ค้างคาว ผู้พิทักษ์ระบบนิเวศยามราตรี

ค้างคาว ผู้พิทักษ์ระบบนิเวศยามราตรี

ค้างคาวเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศผืนป่า พวกมันช่วยรักษาโครงสร้างป่า ช่วยซ่อมแซมป่าที่ถูกทำลาย และรักษาสมดุลของแมลงในธรรมชาติ ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้แมลงศัตรูพืชระบาด

จากการศึกษาในอดีต พบว่าค้างคาวมีความสำคัญต่อธรรมชาติและมนุษย์หลายประการประกอบด้วย 

นักผสมพันธุ์พืช

ค้างคาวกินผลไม้มีส่วนสำคัญในการักษาโครงสร้างความหลากหลาย และการหมุนเวียนพลังงานในระบบนิเวศผืนป่า มีหน้าที่ช่วยผสมเกสร กระจายเมล็ดพันธุ์ไม้ได้เป็นร้อยๆ ชนิด เช่น ทุเรียน นุ่น ฝรั่ง มะม่วง ยูคาลิปตัส และกล้วยป่า 

ในตลาดผลไม้เมืองร้อนทั่วโลก ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์เป็นผลไม้ป่าที่พึ่งพาค้างคาวในการผสมเกสร หรือกระจายเมล็ดพันธุ์ 

นอกจากนี้ ค้างคาวยังมีส่วนช่วยในการสงวนความหลากหลายของพันธุกรรมของพืชป่า ซึ่งใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืชบ้านในยามที่อ่อนแอ

ผู้คืนชีวิตให้ป่า 

ในพื้นที่ป่าถูกทำลาย จะต้องมีต้นไม้กลุ่มแรกที่บุกเบิกกำเนิดขึ้นก่อนมีต้นไม้อื่นๆ ขึ้นตาม ต้นไม้กลุ่มแรกนี้จะเป็นไม้พวกที่ค้างคาวเป็นผู้พามา 

เนื่องจากค้างคาวมีลักษณะการหากินที่แตกต่างจากสัตว์กินผลไม้ชนิดอื่นๆ เช่น นกเงือก กระรอก กล่าวคือ ค้างคาวจะถ่ายมูลในขณะที่บินหากิน มันจึงช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ไปตามบริเวณที่มันบินผ่าน โดยที่ค้างคาวจะบินได้ประมาณ 20-100 กิโลเมตร หรือมากกว่านั้นภายในหนึ่งคืน

ผู้ควบคุมแมลงที่เป็นศัตรูพืช 

ในหนึ่งชั่วโมง ค้างคาวกินแมลงสามารถกินแมลงขนาดเล็กได้ราว 500-1,000 ตัว ซึ่งแมลงเหล่านี้บางชนิดเป็นศัตรูพืช และหลายชนิดเป็นอันตรายต่อมนุษย์ เช่น ยุงซึ่งเป็นหานะนำเชื้อมาลาเรีย จึงนับได้ว่าค้างคาวกินแมลงมีความสำคัญที่สุดในการควบคุมแมลงที่หากินในเวลากลางคืน ซึ่งถ้าปราศจากการควบคุมนี้ จำนวนแมลงจะเพิ่มขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นทั้งตัวทำลายพืชและตัวแพร่เชื้อโรค

ในแต่ละปี มีเกษตรกรจำนวนมากใช้เงินจำนวนมหาศาลไปกับยากำจัดแมลง ซึ่งนอกจากส่งผลอันตรายต่อคนใช้แล้ว ยังตกค้างในแหล่งน้ำซึ่งเป็นอันตรายแก่สัตว์อื่นๆ เช่น นก ปลา และค้างคาว แต่ถ้าหากเราดูแลคุ้มครองค้างคาว พวกมันจะช่วยกำจัดแมลงโดยที่ไม่มีอันตรายใดๆ และยังเป็นการประหยัดเงินค่ายากำจัดแมลงได้ด้วย 

นั่นเท่ากับว่า ในความเป็นจริงแล้ว ค้างคาวไม่เพียงช่วยเราโดยไม่คิดค่าบริการ แต่พวกมันยังนำรายได้มาให้เราเป็นของกำนัลเพิ่มอีกอย่าง 

โรงงานผลิตปุ๋ยธรรมชาติ

ค้างคาวมักอาศัยอยู่ในถ้ำด้วยกันเป็นจำนวนมาก แต่ละตัวจะหากินเป็นระยะไกลๆ และกลับมาที่ถ้ำทุกวัน มูลค้างคาวจะถูกสะสมพอกพูนอยู่ที่พื้นถ้ำและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

มูลค้างคาวถูกจัดว่าเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ดีที่สุด มีคุณค่าทางอาหารแก่พืชสูงกว่าปุ๋ยที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดใดๆ นับว่าเป็นกำไรของมนุษย์ที่ได้มาโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย และในประเทศไทยมีชาวบ้านหลายพื้นที่สร้างรายได้จากการเก็บมูลค้างคาวขาย 

อย่างไรก็ตาม การเก็บมูลค้างคาวจะต้องทำอย่างระมัดระวัง และพยายามหลีกเลี่ยงการรบกวนค้างคาว ถ้ามีการเก็บบ่อยเกินไป ค้างคาวจำนวนมากจะไม่กลับมาที่ถ้ำอีกเลย 

ที่สำคัญและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือ ห้ามเก็บมูลค้างคาวในช่วงที่ค้างคาวมีลูกอ่อน เพราะการรบกวนอาจทำให้แม่ค้างคาวทิ้งลูกไป และเมื่อไม่มีแม่คอยให้นม ลูกค้างคาวก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ต่อไป

ในทางกลับกัน ถ้ามีการจัดการอย่างเหมาะสม ปริมาณค้างคาวที่อาศัยอยู่ในถ้ำก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้มีปริมาณมูลค้างคาวเพิ่มขึ้นด้วย ผลที่ตามมาย่อมหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นตาม ซึ่งอาจพูดได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับค้างคาวและดีสำหรับคนด้วย 

ร้านอาหารของจุลินทรีย์ 

อันที่จริง มูลของค้างคาวนอกจากเป็นปุ๋ยที่ดีแล้วมันยังมีคุณค่าที่มากกว่านั้น นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่ามีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น พวกเชื้อราและแบคทีเรีย อาศัยอยู่ในมูลค้างคาว และมีแนวโน้มนำไประยุกต์ใช้ได้ในหลายๆ ด้าน เช่น กำจัดของเสียทางอุตสาหกรรมที่เป็นพิษ ใช้ในการผลิตยาปฏิชีวนะ การผลิตแอลกอฮอล์ และอาจเป็นประโยชน์ในวงการเทคโนโลยีชีวภาพ ต่อยอดคุณค่าแด่มนุษยชาติได้อีกมากมหาศาล

ค้างคาวคือเพื่อน หาใช่ศัตรู

มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกกลัวค้างคาว และคิดว่าค้างคาวจะเข้ามาทำร้ายตน แต่ความจริงแล้วค้างคาวไม่มีจุดประสงค์เช่นนั้น แม้กระทั่งเวลาที่มันถูกรบกวน พวกมันเป็นสัตว์ขี้อาย มักพยายามหลบเลี่ยงเมื่อพบเจอผู้คน

ในกรณีที่มีรายงานว่าค้างคาวกัดคน มักพบว่าเป็นเพราะคนพยายามจับค้างคาว ซึ่งเป็นปกติของสัตว์ทั่วไปที่จะต้องป้องกันตัวเองเมื่อถูกทำร้าย

ค้างคาวกินผลไม้มักถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำความเสียหายแก่สวนผลไม้ แต่หากว่ากันในข้อเท็จจริง ปกติชาวสวนมักเก็บผลไม้ก่อนสุก หรือช่วงใกล้สุก ส่วนค้างคาวชอบกินผลไม้ที่สุกงอมมากๆ ซึ่งเป็นส่วนที่หลงหูหลงตา หรือเป็นพวกที่สุกจนเกินเก็บ การที่ค้างคาวกินผลไม้ส่วนที่เหลือนั้น นับว่าเป็นการช่วยเหลือเจ้าของสวนผลไม้ในการควบคุมการระบาดของแมลงที่มากัดกินผลไม้ในทางอ้อมด้วย ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผลไม้ส่วนมากมักเกิดจากพวกหนู กระรอก หรือนก 

และหากเลือกได้ค้างคาวจะชอบกินผลไม้ในป่ามากกว่า แต่พอแหล่งหากินตามธรรมชาติลดลงเพราะถูกทำลาย ทำให้มันต้องหาอาหารตามที่อื่นๆ อย่างตามสวนผลไม้ เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง 

หลายคนคิดว่าค้างคาวเป็นพาหะนำเชื้อโรค แต่ข้อนี้เป็นความจริงที่เกิดขึ้นได้ยาก การที่คนจะติดเชื้อโรคจากค้างคาวได้ ต้องเกิดการสัมผัสกับมันอย่างใกล้ชิดและบ่อยๆ แต่ถึงกระนั้นการติดเชื้อก็ยังเกิดได้ยากมากอยู่ดี ที่จริงแล้ว เชื้อโรคจะติดต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ง่ายกว่าและบ่อยกว่าการติดเชื้อโรคจากค้างคาว

นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่าค้างคาวที่อาศัยอยู่ตามบ้านและตามวัดเป็นตัวทำลายโครงสร้างของบ้าน และกัดสายไฟ ซึ่งข้อนี้ยากที่จะเป็นไปได้ เนื่องจากค้างคาวที่อาศัยอยู่ตามบ้าน ตามปกติจะอยู่กันเป็นกลุ่มเล็กๆ และจะซ่อนอยู่ใต้หลังคาบ้าน พวกมันไม่กัดสายไฟ หรือทำรังเช่นสัตว์ที่มีฟันแทะชนิดอื่นๆ 

สำหรับประเทศไทย นับว่าเราโชคดีมากที่มีค้างคาวอาศัยอยู่หลายชนิด และพฤติกรรมต่างๆ ของค้างคาว ก็นับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผืนป่าไทยมีความอุดมสมบูรณ์ หากขาดค้างคาวไป สภาพของป่าไม้ก็อาจไม่ได้เป็นอย่างที่เรารู้จัก

เรียบเรียงจาก หนังสือ ค้างคาวผู้พิทักษ์ธรรมชาติยามราตรี