แสงจากสืบ : เรื่องราวการสืบทอดเจตนาของ ‘สืบ นาคะเสถียร’ ผ่านแสงเทียน

แสงจากสืบ : เรื่องราวการสืบทอดเจตนาของ ‘สืบ นาคะเสถียร’ ผ่านแสงเทียน

ปีแล้วปีเล่าที่ลักษณะการจัดกิจกรรมงานรำลึกสืบฯ ในค่ำคืนวันที่ 31 สิงหาคม ถูกดำเนินตามรูปแบบที่คุ้นชินตาสำหรับคนในแวดวงอนุรักษ์และประชาชนทั่วไป ที่จะได้เห็นภาพการรวมตัวของผู้คนที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ ซึ่งมีจุดประสงค์เดียวกันคือการร่วมจุดดวงประทีปเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของคุณสืบ ณ อนุสรณ์สถานสืบ นาคะเสถียร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี 

มาถึงตรงนี้ผู้เขียนขอหยิบยกจุดเริ่มต้นของการจุดเทียนรำลึก ในค่ำคืนวันที่ 31 สิงหาคม ผ่านคำบอกเล่าของศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ที่เคยบรรยายถึงเรื่องราวในรัตติกาลสำคัญของคนอนุรักษ์ผ่านงานเขียน ‘แสงเทียนแห่งเดือนกันยา’

“ผมจำได้เมื่อราว 10 ปีที่แล้ว เราไม่ได้มีส่วนจัดงานอะไรมาก เพียงแต่ไปร่วมงานทำบุญตอนเช้า อีกวันหนึ่งอาจารย์รตยานำพวกเราที่มีกันไม่กี่คนไปจุดเทียน คืนนั้นเทียนเล็ก ๆ แปดแท่งส่องสว่างกลางความมืดมิดแห่งราวไพร และคืนนั้นเองที่จุดประกายให้การจุดเทียนในคืนวันที่ 31 สิงหาคมเป็นงานสำคัญ ให้คนมาร่วมงานใช้เป็นสัญลักษณ์ของการรำลึกถึงคนที่กล้าใช้ชีวิตของตนเองทำงานหนักเพื่อป่าเขา จนกระทั่งกล้าปลิดชีพตนเองเพื่อเรียกร้องให้สังคมไทยรู้จักกับคำว่า ‘อนุรักษ์’ “

จากการบรรยายข้างต้นได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของกิจกรรมการจุดเทียนรำลึกฯ ซึ่งมูลนิธิสืบนาคะเสถียรถือเป็นองค์กรหลักที่ให้ความสำคัญ และจัดขึ้นเป็นประจำในทุก ๆ ปี ดังนั้นจึงไม่สามารถปฏิเสธไปได้เลยว่า ‘แสงเทียน’ ที่โชติช่วงกลางป่าห้วยขาแข้งในค่ำคืนวันสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่เดือนเก้า กลายเป็นความภาพจำของใครหลาย ๆ คนที่เข้าร่วมงานหรือเฝ้ามองกิจกรรมผ่านสื่อแขนงต่าง ๆ

แต่ถนนของห้วงเวลาที่ถูกขับเคลื่อนด้วยทิศทางตามหน้าปฏิทิน ได้ทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ต้องแปรปลี่ยนไปตามวาระและความเหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (Covid – 19) ซึ่งเป็นโรคระบาดที่แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ได้สร้างปรากฏการณ์ให้หลายสิ่งหลายอย่างต้องเข้าสู่ภาวะการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะหลักการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญตามวิถีชีวิตแบบปรกติใหม่ (New normal) 

สำหรับกิจกรรมการจุดเทียนรำลึกสืบฯ ที่ถูกจัดมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี จึงต้องถูกปรับเปลี่ยนไปตามสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะมีการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมจุดเทียนรำลึกฯ เป็นการภายในไม่ได้มีการเชิญบุคคลภายนอกเข้าร่วมเฉกเช่นทุกปี โดยจะมีเพียงเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบฯ เป็นตัวแทนร่วมจุดเทียนรำลึกภายใต้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส 

มาถึงตรงนี้เชื่อว่าผู้รักป่าหลาย ๆ ท่านที่เคยไปร่วมงานจุดเทียนรำลึกถึงคุณสืบ ณ ห้วยขาแข้งคงนึกเสียดายที่ปีนี้ไม่อาจเข้าร่วมงานดังกล่าวได้ แต่กระนั้นทางมูลนิธิสืบฯ ได้เล็งเห็นถึงคุณค่าของกิจกรรม และการมีส่วนร่วมของผู้คนทุกภาคส่วน จึงเตรียมความพร้อมที่จะจัดกิจกรรมจุดเทียนรำลึกฯ ในรูปแบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรมซูมมิตติ้ง (Zoom Meetting) ในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 นับตั้งแต่เวลา 20.00 – 20.30 น. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนที่ไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน ได้แสดงเจตจำนงต่อหน้าเปลวประทีปในการรฤกถึงคุณงามความดีของคุณสืบ 

“เราแค่อยากทำวีดีโอที่จะสามารถส่งต่อเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงกิจกรรม ซึ่งไม่ได้สื่อถึงแค่เรื่องสถานการณ์ไวรัสระบาดแล้วต้องเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานจุดเทียน แต่เราจะต้องสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งของมูลนิธิสืบฯ ในการพัฒนาศักยภาพต่าง ๆ ให้ทันสมัยอีกด้วย”

ธัชนาท พนาสันติสุข เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

ธัชนาท พนาสันติสุข เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ผู้เป็นฟันเฟืองชิ้นหลักในการผลิตวีดีโอประชาสัมพันธ์กิจกรรมจุดเทียนรำลึกออนไลน์ ได้กล่าวกับผู้เขียนด้วยน้ำเสียงที่เป็นกันเอง ตามแบบฉบับเพื่อนร่วมงานคุยกันหลังเสร็จสิ้นภารกิจ

ช่างภาพหนุ่มวัยเบญจเพศ หนึ่งในเจ้าหน้าที่รุ่นใหม่ของมูลนิธิสืบฯ เล่าต่อว่า เขาเป็นคนริเริ่มคิดโปรเจกต์ดังกล่าวขึ้นเมื่อรู้ว่า ปีนี้จะมีการเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมการจุดเทียนรำลึก เข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเขาคาดหวังว่างานวีดีโอของเขาจะทำให้ผู้คนได้ทราบถึงการเปลี่ยนรูปลักษณ์ของงานจุดเทียนรำลึกในปีนี้ และการเปลี่ยนผ่านของมูลนิธิสืบฯ เพื่อพัฒนาระบบการสื่อสารในรูปแบบที่ทันสมัย ภายใต้แนวคิด ‘การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยหยุดนิ่ง’ 

ผู้เขียนมองว่าวีดีโอดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปนัก สำหรับอดีตช่างภาพข่าวที่เปลี่ยนหัวโขนมาเป็นช่างภาพสายงานอนุรักษ์ เพราะได้มีโอกาสเฝ้ามองการทำงานของเขาในฐานะ ‘ลูกมือ’ คอยแบกขาตั้งกล้อง และลากสายไฟสำหรับต่อสปอตไลท์ส่องสว่างเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ที่ห้วยขาแข้ง อันเป็นบริเวณประดิษฐานรูปปั้นคุณสืบ และแอบนึกพิศวงอยู่นิด ๆ เมื่อได้เห็นภาพต่าง ๆ ถูกเรียบเรียงออกมาเป็นไฟล์ MP4 

ธัชนาทผู้มีฉายาว่า ‘ซีอุย’ เล่าต่อว่า เขาตั้งใจให้ชิ้นงานนี้ออกมาเป็นวีดีโอเชิงสัญลักษณ์ เพื่อให้ผู้คนได้เห็นภาพมุมมองใหม่ ๆ ในลักษณะของการตีความ อย่างมุมแคบที่เน้นโฟกัสไปยังอัฐบริขารต่าง ๆ ที่กลายเป็นองคาพยพของรูปปั้นคุณสืบ โดยสามารถตีความรวม ๆ ได้ถึงการเป็นนักวิชาการและนักอนุรักษ์ของเขา รวมไปถึงภาพการต่อเปลวไฟจากเทียนไขบนโต๊ะทำงานของคุณสืบ สู่การส่งต่อแสงประทีปกับผู้คนทางบ้าน

“เราอยากสื่อให้คนรู้ว่า พี่สืบคือคนจุดไฟให้งานอนุรักษ์เกิดขึ้น และถูกส่งต่อไปยังผู้คนที่มีอุดมการณ์เดียวกันกับเขา เปรียบเสมือนเป็นการสืบทอดเจตนาตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังสื่อถึงการเปลี่ยนรูปแบบของการจุดเทียนในปีนี้ ที่จะถูกจัดขึ้นในซูมมิตติ้งแทนการจุดที่อนุสรณ์สถาน เนื่องจากสถานการณ์โควิด – 19 ”

อย่างไรก็ตาม ซีอุยยังมองว่า การจุดเทียนอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต หรือ โทรศัพท์ประเภทสมาร์ตโฟน ไม่สามารถทดแทนบรรยากาศของราวไพรที่ห้วยขาแข้งได้ แต่อย่างน้อยก็ได้ทำให้ผู้คนที่ไม่เคยเข้าไปในพื้นที่ ได้มีโอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งกับงานในครั้งนี้ 

“จริง ๆ แล้วการจุดเทียนออนไลน์มันสู้สถานที่จริงไม่ได้หรอก แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ใครหลายคนที่ไม่มีโอกาสไปร่วมงานได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในวันนี้ได้ อีกอย่างหนึ่งเราก็ได้สอดแทรกแนวคิดเข้าไปว่า ไม่ว่าพวกคุณจะอยู่ที่ไหน พวกคุณก็สามารถรำลึกถึงพี่สืบได้ทุกที่ และเรื่องการอนุรักษ์ไม่ได้ทำได้เพียงแค่พื้นที่ป่าห้วยขาเเข้ง” ธัชนาท กล่าวทิ้งท้าย

แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสจะส่งผลให้ งานจุดเทียนรำลึกสืบ นาคะเสถียร ในปีนี้ ถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบตามสภาวการณ์ แต่กระนั้น ‘แสงจากสืบ’ ก็จะยังคงส่องสว่างบนถนนของงานอนุรักษ์ต่อไปตราบนานเท่านาน 


บทความ ภูริช วรรธโนรมณ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ภาพประกอบ ธัชนาท พนาสันติสุข เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร