เครือข่ายเขาใหญ่ค้าน เปลี่ยนโฉมน้ำผุด หวั่นกระทบระบบนิเวศ

เครือข่ายเขาใหญ่ค้าน เปลี่ยนโฉมน้ำผุด หวั่นกระทบระบบนิเวศ

ใครที่เคยไปเที่ยวเขาใหญ่ น่าจะคุ้นเคยกับ “น้ำผุดธรรมชาติ บ้านท่าช้าง” (หรือที่เรียกกันติดปากว่า น้ำผุดเขาใหญ่) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ มีน้ำใสไหลเย็นตลอดปี 

แต่ล่าสุดกำลังมีประเด็นร้อนที่ทำให้กลุ่มภาคประชาชนและนักอนุรักษ์ต้องออกมารวมตัวกันคัดค้านโครงการปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้ 

โดยที่มาจาก กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ออกแบบและเตรียมดำเนินการ ‘โครงการก่อสร้างและปรับปรุงน้ำผุดธรรมชาติบ้านท่าช้างเหนือ’ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้งบประมาณสูงถึง 44,540,000 บาท (ระยะเวลาก่อสร้าง 660 วัน) และทางเทศบาลตำบลหมูสีได้ออกประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมการก่อสร้าง

นำมาซึ่ง ‘ภาคีเครือข่ายอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเขาใหญ่’ (ประกอบด้วยสมาคมการท่องเที่ยว กลุ่มนักอนุรักษ์ ผู้ประกอบการ และชาวบ้านในพื้นที่) ได้ทำหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอให้ทบทวนโครงการนี้ โดยมีความกังวลในหลายประเด็น ประกอบด้วย

เครือข่ายฯ ตั้งข้อสังเกตว่างบประมาณที่สูงมาก (44 ล้าน) เมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ อาจนำไปสู่การเทคอนกรีตหรือสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งไม่สอดคล้องกับธรรมชาติ และจะทำลายเสน่ห์ดั้งเดิมของน้ำผุด

การก่อสร้างอาจไปปิดทับตาน้ำผุดใต้ดินกระทบตาน้ำและระบบนิเวศ ทำให้ปริมาณน้ำลดลง และการตัดโค่นต้นไม้ริมตลิ่งจะทำลายระบบนิเวศของแหล่งต้นน้ำที่หล่อเลี้ยงลำตะคอง

พื้นที่ป่าริมน้ำที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งวางไข่ของ ‘ตะกอง’ (สัตว์ป่าคุ้มครอง ดัชนีชี้วัดความสะอาดของแหล่งน้ำ) หากถิ่นที่อยู่ถูกทำลาย อาจส่งจำนวนประชากร 

นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ และตัวแทนเครือข่ายฯ ระบุว่า พวกเขาเห็นด้วยที่จะมีการปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ชุมชน แต่การพัฒนาที่ไม่ทำลายธรรมชาติ และมีข้อเสนอ อาทิ ขอให้ทบทวนและชะลอโครงการ ไปก่อน เพื่อทบทวนรูปแบบการก่อสร้าง

จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EHIA) และต้องชี้แจงรายละเอียดโครงการให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใส รวมถึงเปิดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม เข้าไปร่วมสำรวจตาน้ำ ต้นไม้ สัตว์ป่า และร่วมออกแบบการพัฒนาโดยใช้ระบบนิเวศเป็นตัวตั้ง เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน

และเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับภาคีเครือข่ายอนุรักษ์ และชาวบ้าน เข้ายื่นหนังสือถึง นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผ่าน นายบัลลังก์ ไวทย์สิริ รอง ผวจ.นครราชสีมา เป็นตัวแทนรับมอบเอกสารหนังสือทบทวนการปรับปรุงก่อสร้าง น้ำผุดธรรมชาติ

โดยภาคีเครือข่ายฯ ได้เปิดให้สาธารณชนร่วมลงชื่อคัดค้านและทบทวนโครงการก่อสร้างและปรับปรุงน้ำผุดธรรมชาติ บ้านท่าช้างเหนือ ปากช่อง เขาใหญ่ โดยไม่คำนึงถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สามารถลงชื่อได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScvHrnYe1WXVmVSoMdMMZNCrYhzGygZJYghGvqinvsiM-jcEw/viewform

อ่านหนังสือคัดค้านฉบับเต็ม

ตามที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้มีการสำรวจและออกแบบโครงการพัฒนาพื้นที่ตำบลหมูสี โดยจะมีการก่อสร้างและปรับปรุงน้ำผุดธรรมชาติบ้านท่าช้างเหนือ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา ได้ว่าจ้างบริษัท 500 ไมล์ จำกัด เป็นผู้ทำการก่อสร้าง งบประมาณทั้งสิ้น 44,540,000 บาท (สี่สิบสี่ล้านห้าแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) เป็นเวลา 660 วัน ตามประกาศเทศบาลตำบลหมูสี เรื่องปิดแหล่งท่องเที่ยว น้ำผุดธรรมชาติบ้านท่าช้างเหนือ โดยประกาศไว้ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นั้น สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและชุมชนบ้านท่าช้างเหนือต่างห่วงใยถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงการฯดังกล่าวข้างต้น เนื่องจากรูปแบบในการก่อสร้างไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่น้ำผุดธรรมชาติบ้านท่าช้าง โดยเฉพาะประเด็นตาน้ำผุดใต้ดินและน้ำซับจากริมตลิ่งซึ่งจะมีปริมาณลดลง พืชพรรณท้องถิ่นจะถูกทำลายและตัดโค่นเนื่องจากการก่อสร้าง ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศน์ที่สำคัญต่อการดำรงอยู่ของตัวตะกองซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

อย่างไรก็ตามตัวตะกองเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำลำตะคองอันเป็นต้นน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงชุมชนในหลายชุมชนก่อนไหลลงสู่เขื่อนลำตะคอง นอกจากนี้ตัวตะกองยังเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าคุ้มครองที่ส่งผลต่อความหลากหลายทางชีวภาพจะวางไข่เฉพาะในพื้นที่ป่าริมน้ำที่ยังสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างรบกวน ซึ่งการสูญพันธุ์ของตัวตะกองจะส่งผลต่อการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในข้อที่ 10 เรื่องเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทางธรรมชาติที่มีความสำคัญสูงสุดและเป็นตัวแทนในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในถิ่นที่อยู่ (in-situ) รวมถึงเป็นแหล่งรวมชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ป่าที่มีคุณค่าโดดเด่นระดับโลกในแง่ของวิทยาศาสตร์หรือการอนุรักษ์ 

นอกจากนี้น้ำผุดธรรมชาติคือต้นน้ำที่ไหลลงสู่ลำตะคองตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครราชสีมา อีกทั้งยังเป็นบ่อน้ำผุดธรรมชาติที่โดดเด่น 1 ใน 5 แห่งของประเทศ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญและเปราะบางจากการก่อสร้างปรับปรุงเปลี่ยนแปลงธรรมชาติเดิม

ในปัจจุบันการพัฒนาเมืองบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งมีสถานะเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอปากช่อง มีการขยายตัวของเมือง ประชากร การลงทุนภาคธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ตลอดลำน้ำลำตะคอง มีผลให้จำนวนตะกองลดน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยภาคีเครื่อข่ายตั้งข้อสังเกตุว่าพื้นที่บ่อน้ำผุดธรรมชาติเนื้อที่ประมาณ 1-2 ไร่ (ไม่รวมพื้นที่จอดรถ) ใช้งบประมาณก่อสร้าง สูงกว่า 44 ล้านบาทนั้น อาจเป็นแบบก่อสร้างขนาดใหญ่ใช้คอนกรีตจำนวนมาก ทำให้ไม่สอดคล้องกับบ่อน้ำผุดธรรมชาติและระบบนิเวศน์เดิม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและการสูญพันธุ์ของสัตว์ท้องถิ่น

ดังนั้น ทางกลุ่มภาคีเครือข่ายอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ได้แก่ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา, กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่, วิสาหกิจชุมชนท่าช้าง OTOP เขาใหญ่, วิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรหนองน้ำแดง, ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอปากช่อง, ชมรมฮักเขาใหญ่, ชุมชนบ้านท่าช้างเหนือ ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และประชาชนทั่วไป ขอเสนอให้โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา ทบทวนการดำเนินโครงการก่อสร้างพัฒนาพื้นที่น้ำผุดธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ระบบนิเวศน์อ่อนไหว รวมทั้งจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ESIA) ชี้แจงโครงการให้ประชาชนรับทราบก่อนดำเนินโครงการฯ และจัดทำขั้นตอนการดำเนินงานที่มีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม โดยร่วมกันสำรวจตาน้ำ น้ำซับริมตลิ่ง ต้นไม้ ตะกองและระบบนิเวศน์ เพื่อออกแบบการพัฒนาพื้นที่โดยมีระบบนิเวศน์เป็นตัวตั้ง ลดผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

ร่วมปกป้องผืนป่า สัตว์ป่า เพื่อความยั่งยืนของทุกชีวิต

อ้างอิง

ยืนหนังสือถึง ผู้ว่าฯ โคราช จี้ทบทวนการปรับปรุง น้ำผุดธรรมชาติ ผ่านศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดนครราชสีมา https://www.facebook.com/KYTA6465/posts/pfbid02z9yK3VVrg5cV6NgvhiEYagxj1w1TyFYeo34NnzZBCdLXcWo8EbTTPeiT7rcNxt3al

ภาค ปชช.เครือข่ายอนุรักษ์ฮือต้าน! ก่อสร้างเปลี่ยนโฉมใหม่ “น้ำผุด เขาใหญ่” 44 ล้าน ผวากระทบธรรมชาติระบบนิเวศ https://mgronline.com/local/detail/9690000049030

ผู้เขียน

Website | + posts

ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม