• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/34554425YEARSSEUB.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/126422youcanhelp.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/726303banner_shop_web.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/374603topbannerwaterway.jpg
  • 0
  • 1
  • 2
  • 3

กรุงปักกิ่ง หยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเพื่อลดมลภาวะ

อีเมล พิมพ์ PDF

โรงไฟฟ้าถ่านหินการปิดโรงงานไฟฟ้าได้กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของมหาอำนาจอย่างประเทศจีน ที่ได้กลายเป็นผู้ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รายใหญ่ที่สุดในโลก แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นจากแรงกดดันทั้งภายในประเทศและนานาชาติ ทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องเริ่มแข่งขันกันแก้ปัญหาความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมที่เปรียบเสมือนผลพลอยได้จากการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งกรุงปักกิ่งก็นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่จะลดปริมาณการอุปโภคถ่านหินลง 13 ล้านตันเปรียบเทียบกับระดับการอุปโภคในปี .. 2555 ภายในปี .. 2560 เพื่อลดปัญหามลภาวะที่นับวันจะยิ่งรุนแรง

 

โครงการโขง ชี มูล เรื่องที่ต้องทบทวน

อีเมล พิมพ์ PDF
เครือข่ายภาคประชาชนลุ่มน้ำอีสาน เสนอให้มีการทบทวนศึกษาผลกระทบจากโครงการโขง ชี มูล เดิมก่อน ที่รัฐจะผลักดันโครงการโขง เลย ชี มูล : จากกรณีที่นายปิติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวว่าจะฟื้นโครงการผันน้ำโขงเติมในภาคอีสาน โดยให้กรมชลประทานศึกษาแนวทางการผันน้ำโขงเพื่อมาเติมแหล่งน้ำภายในประเทศ ซึ่งเดิมที่ชลประทานเคยศึกษาโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล ประกาศที่จะนำร่องโครงการ รูปแบบก็คือจะใช้แรงโน้มถ่วงดึงน้ำจากแม่น้ำโขงมาทางห้วยหลวง จ.อุดรธานี และสร้างอุโมงค์เฉพาะบางจุด วงเงิน  2 ล้านล้านบาท ใช้ระยะเวลา 20 ปี ในวันที่ 9 มีนาคม 58 ที่ผ่านมานั้น
วันนี้ 23 มีนาคม 58  ร้อยเอ็ด ศูนย์พิทักษ์สิทธิการจัดการทรัพยากรชุมชนลุ่มน้ำชีตอนล่างร่วมกับเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภาคอีสาน ได้จัดเวที วิเคราะห์แนวนโยบายขั้นพื้นฐานการจัดการจัดการทรัพยากรน้ำอีสาน โดยมีชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างกว่า 50 คนเข้าร่วมเวที ณ ศูนย์พิทักษ์สิทธิการจัดการทรัพยากรชุมชนลุ่มน้ำชีตอนล่าง
ด้านนายสิริศักดิ์ สะดวก ผู้ประสานงานศูนย์พิทักษ์สิทธิการจัดการทรัพยากรชุมชนลุ่มน้ำชีตอนล่าง กล่าวว่าการจัดการทรัพยากรน้ำในภาคอีสานที่ผ่านมาเราเห็นชัดแล้วว่ารัฐพยายามที่จะรวมศูนย์อำนาจในการจัดการน้ำ โดยเฉพาะที่ผ่านมาการดำเนินโครงการโขง-ชี-มูล ที่เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ของรัฐโดยการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำชี และแม่น้ำมูล ในส่วนของแม่น้ำชีได้สร้างเขื่อนขนาดใหญ่กั้นแม่น้ำทั้งหมด 6 เขื่อน แต่ในส่วนพื้นที่ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและเข้าร่วมเวทีวันนี้คือเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร เขื่อนธาตุน้อย ที่อยู่ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานเดิม  ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน เมื่อเริ่มแรกชาวบ้านได้รับข้อมูลว่าเป็นการสร้าง ฝายยาง ในลุ่มน้ำชี แต่เมื่อก่อสร้างเสร็จในปี 2543 กลับเป็นฝายคอนกรีตแทนมีประตูเปิดปิดทุกฝาย  การตัดสินใจ เร่งรีบในการพัฒนาโครงการ โดยไม่ได้ศึกษาถึงผลกระทบต่อ ระบบนิเวศน์ วิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม  ภูมิปัญญาและองค์ความรู้ ในการจัดการน้ำแบบดั้งเดิม ยังส่งผลให้เกิดปัญหา ตามมาอย่างต่อเนื่อง เช่น หลังจากเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร เขื่อนธาตุน้อยในแม่น้ำชีสร้างเสร็จในปี 2543 ความพยายามในการควบคุมน้ำของรัฐในแต่ละฝายก็เริ่มขึ้น ในช่วงฤดูแล้ง หลังจากเกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวนาปี และนาปรังเสร็จ ฝายที่อยู่ลุ่มน้ำชี ในแต่ละตัวก็ไม่ระบายน้ำออก เพื่อรองรับน้ำฝนที่จะตามมา แต่กลับยังกักเก็บน้ำไว้พอเข้าช่วงฤดูฝน ฝายก็ไม่สามารถรองรับน้ำได้ จำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออก เพื่อรักษาตัวเขื่อนไว้ จึงส่งผลกระทบ กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก
ด้านนายสิริศักดิ์ สะดวก ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเดินหน้าให้กรมชลประทานเดินหน้าโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล นั้นผมมองว่ารัฐควรทบทวนบทเรียนการจัดการน้ำของภาคอีสานได้แล้วว่าที่ผ่านมาหลายยุคหลายสมัยของรัฐบาลที่ผ่านๆ มา ก็มีการนำงบประมาณที่จะแก้ไขปัญหาทั้งน้ำแล้ง และน้ำท่วม เราทุมงบประมาณในการจัดการน้ำมากมายมหาศาลแต่ผมถามว่ามีพื้นที่ตรงไหนบ้างที่ประสบผลสำเร็จและรัฐไม่ต้องหากินกับเรื่องน้ำบ้างครับ เพราะงบประมาณในแต่ละปีแต่ละรัฐบาลถ้าเราเฝ้าติดตามข้อมูลให้ดำถ้าไม่เสนอการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ ก็เป็นการสร้างเขื่อนขนาดกลาง หรือไม่ก็ขุดลอกร่องน้ำเดิมเพื่อกักเก็บน้ำ จนในหลายพื้นที่ไม่สามารถที่จะสร้าง หรือขุดกันได้อีกแล้ว เนื่องจากโครงการพัฒนามันเต็มแหล่งน้ำไปหมดแล้ว ผมมองว่าพอทีเถอะกับการพัฒนาแหล่งน้ำที่นำงบประมาณมาแล้วรัฐบอกว่าพื้นที่อีสานแล้งจะต้องนำงบประมาณมาพัฒนาแหล่งน้ำ ที่ผ่านมารัฐเองไม่เคยเข้าใจว่าพื้นที่อีสานเขามีสภาพพื้นที่ด้านภูมิประเทศแบบไหน และวิถีชีวิตของเขาต้องพึ่งพิงกับทรัพยากรอะไรบ้าง ถ้าเราตั้งใจศึกษาเราจะพบว่าการที่คนอีสานดำรงอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะฐานทรัพยากรดิน น้ำ ป่า แต่ที่ผ่านมาการพัฒนาแหล่งน้ำของรัฐกลับมาทำให้พื้นที่หากินของเขาเหล่านี้สูญเสียและสูญหาย และรัฐเองไม่เคยทบทวนบทเรียนเหล่านี้เลย
ด้านนายนิมิต หาระพันธ์ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำชีตอนล่าง กล่าวว่าอยากจะเสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า โครงการโขง-ชี-มูล ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2536 โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร และเขื่อนธาตุน้อย ในลุ่มน้ำชี ซึ่งได้สร้างผลกระทบต่อวิถีของชาวบ้านลุ่มน้ำชีมากพอแล้ว และมีการร้องเรียนให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาและให้แต่งตั้งกรรมการศึกษาผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รัฐบาลที่ผ่านมาก็เคยมีคำสั่งแต่การปฏิบัติล่าช้า จนทำให้ปัญหาชาวบ้านยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขเหมือนกับรัฐบาลไม่มีความจริงใจกันเลย
ดังนั้นท่านรัฐมนตรีอย่าไปคิดเดินหน้าต่อโครงการโขง-เลย-ชี-มูล แก้ไขปัญหาจากโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเดิมให้ได้ก่อน และควรจะศึกษาผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมก่อนดีกว่ากับโครงการโขง-ชี-มูลที่ผ่านมา
ด้านนายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ เลขาธิการ กป.อพช.อีสาน กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำไม่ควรรีบผลักดันเรื่องการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูลในช่วงนี้  เพราะการศึกษาเรื่องน้ำมีการศึกษามาเยอะมาก ซึ่งในส่วนของภาคประชาชนไม่เคยเห็นการศึกษาผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเลยหลังจากที่โครงการพัฒนาแหล่งน้ำของรัฐสร้างเสร็จ โดยเฉพาะโครงการโขง-ชี-มูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยทบทวนบทเรียนเรื่องการจัดการน้ำที่ผ่านมาเลย ฉะนั้นผมมองว่า โครงการผันน้ำโขง-เลย-ชี-มูล ควรเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในหลายด้านไม่ควรที่หน่วยงานรัฐจะสรุปเองแล้วเสนอเอง และควรเปิดเวทีทำประชาพิจารณ์ของโครงการโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนลุ่มน้ำ
โขง ชี มูลเครือข่ายภาคประชาชนลุ่มน้ำอีสาน เสนอให้มีการทบทวนศึกษาผลกระทบจากโครงการโขง ชี มูล เดิมก่อน ที่รัฐจะผลักดันโครงการโขง เลย ชี มูล : จากกรณีที่นายปิติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวว่าจะฟื้นโครงการผันน้ำโขงเติมในภาคอีสาน โดยให้กรมชลประทานศึกษาแนวทางการผันน้ำโขงเพื่อมาเติมแหล่งน้ำภายในประเทศ ซึ่งเดิมที่ชลประทานเคยศึกษาโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล ประกาศที่จะนำร่องโครงการ รูปแบบก็คือจะใช้แรงโน้มถ่วงดึงน้ำจากแม่น้ำโขงมาทางห้วยหลวง จ.อุดรธานี และสร้างอุโมงค์เฉพาะบางจุด วงเงิน  2 ล้านล้านบาท ใช้ระยะเวลา 20 ปี ในวันที่ 9 มีนาคม 58 ที่ผ่านมานั้น
 

เครือข่ายภาคประชาชนอีสาน หนุนกฎหมายรายงานมลพิษอุตสาหกรรม

อีเมล พิมพ์ PDF
เมื่อวันที่ 19 มี.ค.58 ที่ผ่านมา คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคอีสาน ร่วมกับมูลนิธิบูรณะนิเวศ ได้จัดเวที "สัมมนาเพื่อส่งเสริมสิทธิการเข้าถึงข้อมูลมลพิษ กรณี ปัญหามลพิษและการพัฒนาอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" ขึ้น ที่ห้องประชุมภูผาม่าน โรงแรมขอนแก่นโฮเตล โดยมีองค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ  ผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนเครือข่ายประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานที่ได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรม อาทิ พื้นที่โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี, เหมืองแร่ทองคำ จ.เลย, นิคมอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น, โรงงานไฟฟ้าชีวมวล จ.สุรินทร์, โรงงานยางพารา จ.ชัยภูมิ และอุตสาหกรรมเกลือ จ.นครราชสีมา ฯลฯ จำนวนกว่า 100 คน เข้าร่วมประชุมและอภิปรายแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง
โดยนายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ เลขาธิการ กป.อพช.อีสาน กล่าวว่า จากแผนพัฒนาอุตสาหกรรมพบว่าในพื้นที่อีสานกำลังจะมีโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า 4 หมื่นโรง ในขณะที่ฝ่ายทุนและรัฐได้ร่วมมือกันผลักดันโครงการต่างๆ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางคมนาคมที่รัฐต้องเตรียมไว้ เปิดพื้นที่ให้ต่างชาติเข้ามาเช่าปลูกป่าโดยการไล่ชาวบ้านออกจากป่า การจัดการน้ำก็จะฟื้นโครงการโขงเลยชีมูล ด้านเหมืองแร่จะมีเหมืองถ่านหินลิกไนต์เพื่อเอามาใช้ในโรงไฟฟ้า รวมทั้งใต้ดินก็จะขุดเจาะปิโตรเลียมและโปแตชขึ้นมา ซึ่งโครงการเหล่านี้จะก่อให้เกิดปัญหามลพิษขึ้นตามมามากมาย
"ในสถานการณ์ที่เป็นปรกติ ก็คือตอนที่ไม่มีการรัฐประหารเราจะมีรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งชาวบ้านก็จะใช้รัฐธรรมนูญในการปกป้องสิทธิของเรา นอกจากนี้ก็มีการใช้กระบวนการยุติธรรม เช่นฟ้องศาลปกครอง การยื่นหนังสือค้านในระดับพื้นที่ และการทำข้อมูลชุมชน เพื่อเป็นเครื่องมือการต่อสู้กับโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมที่จะส่งผลกระทบต่อชุมชน"
ด้านนางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ได้นำเสนอให้ความรู้ความเข้าใจในประเด็น กฎหมายว่าด้วยการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (Pollutant Release and Transfer Register: PRTR) การลดความเสี่ยงของชุมชนจากปัญหามลพิษ และการผลักดันให้มีการจัดการมลพิษอุตสาหกรรมในอนาคต โดยกล่าวว่า เรากำลังผลักดันให้มีพ.ร.บ.รายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม หรือเรียกว่า PRTR  ซึ่งพื้นที่ที่โรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่แล้วกฎหมายฉบับนี้จะมีประโยชน์ต่อเขามาก ซึ่งจะมีกลไกในการควบคุม ชาวบ้านจะเข้าถึงข้อมูล เพื่อให้กระบวนการโปร่งใสมากขึ้น โรงงานอุตสาหกรรมก็จะนิสัยดีขึ้น และเป็นฐานข้อมูลให้หน่วยงานราชการนำข้อมูลไปประเมินความเสี่ยง ในพื้นที่ที่ยังไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม ว่าควรจะอนุญาตให้โรงงานลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นไหม หรือถ้าจะมีควรตั้งพื้นที่ไหนถึงจะเหมาะสม
"เราไม่ควรปล่อยให้ประเทศเราเต็มไปด้วยมลพิษ โดยที่เราไม่เคยรู้เลยว่าดินน้ำอากาศที่เราอยู่อาศัย ใช้ประโยชน์อยู่มีสารพิษอะไรยังไงบ้าง ถึงเวลาจริงๆ ที่เราต้องผลักดันกันในเรื่องนี้ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะเป็นตัวควบคุมอย่างหลายๆ อย่างทำให้คนอยู่ใกล้โรงงานปลอดภัยมากขึ้น ส่วนพื้นที่ที่เป็นเป้าหมายอุตสาหกรรมก็จะสามารถเรียกร้องให้มีการประเมินความเสี่ยง หรือว่าความเหมาะสมของพื้นที่นั้นว่าควรจะตั้งโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่"
ในส่วนของเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน โดยนางสาวณัฐภรณ์  แสงโพธิ์ ชมรมชาวบ้านอนุรักษ์ลำน้ำพอง กล่าวว่า ตนและชาวบ้านในพื้นที่ได้ประสบกับปัญหาความเดือดร้อนจากโรงงานอุตสาหกรรมมากว่า 10 ปีที่ปล่อยมลพิษลงสู่สิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาน้ำเสีย ทำให้ลำห้วยสาธารณะกลายเป็นคลองระบายน้ำเน่าของโรงงาน ชาวบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ดินเสีย ทำนาไม่ได้ผล น้ำฝนและน้ำใต้ดินใช้ไม่ได้ต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้ ปัญหาฝุ่นละออง และกลิ่นเหม็น ทำให้ชาวบ้านเกิดอาการเจ็บปวดตามมา เมื่อทนไม่ไหวชาวบ้านจึงลุกขึ้นมาร้องเรียนให้หน่วยงานรัฐแก้ไขปัญหา จึงมีการตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย และลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหา แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้
"กฎหมายเกี่ยวกับรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ถ้ามีการออกมาจริงก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่ชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เพราะที่ผ่านมาไม่มีการแก้ไขปัญหาอะไรโรงงานก็เมินเฉย พอชาวบ้านลุกขึ้นมาเรียกร้องก็หาว่าวุ่นวาย"
ที่มา ศูนย์สื่อชุมชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ศสธ.)
มลพิษเมื่อวันที่ 19 มี.ค.58 ที่ผ่านมา คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคอีสาน ร่วมกับมูลนิธิบูรณะนิเวศ ได้จัดเวที "สัมมนาเพื่อส่งเสริมสิทธิการเข้าถึงข้อมูลมลพิษ กรณี ปัญหามลพิษและการพัฒนาอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" ขึ้น ที่ห้องประชุมภูผาม่าน โรงแรมขอนแก่นโฮเตล โดยมีองค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ  ผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนเครือข่ายประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานที่ได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรม อาทิ พื้นที่โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี, เหมืองแร่ทองคำ จ.เลย, นิคมอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น, โรงงานไฟฟ้าชีวมวล จ.สุรินทร์, โรงงานยางพารา จ.ชัยภูมิ และอุตสาหกรรมเกลือ จ.นครราชสีมา ฯลฯ จำนวนกว่า 100 คน เข้าร่วมประชุมและอภิปรายแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง
 

วิกฤตค้างาช้าง ปัญหาที่ไม่ใช่แค่ของใครคนหนึ่งคนเดียว

อีเมล พิมพ์ PDF

ช้างเมื่อเร็วๆ นี้ ประเทศจีนได้ออกนโยบายเกี่ยวกับการค้างาช้างด้วยการบังคับให้มีการห้ามนำเข้าสินค้าที่ทำจากงาช้าง โดยมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะยิ่งเป็นการโหมเชื้อไฟให้ความต้องการในการใช้งาช้างแอฟริกันเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนการล่างาช้างที่จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

พันธะสัญญาทางเกษตร.. พันธะสัญญามลพิษของชาวเชียงใหม่

อีเมล พิมพ์ PDF

หมอกควัน“บุคคลทั่วไปควรหลีกเหลี่ยงออกจากตัวอาคาร สำหรับผู้ป่วยที่มีระบบทางเดินหายใจควรอยู่ภายในตัวอาคาร” นี่คือการแจ้งเตือนในระดับสูงสุดของแนวทางการป้องกันผลกระทบ ซึ่งเขียนกำกับไว้ในเกณฑ์ของดัชนีคุณภาพอากาศสำหรับประเทศไทย ในค่า 300 PM ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นผลการตรวจวัดคุณภาพทางอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ล่าสุด นับได้ว่าเป็นค่าสูงที่สุดในรอบ 8 ปี ซึ่งถือได้ว่าเข้าขั้นวิกฤติ และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาทุกปีที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่รวมถึงอีกหลายพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงที่ต้องเผชิญ

 

WEBSITE UPDATE : ร่วมรักษาป่าใหญ่ให้คนไทยทั้งชาติกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร YOU CAN HELP


รับข่าวสาร

Community

Instagram

ebooks

สาส์นสืบฉบับล่าสุด

ภูกระดึง
สาส์นสืบ ฉบับ
กระเช้าภูกระดึง
มโนโปรเจ็คท์
เร็วๆ นี้

Who's online

เรามี 73 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

<<  เมษายน 2015  >>
 จ.  อ.  พ.  พฤ  ศ.  ส.  อา 
  
  7  8  9101112
13141516171819
20212223242526
27282930   
SNF SHOP
nodam
ป่าตะวันตก


SNF Shop

http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/391275shop_2014_01.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/200744shop_2014_02.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/657611shop_2014_03.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/869180shop_2014_04.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/486169shop_2014_05.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/373229shop_2014_06.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/465487shop_2014_07.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/366116shop_2014_08.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/227221shop_2014_09.jpg

ผู้สนับสนุนมูลนิธิ

http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/261334porarr.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/343539sponsor_banjak.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/764700banner_sponcer_passaya.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/437857banner_sponcer_scb.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/827349banner_sponcer_scg.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/942074banner_sponcer_siam_culture_park.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/593753ad_apaiphubat.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/978054hsbc.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/829519sponcer_b2s.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/405145sponcer_citibang.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/774588adsponcer_friday.jpg
สำหรับเจ้าหน้าที่ iconkeyy สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ ครั้ง

YOU_CAN_HELP