานได้ถอน EHIA โครงการเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ออกจากการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560 แล้วบทบาทมูลนิธิสืบนาคะเสถียรที่ดำเนินการแล้วและจะทำต่อไปนั่นคือผลัดดันแนวคิด “การจัดการน้ำทางเลือก” ให้เกิดความสำเร็จในรูปธรรมแก่พื้นที่
จากการที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรพยายามผลักดัน “การจัดการน้ำทางเลือก” ให้เป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ พร้อมนำเสนอโมเดลการจัดการน้ำทางเลือกเรื่อยมาตั้งแต่ปลายปี 2559 จนเกิดเวทีประชุมเพื่อหาทางออกกันอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กันหลายต่อหลายครั้ง
กรมชลประทาน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรน้ำ ตลอดจนนักวิชาการด้านวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ ชาวบ้านในพื้นที่ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นจริงจากประชาชนในพื้นที่ แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงวิชาการ พิจารณาลักษณะพื้นที่ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้นำเสนอโมเดลการจัดการน้ำทางเลือก และร่วมกันหาทางออก นำไปสู่การประชุมระดับกระทรวงต่อไปในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2560
ผลประชุมวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 โดยมี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ที่ขณะนั้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุม นำไปสู่การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชลประทานโครงการเขื่อนแม่วงก์ ออกเป็น 3 แนวทาง คือ (1) สร้างเขื่อนแม่วงก์ (2) สร้างเขื่อนแม่วงก์ โดยลดระดับกักเก็บน้ำเพื่อให้เกิดผลกระทบด้านป่าไม้น้อยลง และพิจารณาเก็บกักน้ำที่บริเวณเขาชนกัน เพื่อชะลอและกระจายน้ำให้กับประชาชน บริเวณพื้นที่ อ.แม่วงก์ และ (3) ไม่สร้างเขื่อนแม่วงก์ แต่บริหารการจัดการน้ำทางเลือก ด้วยมาตรการการใช้สิ่งก่อสร้างและไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง
ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการแนวทางที่ (3) คือการไม่สร้างเขื่อน ก่อน และหากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อาจดำเนินการตามแนวทางที่ (2) และ (1) ต่อไป โดยวาระการประชุมครั้งนี้ได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยลำน้ำแม่วงก์และสาขา โดยมีรองอธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทองเปลว และผู้ว่าราชการ จ.นครสวรรค์ ร่วมเป็นประธาน และมูลนิธิสืบนาคะเสถียรอยู่ในคณะทำงานดังกล่าว
จากการประชุมครั้งนี้ “การจัดการน้ำทางเลือก” จึงได้ถูกบรรจุอยู่ในแผนระดับนโยบาย นำไปสู่การปฏิบัติงานระดับพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน
กรมชลประทาน ได้สรุปปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ลาดยาว ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยกรมชลประทานจังหวัดนครสวรรค์ได้รวบรวมข้อมูลปัญหาจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และจัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดและระดับพื้นที่ บริหารจัดการน้ำและป้องกันบรรเทาอุทกภัยจากลำน้ำแม่วงก์ใน อ.ลาดยาว อ.แม่วงก์ และ อ.เมือง
การปฏิบัติงานในพื้นที่ ภายใต้ชื่อ โครงการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ หรือที่เราเรียกกันว่า “การจัดการน้ำทางเลือก” ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ อบต.ลาดยาวเป็นผู้ประสานงาน อบจ.ให้ยืมรถ และมีภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครสวรรค์ เทศบาลจังหวัดนครสวรรค์ ทำงานสนับสนุนแก้ไขปัญหาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนงบประมาณ กำลังคน และอุปกรณ์ โดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียรช่วยสนับสนุนในส่วนของงบประมาณที่ขาดเหลือในบางส่วน
ภายในปี 2560 ได้ดำเนินการ "ระยะเร่งด่วน" แล้ว ตั้งแต่การสำรวจ ตรวจสอบพื้นที่และปัญหา จากการสำรวจพบวัชพืชกีดขวางเส้นทางน้ำ สิ่งก่อสร้างขวางลำน้ำ และการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ
คุณอรยุพา สังขะมาน หัวหน้าฝ่ายวิขาการ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร อธิบายว่า “สิ่งที่ดำเนินการในการจัดการน้ำทางเลือกไปแล้วมีการขุดลอกคลองม่วงระยะทาง 10 กิโลเมตร ปิดคลองขม โดยปิดเพียงบางส่วนและใส่ท่อเพื่อลดปริมาณน้ำเพราะมีชาวนาบางส่วนจำเป็นต้องใช้น้ำ ปิดทางแยกฝายวังชมพู เปิดคลองแห้ง และขุดลอกเหมืองลาว”
ผลของการดำเนินการการจัดการน้ำทางเลือก หัวหน้าฝ่ายวิชาการให้ความเห็นว่า “เมื่อพิจารณาจากปีที่ผ่านมา (2559) ที่ยังไม่มีการจัดการอะไรเลย เกิดน้ำท่วมอำเภอลาดยาว 5 ครั้ง ส่วนปี 2560 นี้ ท่วมช่วงหนึ่งบริเวณหน้าการไฟฟ้าแต่ไม่เข้าพื้นที่อำเภอลาดยาว นี่คือน้ำจากคลองม่วงล้วนๆ เพราะมันไม่มีการจัดการ และช่วงวันที่ 20 ตุลาคม ได้เกิดน้ำหลากประมาณ 12 ชั่วโมงในบริเวณพื้นที่อำเภอลาดยาว ซึ่งการทำงานอันเต็มไปด้วยข้อจำกัดทั้งเรื่องของงบประมาณ อุปกรณ์ และกำลังคน แต่สามารถทำได้ขนาดนี้ ทำให้เห็นความแตกต่างว่ามันมีทางเลือกอื่นที่สามารถทำได้”
จะเห็นว่าการบรรเทาอุทกภัยนั้นสามารถทำได้โดยทางเลือกอื่นที่ไม่ต้องสร้างเขื่อน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระยะเร่งด่วน เพิ่งเริ่มดำเนินการเท่านั้น ในระยะต่อๆ ไป เชื่อว่า การจัดน้ำทางเลือกในพื้นที่แห่งนี้จะเป็นแนวคิดสำคัญที่นำไปสู่การจัดการน้ำในพื้นที่อื่นๆ ที่เกิดปัญหาแทนที่การสร้างเขื่อนที่จะส่งผลกระทบมากกว่าทั้งกับคนและผืนป่า
เรื่อง พัชริดา พงษปภัสร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
การจัดการน้ำทางเลือกหลังจากกรมชลประทานได้ถอน EHIA โครงการเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ออกจากการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560 แล้วบทบาทมูลนิธิสืบนาคะเสถียรที่ดำเนินการแล้วและจะทำต่อไปนั่นคือผลัดดันแนวคิด “การจัดการน้ำทางเลือก” ให้เกิดความสำเร็จในรูปธรรมแก่พื้นที่
 

ข้อสังเกต ร่างแผนแม่บทและยุทธศาสตร์แร่

อีเมล พิมพ์ PDF
เมื่อวันที่ 14 และ 15 พฤศจิกายน 2560 กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติร่วมกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้จัดประชุมเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) ต่อร่างแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ภายใต้พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 และร่างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560 – 2564 และเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างดังกล่าวผ่านเว็บไซด์ http://www.dmr.go.th จนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560
ทว่ามีการตั้งข้อสังเกตต่อการจัดทำร่างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปีและแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560 - 2564 ในครั้งนี้ว่า เป็นไปอย่างรีบเร่ง และขาดกระบวนการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้และเสีย รวมถึงกลุ่ม บุคคลผู้มีข้อกังวลต่อการจัดทำร่างเอกสารดังกล่าว ปรากฎว่ายังมีผู้ไม่ทราบเรื่องการจัดเวทีเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังมีประเด็นน่าเป็นห่วงอีกว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กิจกรรมเหมืองแร่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ตลอดจนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงมาโดยตลอด เช่น การปนเปื้อนตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี การปนเปื้อนแร่แคดเมียม ในลำห้วยแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หรือการขนย้ายแร่จากเหมืองสองท่อผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นยังคงปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน นั่นหมายความว่า ผลกระทบของการทำแร่ในอดีตยังไม่มีแนวทางบริหารจัดการปัญหาและแก้ไขฟื้นฟูพื้นที่อย่างชัดเจน
ต่อข้อกังวลที่อาจเกิดขึ้นหากการจัดทำร่างยุทธศาสตร์แร่ฯ ผ่านความเห็นชอบได้รับอนุมัติอนุญาต องค์กรด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสิทธิชุมชน ได้หารือร่วมกันเมื่อวันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2560 เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและส่งข้อเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยมีประเด็นแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อร่างยุทธศาสตร์แร่ฯ ที่น่าสนใจดังนี้
นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา มองว่าการจัดทำร่างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปีและแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560 - 2564 ควรให้ความสำคัญกับหลักการสำคัญที่นำมาใช้เป็นกรอบแนวทางการบริหารจัดการแร่ของประเทศ ในข้อแรกคือ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หากไม่มีความชัดเจนในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ผู้ร่างควรตัดหลักการนี้ออกไป
นอกจากนี้ควรพิจารณาจากข้อมูลและความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ใดที่อนุญาตให้ทำแร่แล้วสร้างผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ควรต้องประกาศเป็นเขตพื้นที่มลพิษแร่ ควบคู่ไปกับการประกาศเขตพื้นที่ศักยภาพแร่ด้วย โดยพิจารณาผลกระทบที่เกิดจากตัวแร่ และกิจกรรมการแต่งแร่ด้วย
และเสนอว่าควรมีแนวคิดในการจัดการแร่ในเชิงก้าวหน้า ซึ่งจะเป็นการจัดการแร่ในรูปแบบใหม่ เพราะแร่เป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป รวมถึงควรนำหลักการชดเชยการสูญเสียระบบนิเวศ ที่เกิดผลกระทบขึ้นในพื้นที่อนุญาตและพื้นที่โดยรอบ จัดทำแผนการฟื้นฟูหลังจากทำกิจกรรมเหมืองแร่ และที่สำคัญที่สุดคือการให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เป็นอันดับแรก
นางศยามล ไกรยูรวงศ์ รักษาการเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ให้ความเห็นต่อร่างนี้ว่า ควรพิจารณาจัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแร่ โดยเริ่มตั้งแต่ระดับพื้นที่ เช่น จังหวัด เพื่อออกแบบการบริหารจัดการพื้นที่ของตนเอง แล้วจึงขยายสู่ภูมิภาคและระดับประเทศต่อไป ในรูปแบบ “ทำจากล่างขึ้นบน” จึงจะสามารถลดความขัดแย้งระหว่างผู้สัมปทาน ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ได้
ส่วนการประกาศเขตพื้นที่ศักยภาพแร่ควรหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาร่วมกันด้วย เช่น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (พื้นที่อนุรักษ์) กรมป่าไม้ (ป่าสงวนแห่งชาติ) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (พื้นที่ลุ่มน้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญ) กรมศิลปากร (แหล่งโบราณคดี) ฯลฯ และเห็นว่าปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรมีบทบาทสำคัญในการประสานหน่วยงานภายในกระทรวง หรือประสานหน่วยงานของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดแนวทางการดำเนินงานต่อไป
นายประทีป มีคติธรรม สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน “เนื้อหาในร่าง ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปีและแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560 - 2564ในประเด็นการจำแนกพื้นที่ศักยภาพแร่ (หน้า 44 ข้อ 4.1.3 ) ขัดต่อเจตนารมณ์พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ในมาตรา 17, 18 และ 19 ชัดเจนรวมถึงมาตราอื่นๆ เช่น กำหนดให้บรรดาพื้นที่ตามคำขอต่ออายุประทานบัตรและคำขอประทานบัตรที่ได้ยื่นก่อนวันที่พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ ให้เป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองในวาระเริ่มแรก โดยอ้างถึงมาตรา 188 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ซึ่งเนื้อหาในมาตราดังกล่าวไม่ตรงตารมเจตนารมณ์ที่ได้บัญญัติไว้ ฯลฯ” และควรหยุดการต่ออายุประทานบัตรและคำขอประทานบัตรไว้ก่อน จนกว่าจะมีการดำเนินการจำแนกพื้นที่ศักยภาพแร่ให้แล้วเสร็จ
นายอัมรินทร์ สายจันทร์ นักกฎหมายและเจ้าหน้าที่ฝ่ายงานวิชาการ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม
ให้ความเห็นว่าร่างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปีและแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560 - 2564 ไม่มีอำนาจในการพิจารณาอนุญาต หรือจะออกยุทธศาสตร์ที่ขัดกับพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ได้ ในร่างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี และในร่างดังกล่าวก็เขียนถึงแต่เรื่องการพิจารณาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (ม.19) เป็นหลัก แต่กลับไม่ได้ใส่เรื่องความสูญเสียทางสิ่งแวดล้อม มูลค่าทางนิเวศ สังคม สุขภาพ ซึ่งควรต้องเน้นเรื่องนี้ เพราะการแก้ไขฟื้นฟูในกรณีที่เกิดการปนเปื้อนเราไม่เคยมีความพร้อมเลย โดยให้มองเรื่องของคลิตี้เป็นกรณีศึกษาที่ดีในเรื่องนี้
นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ผู้ประสานงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่ ให้ความเห็นว่ากระบวนการจัดทำร่างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปีและแผนแม่บทการบริหาจัดการแร่ พ.ศ. 2560 - 2564 ขาดการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกระบวนการจัดทำพื้นที่ศักยภาพแร่ ควรให้ชุมชนมีบทบาทร่วมในการพิจารณาความเหมาะสม
ยุทธศาสตร์แร่เมื่อวันที่ 14 และ 15 พฤศจิกายน 2560 กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติร่วมกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้จัดประชุมเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) ต่อร่างแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ภายใต้พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 และร่างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ พ.ศ. 2560 – 2564 และเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างดังกล่าวผ่านเว็บไซด์ http://www.dmr.go.th จนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560
 

บันทึกภูพอก… ถึงเพื่อนทับลาน

อีเมล พิมพ์ PDF

ทับลานภูพอกเป็นพื้นที่เนินเขาเตี้ยๆ แห่งหนึ่งในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ไม่ได้มีสิ่งใดโดดเด่น จึงไม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลากนัก

 

27 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร EP 19 เจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

อีเมล พิมพ์ PDF

มูลนิธิสืบนาคะเสถียรคำว่า “ไอ้พวกนักอนุรักษ์” ให้ความหมายรวมถึง คนพวกหนึ่งที่ใส่ใจใฝ่รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คนพวกนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ร่ำเรียนมาทางด้านนี้หรือมีอาชีพดูแลป่าโดยตรง แต่คนดูแลป่าโดยตรงต้องมีจิตใจเป็นไอ้พวกนักอนุรักษ์

 

สรุปงานระดมทุนมูลนิธิสืบนาคะเสถียร พ.ค.-มิ.ย. 2560

อีเมล พิมพ์ PDF
ตามยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาระบบรายได้ เพื่อเป็นการสนับสนุนองค์กรอนุรักษ์อย่างยั่งยืน มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้รับการสนับสนุนเงินทุนสำหรับทำงานอนุรักษ์ผืนป่าใหญ่ ผ่านกิจกรรมและผู้สนับสนุนรายย่อย ตลอดเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2560 ตามรายนามดังต่อไปนี้
โดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้รับการบริจาคทุนทรัพย์ผ่านกล่องรับบริจาคยังจุดต่างๆ ดังต่อไปนี้
- เงินบริจาค (กล่องบริจาคที่สำนักพิมพ์คมบาง)
- เงินบริจาค (จากกล่องบริจาคและการสนับสนุนของที่ระลึกงานหนังสือ)
- เงินบริจาค (กิจกรรม YOU CAN HELP ที่สำนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่)
- เงินบริจาค (จากกล่องบริจาคและการสนับสนุนของที่ระลึกที่สำนักงานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ถ.ติวานนท์)
- เงินบริจาค (ของที่ระลึก งาน Cat T-Shirt ที่แอร์พอร์ตลิ้งค์ มักกะสัน)
- เงินบริจาค (ของที่ระลึกงานวิ่ง)
- เงินบริจาค (ของที่ระลึก งานวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่า @SCB สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน)
และจากผู้บริจาครายย่อย ดังรายนามต่อไปนี้
บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด (สาขาบางกะปิ),บริษัท เดอะเรนทรี โฮเท็ล จำกัด, คุณสุคนธา อาวัชนาการ, คุณนริศรา ซื่อไพศาล, คุณชามา พานแก้ว, คุณศิริพร ไชยวิรุณรักษ์, คุณธนากร มีเที่ยง, คุณยุพาพร ศรีดวงใจ, คุณเจษฎา โอบอ้อม, คุณศวรรณกมล น้อยดัด, คุณชรัญดา สารปัญญา, คุณวนิดา ปิดตาทานัง, คุณสมาภรณ์ มันตาภรณ์, คุณรุ่งรัตน์ เกตศิริ, คุณมณเฑียร เกิดโชติ, คุณอาภรณ์ รับไซ, คุณมาริสา ปานเต็ง, คุณอาภาณีย์ ตันศรี, คุณศรีสุข กมลจินต์เจริญ, ร.ต.อ.ชัยปติณญา แสงปาน, คุณพิพัฒน์ พันธุ์ศักดิ์, คุณสมสุนีย์ ชานกิติญานนท์, THAWATCHAI TUNTULANI, THONGLAN PENWITHYATAM, คุณจารุรัตน์ พลสุข, บริษัท ธนพรการ์เม้นท์ จำกัด, คุณเดียร์ ประดิษฐเจริญ, คุณสาริน ทองนุ้ย, คุณสมจิตร์ รุ่งเรือง, คุณณฐินี ชื่นเกษม,คุณนฤพล กิตติคุณากร, คุณสุภัสษร ราชนิยม, คุณสรพงษ์ ดีรุ่งโรจน์, บริษัท ท้องทรายเบย์คอทเทจส์ แอนด์ โฮเต็ล จำกัด, คุณวัชรินทร์ หงษาคำ, คุณพุทธชาด บัวรัตน์เจริญ, คุณรัตนา ยงคง, บริษัท เปรมดิ์ปรีชา จำกัด, คุณประวีณา ขันสำรอง, คุณจันทร์ที เรืองสา, คุณดารารัตน์ ดิษฐี, คุณธันยากร วิศาลโรจน์, คุณพนิดา สุรานาวงศ์, คุณหทัยรัตน์ ทัพวัตร์, คุณพิมพ์ใจ รวมพรรณพงศ์, ร้านอาหารยู แอนด์ มี, คุณสุทธกานต์ นาคะเสถียร, คุณกนิษฐ บุญทราพงษ์, คุณวิไล ประมาญสมบัติ, คุณนารินทร์ คามบุศย์, คุณกวิน เปรื่องศิลปรัตน์, คุณธนาพร ชิ้นสกุล, คุณอมรพรรณ สมสวัสดิ์, คุณศวรรณกมล น้อยดัด, Angrisa L., คุณปรีติ์ภพ วรดิถี, คุณรักชนก กลิ่นเจริญ, คุณมาลินี เลี่ยมกระโทก, คุณอินทิรา ญาติบรรทุง, คุณทิพย์ศิริ บุญยะผลานันท์, คุณลดาวัล และจิ, คุณทิพวัลย์ ชูประยูร, คุณศุภนิดา สุขประเสริฐ, คุณเทียรชัย สถิตธรรมนิตย์, คุณสุวรรณา มณีกร, คุณสมสุนีย์ ชื่นกิติญานนท์, คุณธงชัย จินดาพันธ์, คุณอาเป้, คุณจิราธนิก พุทธชาด, คุณจุฑามาศ พิมพ์คงคา, คุณนภารัตน์ วิจิตรกุลสวัสดิ์, คุณพรรษพร สินส่องแสง, คุณยุทธศักดิ์ วิธีกุล, คุณธมนันท์ โชติมนต์, คุณกานดา คลาดกองทุกข์, คุณรุ่งสกุล ยุทธรัตน์, คุณนริศรา ก่อศิลป์, คุณอัครวิชญ์   จันทร์พูล, คุณทรงพล เธียรธำรง, คุณธนัชชา สุชาติสุนทร, คุณพรรณีภรณ์ วศินระพี, ม.ร.ว.พรระพี อาภากร, คุณองค์อร อาภากร ณ อยุธยา, คุณศุภสิทธิ์ สุขะนินทร์, คุณศิริยา ตุลยวณิช, คุณธนัชชา สุชาติสุนทร, คุณสิทธิศักดิ์ พัดมา, Wachirawin Arrummy Rojvithee, คุณณัฐพล บุญไทย, คุณพิริยะพงษ์ อินท์บุตร, คุณฉลาด บัวใจ, คุณวีริศา วงศ์จิตราทร, คุณอนุรักษ์ ถนัดเลื่อย, คุณชัยสิทธิ์ ชัยศักดิ์เดช, คุณลิขิต ลำดับ,
คุณสุวรรณา รัตนาเดชากุล, คุณสุดาภรณ์ มณฑาทิพย์, คุณอัญญารัตน์ แซ่หลี, คุณธนกร ฮุนตระกูล, คุณศุภางครัตน์ ยันตรีสิงห, คุณกนกรัตน์ สถาวรานนท์, คุณอำนาจ  บุญคง, คุณปัญญา อุ่มบางตลาด, คุณพุฒิชัย กัลยาณสุโข, คุณฐนิดา เหตระกูล, คุณนงนุช เกียรติบำรุงพันธุ์, คุณประธาน เกตุกินทะ, คุณรัชดาภรณ์ วินัยนราพงศ์, คุณอโณทัย พวงนาค, คุณจักรแก้ว บุญลิขิต, คุณนุช ยุพดีรังสีกุล, คุณภาสินี สร้อยทอง, คุณบุษกร สายสมบัติ, คุณตุลจิต เขมะสิงคิ, คุณสุรีรัตน์ วงศ์อยู่, คุณสมรรัตน์ ชำนิวิกย์กรณ์, คุณฉันทนา จำปาโชค, คุณพัชรียา ลาหลายเลิศ, คุณทวีทรัพย์ บุญชู, คุณวราภรณ์ แผ่นชมภู, คุณปวีณนุช จันทรมณี, คุณนันทรัตน์ แซ่โง้ว, คุณกรชนก มาภรณ์, คุณนภนที ชัยกิตติศิลป์, คุณรุจิรา คมสัน, คุณอธิปณศักดิ์ เปรมปรีวรรณ, คุณภาวัต ไชยราช, คุณสันทัด ศรีวิชาญกุล, คุณสุพัชชา โตไตย์, คุณธัญญพร กุลสุ, คุณลัญชนา ศรีจันทร์, คุณกานต์ ทองดี, คุณเฉลิมพงษ์ วิจิตรสมบัติ, คุณเพ็ชร์รัตน์ เฉลิมโสภณ, คุณชุติเทพ เอื้อสกุลเกียรติ, คุณพงศธร พรรณบัวหลวง, คุณธีรฤทธิ์ กลางกัลยา, คุณสิริพรชัย พันธ์สิริกร, คุณกฤชสร จารุพศิน,คุณพสิษฐ์ พรชัยวัฒนากร, คุณปูชนิยดา ฝึกฝน, คุณวิชัย ลิ้มสุขศรีกุล, คุณกนกกุล ธรรมสุรัติ, คุณดารุณี มณีโลกย์, คุณสุธา เชิญรุ่งโรจน์, คุณชัชชัย สฤษดิ์อภิรักษ์, คุณหัสยา ตั้งพิทยาเวทย์, คุณตีรณา ธรรมริยา, คุณวัชรากร เชาวน์สุขุม, คุณประธาน เกตุกินทะ, คุณกนกพร ต้นทอง, คุณนริศรา สมยาม, Looknum Waiyasith, คุณอรสา สายจีน, คุณเบญจรัตน์ ทัพย์เมฆ, คุณณัฐธยาน์ ธีรลดานนท์, คุณชยุต อมรสิงห์, คุณพัดชา ใจอิ่ม, คุณอดิเรก อินทนู, เมธ์ บจก.แฟชั่น คิงดอม, คุณฐนิดา เหตระกูล, คุณพิมพ์พิชชา กลิ่นทองหลาง, คุณปรียา อุ่นวิเศษ, คุณปริวัฒน์ แก้วศรีนวม, คุณสุรัชธาวี พระธานี, คุณฉัตรณรงค์ รักชาติ, พ.อ.ต.เชาวลิต ไกรแสง, คุณสมปิดี วงษ์พรมมา, คุณรุจาทร โอเจริญ, คุณกุลกนิษฐ์ จรรยา, คุณเดียร์ ประดิษฐเจริญ, คุณพิริยาภรณ์ เลขธรากร, SUPHAPH JAROENSAP, NISA SIRIRUEKPONG, WARAWUTH SIRIBUNKOSAI, NANNICHA WARAKITKRAIRERK, KEERATI JITTRAW0NG, VORANEE LEWSUWAN, NAWEPAP TAKCHAVALIT, CHOTIPAT JANSEM, CHATCHAI CHONGLUEKGAM
คุณดาริกา พรหมรักษา, บริษัท เอ.ไอ.เน็ทเวิร์ด (ประเทศไทย) จำกัด, คุณสุฌลา ชาญ, คุณวิญญู เหลาสกุลรัฐ, คุณอรวรรณ ชินวัฒนกิจ, ดร.เพียงตา สาตรักษ์, บริษัท ท้องทรายเบย์คอทเทจส์แอนด์โฮเต็ลจำกัด, คุณยุทธพล พลราชม, คุณพรนภา รัตนตรับภพ, คุณศิษฎ์ เปรมัษเฐียร, คุณอุ่นเรือน ช่วยชูวงศ์, คุณวิญญู เหล่าสกุลรัฐ, คุณภัคนารี ชัยกรณ์กิจ, คุณหงสรัตน์ วรสุวัฒน์, บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด, คุณสัจธรรม จินาติ, คุณศิริรักษ์ หงวนไธสง, บริษัท ธนพรการ์เม้นท์ จำกัด, คุณศิวนันท์ ศิริพรโภคา, Wandee . RBIS, คุณธัญญวันต์ วิภาตะวณิช, คุณนันทิกานต์ อัมพวัน, คุณเด่น คืนตัก, คุณกิติกรณ์ วรรณะ, คุณชนัฏ ยงสวาสดิ์, คุณทศพร ชั้นบุญ, คุณธนเพชร จิตตวีระ, คุณวิทยา ศรีภักดี, คุณศรินทร แก่นแก้ว, คุณนารี กมลฤกษ์, การเคหะแห่งชาติ, คุณสุพัตรา ลาอุ่น, คุณรัชนี ชาญวณิชเวช, คุณวิจิตรา ตันสุวรรณนนท์, คุณสมทรง บุญกระสินธุ์, คุณชนัญภัค ทวีจามรมาน, Mr.Wim Baeck, คุณกวิน เปรื่องศิลปรัตน์, คุณเรวัตร เรืองสิริพงศ์, คุณปรีชา พรหมชาติ, คุณปิยธิดา จิตโสภา, คุณอรประภา สาครวาสี, คุณวิสุทธิ์ คงสุนทรกิจ, คุณปาริชาติ ศิริสมถะ, คุณกานต์รวี ล้อมมณีทรัพย์, คุณอรรถพล อำมาตย์มณี, คุณฤกษ์ชัย โพธิ, คุณวชิรพงษ์ ฉัตรมณีวัฒน์, คุณประภาส เพ็ญสว่าง, คุณมนตรี พาหุวัฒนกร, CHUMCHOKE NANTHAWICHIT, TORPONG MUADCHAIYAPHUM, NUNNICHA TECHAKORNWEERAWAT, CHUCHAI SOPHONVICHAKUL, MONTREE KONGDANG, NUTTIDA KOVISUITH, SANCHAI KAEWHUASAI, SUNISA YANGKLANG, TANITA THAWEETHAMCHAROEN,
คุณวัชรี วัฒนพงศ์, คุณวัชรวิทย์ พิมธาลี, คุณสุชาดา เงินยิ่ง, คุณชมชนก มณี, คุณอัจจิมา รัมภกิจ, คุณณัฐกานต์ บูรณะพงษ์, คุณรวีวรรณ ปิตยานนท์, คุณปัทมา ครองพล, คุณนัทธิณี แก้วสว่าง, คุณวันเพ็ญ แต่งตั้ง, คุณรัชนีย์ด้วงมูล, คุณจรรยา ใจดี, คุณสุทธิพงศ์ อภัยรัตน์, คุณศิริกมล สังข์มูล, คุณวรางคณา นะเอรัมย์, คุณประภัสสร ศรีชัย, คุณมนสิชา นิจรัญ, คุณวชิราพรรณ ระวันประโคน, คุณชาลิสา ปัญจะเทวคุปต์, คุณพุทธชาด บัวรัตน์เจริญ, คุณธัญญารัตน์ ศรุติพันธ์, คุณธัญวรรณ กล้าปราบศึก, คุณวิฑูรย์ ท่าสวน, คุณช่อแก้ว ทับทิมแดง, คุณสิรภูมิ นาคทับ, คุณเฉลิมชาติ วาดวงปราง, คุณวีนัส วงศ์ชัยประเสริฐ, คุณบุปผา ผดุงกิจเจริญ, บริษัท รอยัล เทเบิ้ลแวร์ จำกัด, คุณสมพร รัศมีจาตุรงค์, คุณสมเกียรติ อุดมวงศ์ทรัพย์, คุณภัทราพร ไชยแสงสุขกุล, คุณจิรโรจน์  จิรรัตน์นันท์, คุณอนิรุทธิ์ ชัยวรพร, คุณสรินยา นวนสิน, คุณถอมชัย ดาษทรัพย์, คุณศุภสิทธิ์ พิศวง, ร้านต่าย-ตอง, คุณสุภคณา ลิ่มระนางถูร, คุณกชกร เครือกลางรงค์, คุณดำรงเกียรติ ชิตเพชร, คุณชนิกานต์ ราชวานิช, คุณสุกัญญา พิสิฏฐิ์พัฒนะ, คุณธัญวณรัตน์ บัวตะคุ, คุณองอาจ มหิทธิกร, คุณอนวัช กังแฮ, คุณชัชวาล พรพิไลพรรณ, คุณปนิธาน ช่อผูก, Leena J.,VARAPORN KRUAKANCHANA,SUMATE VUTTIPANICHTAWEE, SAITHIP SAENGKUL, SUMATE VUTTIPANICHTAWEE, คุณเด่น คืนตัก, คุณยุทธพล พลราชม,
คุณอัจฉราพรรณ แสงบัวเผื่อน, คุณเนตรชนก กัญจนกาญจน์, คุณโอเล่, คุณชาญณรงค์ พลับจุ้ย, มูลนิธิโลกสีเขียว, คุณสุรีรัตน์ อินทพันธ์, พลตรีชิน ชั้นเจริญ, คุณชัยนนท์ สุกาญจนาภรณ์, คุณนันทยา เนื่องนิยม, คุณธัชพรรณ ไต่เป็นสุข, คุณธนเพชร จิตตวีระ, คุณสมสุนีย์ ชื่นกิติญานนท์, คุณพิยดา คงเทศน์, คุณกัลยรัตน์ แซ่จิว, คุณรุ่งยศ ศาสนอนันท์, บริษัท บาธรูม ดีไซน์ จำกัด, คุณมาโนช วังสตัม, ร้านเพชรเคมีเกษตร ชัยรัตน์ ซางเลง, คุณปัญญา สุวรรณกลาง, คุณพัชร์อริญ พัชรวีรนันท์, คุณทวีเกียรติ ฉัตรเฉลิมวิทย์, คุณชนิกานต์ เทียนจิ้ว, คุณรัตนพร เจริญชาติ, คุณกนกอรชุมจันทร์, คุณอิศราพรรณ์ ดาคำ, คุณฉัตรชัย งาช้าง, คุณจรูญรัตน์ สุวรรณี, คุณวุฒ แซ่หลี, คุณพรทิพย์ จันทร์คง, คุณศศินา วิเชียร, คุณสุภัค เรืองพัฒนาวิวัฒน์, คุณดั่งดล นาราศิริฤกษ์, PATTHANEE SUPACHARUWONG, KORNSINEE DANGROON, KOJOHNVIT JIRAPAKKUL, SUWALUX NONGNUAL, PAKAMON KIJSIRAPAT, คุณปิยจิต โคตรคำสูนย์, คุณนิลุบล รัตนพูล, คุณสุทธกานต์ นาคะเสถียร, คุณยุทธพงษ์ เจตมโนรมย์, คุณช่อแก้ว ทับทิมแดง, SUTHAPORN NAMSUVIMONKUL, NARARAT  RITTHIRONG, คุณสุวรรณา ฟองสมุทร, คุณถิติรา มาณะวิท, คุณอิศวีร์ ภมรานนท์, คุณศิริพร ตั้งใจงาม, คุณกัมปนาท ธาราภูมิ, คุณภรภัทร ช่วงสกุลศรี, บริษัท เชียร์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด, คุณรัตติยา สากลวารี, บริษัท ท้องทรายเบย์คอทเทจส์ แอนด์ โฮเต็ล จำกัด, คุณมาลินี พันธิ์นิธิ, คุณจรูญ เทศผ่อง, พ.ต.ท.มนตรี มนูนาทวิมลกฤตย์, คุณภูริภัทร สมอารยพงศ์, คุณพรพรรณ เชียงขวาง, คุณสุรพัฒน์ ธรรมศาสตร์, คุณเทียรชัย สถิตธรรมนิตย์, คุณศวรชัย สวนเขื่อน, คุณอัฐพนธ์ ฉันชัยรุ่งเจริญ, คุณทรงวุฒิ แก้วกันใจ, คุณพงษ์ชัย สุริยานากุล, คุณสมชาย ดอนสมพงษ์, คุณธีรพัชร์ ทรัพย์งามแสง, คุณสมบูรณ์ ศุภนิมิตรกุลกิจ, คุณศวรชัย สวนเขื่อน
มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมรักษาป่าใหญ่ไปกับเรา
และขอเชิญร่วมรักษาบ้านให้น้องมหิง ควายป่าฝูงสุดท้ายของประเทศไทยที่ห้วยขาแข้ง ดูรายละเอียดได้ที่นี่
ป่าใหญ่ตามยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาระบบรายได้ เพื่อเป็นการสนับสนุนองค์กรอนุรักษ์อย่างยั่งยืน มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้รับการสนับสนุนเงินทุนสำหรับทำงานอนุรักษ์ผืนป่าใหญ่ ผ่านกิจกรรมและผู้สนับสนุนรายย่อย ตลอดเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2560 ตามรายนามดังต่อไปนี้
 

ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น มิตรหรือศัตรู

อีเมล พิมพ์ PDF
จากกระแสการพบหนอนตัวแบนนิวกินีในประเทศไทยจนทำให้การพูดคุยถกเถียงถึง "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น" หรือ "เอเลี่ยนสปีชีส์" อย่างกว้างขวางกันอีกหน มิหนำซ้ำคราวนี้เรื่องราวยังพาความซวยไปถึงเจ้าแมวเหมียว จนต้องลำบากทาสแมวออกโรงมาปกป้องกันจ้าละหวั่น
แต่ช้าก่อน! อย่าเพิ่งตื่นตระหนกหรือรีบโรยเกลือใส่แมวกัน ลองมาทำความเข้าใจกับ "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น" กับ "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน" กันในบทความนี้กันเสียก่อน
“ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น” (Alien Species) คือ ชนิดพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ชนิดพันธุ์ท้องถิ่น แต่มันเดินทางจากถิ่นอื่นเข้ามาในถิ่นนั้นๆ ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ซึ่งไม่ได้หมายความถึงสัตว์เพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงพืช จุลินทรีย์ เชื้อรา ด้วยเช่นกัน
ส่วนผลกระทบที่จะเกิดต่อสภาพแวดล้อมใหม่จากการเข้ามาของ "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น" ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ความชื่นชอบในสภาวะแวดล้อมว่ามีอากาศ ความชื้น แสงแดด สายลม เหมาะสมกับตัวมันมากน้อยแค่ไหน หากสภาพแวดล้อมแห่งนั้นเหมาะต่อการเจริญเติบโต เช่น มีอาหารสมบูรณ์ ไม่มีกลไกทางธรรมชาติในการควบคุมประชากร "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น" ก็จะสามารถปรับตัว แพร่กระจายพันธุ์ได้ดี สร้างและขยายอิทธิพลในพื้นที่นั้นๆ จนเกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมรอบตัว สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เราเรียกมันว่าเป็น “ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน” (Invasive Alien Species)
ผลกระทบจาก "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน" แบ่งออกได้ง่ายๆ เป็น 4 ด้าน ได้แก่ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ, ผลกระทบทางการเกษตร, ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
สาเหตุของผลกระทบที่เกิดจากจาก "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน" เป็นต้นว่า มาจากการเข้าไปเบียดเบียนชนิดพันธุ์ท้องถิ่นดั้งเดิม ไม่ว่าจะด้วยการไล่กัดกิน แย่งอาหาร แย่งชิงพื้นที่สืบพันธุ์ ข่มเหงพันธุกรรมที่มีความใกล้เคียงผสมพันธุ์ออกมากระทั่งลูกที่เกิดมีโอกาสรอดต่ำและเป็นหมันในรุ่นถัดไป ส่งผลทำให้ความหลากหลายทางพันธุกรรมเดิมเสื่อมลง หรือบางกรณีเป็นพาหะนำโรคหรือปรสิตเข้าสู่พื้นที่โดยที่ชนิดพันธุ์ท้องถิ่นอาจไม่สามารถต้านทานได้ หรือการรบกวนสภาพนิเวศ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสมดุลนิเวศวิทยาเดิม เป็นต้น
โดยลักษณะพิเศษของการรุกรานทางชีวภาพคือเมื่อเกิดขึ้นและดำเนินไปแล้ว ความเสียหายและสูญเสียที่เกิดขึ้นจะสามารถคงอยู่ต่อไปหรืออาจเพิ่มขึ้น แม้จะมีการจัดการกับต้นเหตุของปัญหาไปแล้วก็ตาม
จากการประเมินระบบนิเวศแห่งสหัสวรรษ (Millennium Ecosystem Assessment, 2005) พบว่า การคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก มีเรื่องชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานสร้างปัญหาเป็นอันดับสอง ซึ่งเป็นรองเพียงแค่การทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยเท่านั้น
แต่การที่จะบอกว่า "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น" เป็น "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน" หรือไม่นั้น จำเป็นต้องมีการสำรวจและเก็บข้อมูลในระบบนิเวศของประเทศนั้นประกอบด้วย และในบางกรณี "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น" ก็ไม่ใช่วายร้ายเสมอไป
ยังมีชนิดพันธุ์ต่างถิ่นประเภทไม่รุกราน ที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศโดยตรงหรือชัดเจนเสียทีเดียว เพราะหากชนิดพันธุ์ต่างถิ่นไม่เข้าไปแข่งขัน แก่งแย่งชิงอาหารและพื้นที่จนขัดต่อวิถีชีวิตชนิดพันธุ์ท้องถิ่นดั้งเดิม ซึ่งชนิดพันธุ์ต่างถิ่นบางชนิดยังมีผลเชิงบวก อาทิ วัชพืชที่ช่วยปกคลุมหน้าดิน ปลานิลที่เป็นแหล่งโปรตีนหลัก พืชสมุนไพร เป็นต้น
ประเด็นสำคัญอีกเรื่อง ไม่ใช่ "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น" ทุกชนิด จะสามารถเล็ดลอดออกไปสู่ระบบนิเวศได้ หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมนุษย์ (ทั้งด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจก็ตาม)
การลำเลียงพลของ “ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น” เข้ามายังพื้นที่หรือประเทศไทย ที่หลายคนมักตั้งคำถามว่าพวกมันเข้ามาได้อย่างไรนั้นมีด้วยกันหลายสาเหตุ ประกอบไปด้วย การนำเข้าโดยตรง ความบังเอิญที่เกาะมากับการคมนาคมขนส่ง การปล่อยสู่แหล่งธรรมชาติ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม และเครื่องบรรณาการสำหรับเชื่อมสัมพันธไมตรี
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) มีข้อมูลว่าปัจจุบันประเทศไทยมีชนิดพันธุ์ต่างถิ่นอยู่มากกว่า 3,500 ชนิด ที่ส่วนมากเป็นสัตว์น้ำ และส่วนใหญ่ถูกนำเข้ามาโดยตรง เพื่อผลประโยชน์ทางการเกษตร การเพาะเลี้ยง หรือเป็นพืชและสัตว์ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น ข้าวโพด อ้อย ยางพารา หมู เป็นต้น ขณะเดียวกัน ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น บางชนิดได้แพร่ระบาดข้ามพรมแดนผ่านการติดมากับการคมนาคมขนส่ง
คุณเพชร มโนปวิตร รองหัวหน้ากลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (IUCN) ยืนยันว่าชัดเจนว่าปัจจุบันประเทศไทยได้รวบรวมข้อมูลชนิดพันธุ์ต่างถิ่นไว้ประมาณ 3,500 ชนิด แต่มีศักยภาพในการรุกรานในประเทศไทยทั้งสิ้น 182 ชนิด สัตว์หลายชนิดที่คุ้นเคยกันดีก็นับเป็นสัตว์ต่างถิ่นรุกรานและสร้างผลกระทบร้ายแรง เช่น นกเอี้ยงสาริกา แมวบ้าน เป็นต้น
ส่วนบัญชีรายการ ร้อยชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานที่น่ากลัวที่สุดของโลก มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา 2 ประการ คือ (1) ผลกระทบที่สิ่งมีชีวิตชนิดนั้นมีต่อความหลากหลายทางชีวภาพและผลกระทบต่อความเป็นอยู่มนุษย์ และ (2) ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติโดยรอบ หลังจากสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นเข้ามารุกราน
ซึ่งในบัญชีดังกล่าวปรากฏรายชื่อ ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีอยู่ในประเทศไทย เช่น หอยทากยักษ์แอฟริกา (ลำดับที่ 2) นกเอี้ยงสาริกา (ลำดับที่ 3), ต้นสาบเสือ (ลำดับที่ 23), แมวบ้าน (ลำดับที่ 38), ต้นกระถินยักษ์ (ลำดับที่ 46), ต้นไมยราบยักษ์ (ลำดับที่ 56), หนอนตัวแบนนิวกินี (ลำดับที่ 72) หอยเชอรี่ (ลำดับที่ 73) และเต่าญี่ปุ่นหรือเต่าแก้มแดง (ลำดับที่ 93) เป็นต้น
ตัวอย่างชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่เข้ามาในประเทศไทย เช่น ปลาหมอสีคางดำ ที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมคือทวีปแอฟริกา ได้ถูกนำเข้ามาในปี 2553 จำนวน 5,000 ตัว เพื่อพัฒนาชนิดพันธุ์มุ่งหวังด้านปลาเศรษฐกิจ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามชนิดพันธุ์ต่างถิ่นชนิดนี้ได้หลุดสู่แหล่งน้ำ มันกินแพลงก์ตอน ลูกปลา และกุ้ง เป็นอาหาร อีกทั้งยังขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งสามารถอาศัยได้ทุกแหล่งน้ำ จึงส่งผลต่อสัตว์ท้องถิ่นรวมถึงบ่อเลี้ยงของเกษตรกรให้ได้รับความเสียหาย
สาบเสือ ที่เป็นพืชชนิดพันธุ์ต่างถิ่นซึ่งรุกราน แต่ในมุมหนึ่งพืชชนิดนี้เองก็มีคุณประโยชน์ในด้านช่วยคลุมดิน และมีสรรพคุณทางยาต่างๆ เช่น ใบสาบเสือสามารถป้องกันและกำจัดแมลงที่เป็นศัตรูทางการเกษตรได้ทั้ง หนอนกระทู้ ด้วง และเพลี้ยอ่อน เป็นต้น ต้นและใบของสาบเสือสามารถบำบัดน้ำเสียได้ และยังมีสรรพคุณทางยาด้านอื่นๆ อีกด้วย แต่เนื่องจากมันสามารถอาศัยได้ทุกสภาพอย่างดี และผลิตเมล็ดจำนวนมากที่สามารถกระจายพันธุ์ด้วยการลอยตามแรงลมได้ทำให้พืชชนิดนี้สามารถระบาดได้อย่างรวดเร็ว
แมวบ้าน สัตว์เลี้ยงแสนรักใกล้ตัวที่หลายคนไม่คาดคิดว่าก่อนว่าเป็น "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน" เช่นกัน ในประเทศไทยยังไม่มีการศึกษาผลกระทบจากแมวบ้านอย่างจริงจัง แต่กรณีศึกษาจากต่างประเทศนั้นมีงานวิจัยจากประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า ภายใน 1 วันแมวล่านกได้ 1 ล้านตัว โดยนกที่ตกเป็นเหยื่อเกือบทั้งหมดเป็นนกประจำถิ่นที่พบในธรรมชาติ และเป็นนกชนิดที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์กว่า 70 ชนิด เฉลี่ยเป็นแมวจรจัดล่านกปีละ 316 ล้านตัว และแมวที่มีเจ้าของปีละ 61 ล้านตัว ขณะที่ประเทศอังกฤษมีสถิติคนเลี้ยงแมวราว 7.2 ล้านตัว และสมาคมอนุรักษ์ของสหราชอาณาจักร (RSPB) ประเมินว่าแต่ละปีแมวฆ่านกในธรรมชาติปีละมากกว่า 27 ล้านตัว ดังนั้น สำหรับผู้ที่ต้องการปกป้องแมวของตัวเองควรเลี้ยงระบบปิด ให้อาหารให้แมวอิ่มอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ไปล่าสัตว์ไม่ว่าจะนกหรือสัตว์เลื้อยคลานเพิ่มเติม และหากแมวคาบสัตว์มาฝากเจ้าของคุณควรแสดงอาการไม่ปลื้มใจเพื่อไม่สนับสนุนให้น้องแมวไปล่าสัตว์มาอีก
อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ หอยทากยักษ์แอฟริกา มีถิ่นที่อยู่อาศัยอยู่ทางฝั่งตอนตะวันออกของทวีปแอฟริกา เข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี 2500 และเกิดการระบาดไปทั่วประเทศในอีก 15 ปีต่อมา หอยทากยักษ์แอฟริกานั้นสามารถอาศัยอยู่ได้หลากหลายพื้นที่ เช่น มีการพบเห็นตามป่าเสื่อมโทรม พื้นที่การเกษตร สวนไร่ และแหล่งชุมชน สามารถสืบพันธุ์ออกลูกออกหลานได้ง่าย ด้วยความที่หอยทากยักษ์แอฟริกากินใบไม้ ซากใบ้ไม้ และยอดอ่อนเป็นอาหาร จึงกลายเป็นศัตรูพืชทางการเกษตรไปทั่วโลก ประเทศแถบหมู่เกาะแปซิฟิกซึ่งต้องเผชิญกับหอยทากยักษ์แอฟริกาจึงหาทางออกด้วยการปล่อยหนอนตัวแบนนิวกินีเข้าสู่พื้นที่เพื่อกำจัดหอยทากยักษ์แอฟริกา ทว่า นอกจากเจ้าหนอนตัวแบนนิวกินีจะกำจัดศัตรูทางใจให้ชาวเกษตรกรแล้ว แต่มันยังไล่ล่าทากท้องถิ่นจนกระทั่งสูญพันธุ์ไปอีกด้วย
สำหรับ หนอนตัวแบนนิวกินนี มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เกาะนิวกินี ประเทศอินโดนีเซีย ตัวของมันได้รับการจัดอันดับอยู่ในบัญชี 'ร้อยชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานที่น่ากลัวที่สุดของโลก' (100 of the World's Worst Invasive Alien Species) จัดทำโดยสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) ส่วนการโยกย้ายประชากรของหนอนตัวแบนนิวกินีมาสู่ประเทศไทยยังระบุไม่ได้แน่ชัดนัก แต่กล่าวกันว่ามันสามารถเดินทางมาพร้อมกับดินที่ติดมาพร้อมกับการนำเข้าต้นไม้ก็เป็นได้
ด้านกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดหนอนตัวแบนนิวกินีให้เป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่มปรสิตหรือพยาธิ ที่ไม่ใช่ศัตรูของพืช ซึ่งเข้ามายังประเทศไทยได้ประมาณ 10 ปีแล้ว
สำหรับกรณีของหนอนตัวแบนนิวกินนีในประเทศไทยยังไม่มีการศึกษาผลกระทบให้เป็นที่ประจักษ์ ดังนั้น จึงไม่ควรตื่นตระหนกกับข่าวลือบางเรื่องที่ว่าเมื่อสัมผัสหนอนนิวกินีจะทำให้ติดไวรัสถึงตาย และเมื่อเจอทากสีน้ำตาลๆ ดำๆ ก็อย่ารีบร้อนโรยเกลือส่งเดช เพราะอาจจะกลายเป็นว่าตัวเราเองนี่แหละที่เป็นผู้ล่าชนิดพันธุ์ท้องถิ่นจนลดจำนวนลง
จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น" ไม่ใช่ผู้ร้ายสายดาร์ค ที่เรียกว่า "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน" เสมอไป ยังมีชนิดที่ทำตัวเทาๆ ให้เห็นอยู่บ้าง หรือบางชนิดก็มีประโยชน์อย่างมากในด้านใดด้านหนึ่ง เราจึงไม่ควรตื่นตูมเพราะคำว่า “เอเลี่ยน” จนเกินไปนัก ขอพยายามเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งนี้ก่อนนำไปสู่ระบบการจัดการที่เหมาะสมต่อไป
รายละเอียดเพิ่มเติม
- บัญชีรายการร้อยชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่ร้ายแรงของโลก http://www.iucngisd.org/gisd/100_worst.php
- หากต้องการความรู้หรือข้อคิดเห็นเรื่อง "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น" สามารถสอบถามได้ที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน หรือ https://www.facebook.com/CHMThailand/
แมวบ้านจากกระแสการพบหนอนตัวแบนนิวกินีในประเทศไทยจนทำให้การพูดคุยถกเถียงถึง "ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น" หรือ "เอเลี่ยนสปีชีส์" อย่างกว้างขวางกันอีกหน มิหนำซ้ำคราวนี้เรื่องราวยังพาความซวยไปถึงเจ้าแมวเหมียว จนต้องลำบากทาสแมวออกโรงมาปกป้องกันจ้าละหวั่น
 

รับข่าวสาร

Community

facebook twitter youtube
instagram ebooks

DOWNLOAD E-BOOKS

คู่มือ
คู่มือการมีส่วนร่วม
และจัดการความขัดแย้ง
ในผืนป่าตะวันตก

DOWNLOAD

Who's online

เรามี 342 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

<<  พฤศจิกายน 2017  >>
 จ.  อ.  พ.  พฤ  ศ.  ส.  อา 
    1  2  3  4  5
  6  7  8  9101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
จากป่าสู่เมือง
nodam
เหตุผลในการคัดค้าน
เขื่อนแม่วงก์
โดย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร


ของที่ระลึกองค์กร

http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/895080saveforest.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/544918GIFT_1.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/982449GIFT_2.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/183825GIFT_3.jpg

ผู้สนับสนุนมูลนิธิ

http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/547665THANK_PORAR.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/594961THANK_SCB.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/631573THANK_CROWNPROPERTY.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/868548THANK_EGCO.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/593615THANK_PASAYA.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/725396THANK_BAREFOOT.jpg
สำหรับเจ้าหน้าที่ iconkeyy สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ ครั้ง

resource