เพื่อนที่เคยกอดคอกันช่วงคัดค้านโครงการเขื่อนน้ำโจนได้มาพบพร้อมเพรียงกันในงานพระราชทานเพลิงศพคุณสืบ นาคะเสถียร คาดว่าในใจของแต่ละคนคงจะมีความเสียใจอย่างยิ่ง และรู้สึกผิดที่หลังจากเดือนเมษายน 2531 เมื่อรัฐบาลชะลอการสร้างโครงการเขื่อนน้ำโจน เราไม่ได้ติดต่อกับคุณสืบเลย
จำได้ว่าในงานศพของคุณสืบ ชาววนศาสตร์ตั้งกล่องกองทุนรักษาผืนป่าให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณสืบ โดยมี ผศ.ดร.บุญวงศ์ ไทยอุตส่าห์ (วนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) เป็นผู้สนับสนุนและผลักดันกิจกรรม
ในวันที่ 2 กันยายน 2533 เมื่อศพของสืบ นาคะเสถียร เคลื่อนย้ายเข้ามาตั้งที่วัดพระศรีมหาธาตุ เพื่อน 3-4 คน มาคุยกันและก็มอบหมายให้ คุณสุรชัย ท้วมสมบูรณ์ เพื่อนร่วมรุ่นคุณสืบจัดทำใบแถลง ชักชวนให้ร่วมกองทุนสืบนาคะเสถียร โดยตั้งกล่องรับบริจาคและสมุดลงรับหน้าศาลาไว้ศพ
จนกระทั่งก่อนวันเผา ได้มีการประชุมหน้าศพ และมีความเห็นให้ตั้งเป็นมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เงินจำนวนหนึ่งแสนกว่าบาทที่ได้รับหน้าศพจากการบริจาค จึงเป็นจำนวนแรกของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ในวันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2533 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรมราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ และทรงโปรดเกล้าฯ ให้พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ไปในงานวันพระราชทานเพลิงศพ นายสืบ นาคะเสถียร ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร
10 วันหลังวันพระราชทานเพลิงศพ คือ วันที่ 18 กันยายน 2533 เป็นวันก่อตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เรื่องนี้ผู้เขียนสอบถาม ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย ผู้เขียนตราสารมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมก่อตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียรให้ความโดยสรุปว่า
มีการประชุมกันของเพื่อนๆ คุณสืบ ที่อยู่กรมป่าไม้ เพื่อนคณะวนศาสตร์ ผศ.ดร.สุรพล สุดารา และ ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย ณ วัดมหาธาตุก่อนเวลาที่พระสวด โดยที่ประชุมเห็นชอบที่จะตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และมอบให้ ศ.ดร.ปริญญา เป็นคนเขียนเอกสารการก่อตั้ง ตราสารมูลนิธิ วัตถุประสงค์ ฯลฯ เป็นคนจดทะเบียนและดำเนินการทุกอย่างจนแล้วเสร็จ
ส่วนข้อสงสัยที่ว่า ทำไมใช้เวลาเพียง 10 วันก็ก่อตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้แล้วนั้น ศ.ดร.ปริญญา อธิบายว่า เรื่องราวของคุณสืบในเวลานั้นกำลังดังมาก การติดต่อขอตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียรจึงได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานที่มีหน้าที่พิจารณาอนุมัติ
ข่าวการตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เดินทางมาถึงผู้เขียน โดยได้รับโทรศัพท์จาก ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย ว่า “ที่ประชุมก่อตั้งมูลนิธิฯ ได้มีมติให้ อ.รตยา จันทรเทียร เป็นประธานมูลนิธิฯ พี่ต้องรับนะ” ผู้เขียนจึงตอบกลับไปว่า “คุณสืบเสียสละชีวิตเพื่อรักษาผืนป่า สัตว์ป่า อาจารย์รตยาเป็นใคร จะไม่รับเกียรตินี้ได้อย่างไร” ซึ่งในเวลานั้นผู้เขียนกำลังดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ
ในการเข้ารับตำแหน่งประธาน ผู้เขียนได้บันทึกเจตนารมณ์ไว้ว่า
“พร้อมที่จะทำงานในมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โดยเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสืบสานเจตนาของคุณสืบ ผู้เสียสละได้แม้ชีวิตของตน เพื่อชีวิตของสัตว์ป่าและป่า และเพื่อสนองคุณ แด่ทุกพระองค์และทุกท่าน ที่มีศรัทธาต่อคุณสืบ ได้ให้ความช่วยเหลือแนะนำ ร่วมทำงาน รวมถึงร่วมบริจาคทรัพย์สิ่งของเพื่อให้ได้ทำหน้าที่เป็นแกนกลาง ในการสืบสานเจตนาของคุณสืบ นาคะเสถียรไปนานเท่านาน”
ศ.ดร.ปริญญา นุตาลัย ผู้เขียนตราสารมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ระบุวัตถุประสงค์เมื่อก่อตั้งมูลนิธิฯ ไว้ดังนี้
1. ส่งเสริมและสนับสนุนสวัสดิการและการดำเนินงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ และลูกจ้างของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร
2. ส่งเสริมและสนับสนุนสวัสดิการและการดำเนินงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ และลูกจ้างของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอื่นๆ
3. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่เขตอนุรักษ์ ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่า และมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้น
4. ส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ป่า ทรัพยากรธรรมชาติ และคุณภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศ
5. ส่งเสริมและสนับสนุนการก่อให้เกิดความรู้ ความคิดเห็นและการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
6. เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
7. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

ปัจจุบัน มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้กำหนดหลักการองค์กรไว้ดังนี้
หลักการ : ให้ความสำคัญกับการปกป้องป่าผืนใหญ่และแหล่งธรรมชาติ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพเป็นอันดับแรก รองลงมาให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตที่เป็นชนิดพันธุ์ที่สำคัญและถูกคุกคาม ในการทำงานที่ต้องตัดสินใจให้อยู่บนพื้นฐานทางวิชาการที่รอบด้าน หรือหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ต้องมีวิธีแก้ไขผลกระทบที่สามารถปฏิบัติได้จริงและเป็นที่ยอมรับ อย่างไรก็ตามสมควรคงระบบนิเวศตามธรรมชาติที่มีอยู่ทั้งกระบวนการและให้ดำเนินการบูรณะถิ่นที่อยู่อาศัยและความหลากหลายทางชีวภาพเมื่อมีความจำเป็นและเป็นไปได้
ปรัชญา : ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานความร่วมมือกับทุกฝ่ายรวมถึงเพิ่มพูนความเข้าใจในการอนุรักษ์ให้พวกเขาเหล่านั้นด้วย ขณะเดียวกันในการตัดสินใจต้องมีพื้นฐานของการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ขณะที่อีกด้านหนึ่งต้องเคารพสิทธิชุมชนที่จะดำเนินชีวิตตามวัฒนธรรม โดยสอดคล้องกับการสงวนความหลากหลายทางชีวภาพ และความสมดุล ยั่งยืน มูลนิธิต้องทำหน้าที่โดยไม่หวั่นเกรงต่อปัญหาใดๆ เพราะหน้าที่ดังกล่าวเป็นหน้าที่ทางศีลธรรมของมนุษย์ในการปกป้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและพิทักษ์สิทธิของสัตว์ป่าที่จะดำรงชีวิตตามวิถีธรรมชาติ
วิสัยทัศน์ พ.ศ. 2567-2570 : คงคุณค่าผืนป่าห้วยขาแข้ง – ทุ่งใหญ่ฯ เพื่อเป็นต้นแบบการบริหารจัดการร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างผืนป่า สัตว์ป่า และชุมชน พร้อมขยายสู่พื้นที่โดยรอบ รวมถึงเป็นองค์กรอนุรักษ์หลักในการเฝ้าระวังสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อผืนป่า สัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อลดภัยคุกคามและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยด้วยหลักวิชาการ
ผู้เขียน
พร้อมที่จะทำงานในมูลนิธิสืบนาคะเสถียรโดยเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสืบสานเจตนาของคุณสืบ ผู้เสียสละได้แม้ชีวิตของตน เพื่อชีวิตของสัตว์ป่าและป่า และเพื่อสนองคุณแด่ทุกพระองค์และทุกท่านที่มีศรัทธาต่อคุณสืบ ได้ให้ความช่วยเหลือแนะนำ ร่วมทำงาน รวมถึงบริจาคทรัพย์สิ่งของเพื่อให้ได้ทำหน้าที่เป็นแกนกลาง ในการสืบสานเจตนาของคุณสืบ นาคะเสถียร ไปนานเท่านาน



