เวียงหนองหล่ม การพัฒนาที่ยังติดหล่มอยู่ในความทันสมัยที่เป็นพิษ

เวียงหนองหล่ม การพัฒนาที่ยังติดหล่มอยู่ในความทันสมัยที่เป็นพิษ

ท่ามกลางพื้นที่ชุ่มน้ำอันกว้างใหญ่รอยต่ออำเภอแม่จันและเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ‘เวียงหนองหล่ม’ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำตามธรรมชาติหรือพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ในตำนานเมืองล่ม

แต่พื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้กำลังเป็นกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนถึงความล้มเหลวในการพัฒนาเชิงโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย ที่ยังคงเดินสวนทางกับความยั่งยืนของระบบนิเวศอย่างมีนัยสำคัญ เป็นภาพสะท้อนของแนวคิด ‘วิศวกรรมนำการอนุรักษ์’ เมื่อภาครัฐพยายามบริหารจัดการทรัพยากรน้ำผ่านการตีความ โดยใช้เม็ดเงินงบประมาณมหาศาลขุดลอกหน้าดินและเปลี่ยนสภาพหนองน้ำธรรมชาติให้ไม่ต่างอะไรกับอ่างเก็บน้ำ

สิ่งที่ตามมาคือการสูญเสียพื้นระบบนิเวศชุ่มน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ 

เพราะหัวใจของเวียงหนองหล่ม มีคุณค่าและความหมายผ่านการจัดการน้ำตามธรรมชาติ ในฤดูฝน พื้นที่นี้จะทำหน้าที่รับน้ำส่วนเกินจากพื้นที่โดยรอบ ไม่ให้น้ำไหลหลากเร็วเกินไป ลดความรุนแรงของน้ำท่วม ขณะเดียวกันในฤดูแล้ง น้ำที่สะสมไว้จะค่อยๆ หล่อเลี้ยงดิน พืช และแหล่งน้ำย่อย ช่วยให้พื้นที่ไม่แห้งตาย ระบบนี้เกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องมีการขุดลอกหรืออาศัยเครื่องจักรใดๆ

อีกบทบาทสำคัญคือ การเป็นบ้านและแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก น้ำตื้นและพืชน้ำเป็นแหล่งวางไข่ของปลา เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำขนาดเล็ก นกท้องถิ่น และนกอพยพตามฤดูกาล ส่วนทุ่งหญ้ารอบหนองก็เป็นแหล่งอาหารของสัตว์เลี้ยง ซึ่งผูกพันกับวิถีชีวิตของชุมชนมานาน

เวียงหนองหล่มยังทำหน้าที่เหมือน ตัวกรองธรรมชาติ ดินและพืชในพื้นที่ชุ่มน้ำช่วยดักตะกอน ดูดซับสารอาหารส่วนเกิน และช่วยรักษาคุณภาพน้ำก่อนที่น้ำจะไหลต่อไปยังพื้นที่อื่น ทำให้น้ำสะอาดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งระบบบำบัดราคาแพง

ที่สำคัญ พื้นที่ชุ่มน้ำแบบเวียงหนองหล่มยังช่วยลดผลกระทบจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ ในดินและพืชพรรณ ช่วยลดอุณหภูมิของพื้นที่โดยรอบ และทำให้ภูมิอากาศท้องถิ่นไม่รุนแรงเกินไป

หากแต่การเปลี่ยนพื้นที่ชุ่มน้ำให้กลายเป็นเพียงบ่อพักน้ำขนาดใหญ่ จึงสะท้อนให้เห็นว่ารัฐไทยมองคุณค่าทรัพยากรธรรมชาติเพียงจากมุมมองของตัวเลขและปริมาตรลูกบาศก์เมตร โดยละเลยมิติของระบบนิเวศที่ซับซ้อน และขาดการเชื่อมโยงของวงจรชีวิตสัตว์น้ำ และพืชท้องถิ่นที่ถูกทำลายลงอย่างไม่อาจเรียกคืนได้

มากไปกว่านั้น เวียงหนองหล่มยังฉายภาพความล้มเหลวของการมีส่วนร่วมในระดับโครงสร้าง แม้โครงการพัฒนาจะอ้างถึงกระบวนการประชาคมตามกฎหมาย แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นการสื่อสารในลักษณะสั่งการจากส่วนกลางลงสู่ท้องถิ่น

เสียงของกลุ่มคนเลี้ยงควายที่ผูกพันกับทุ่งหญ้ามานับศตวรรษ หรือเสียงของนักอนุรักษ์ที่พยายามชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของนกอพยพ กลับเป็นเพียงเสียงกระซิบที่ถูกกลบด้วยเสียงเครื่องจักร 

การพัฒนาอย่างที่ว่ามาจัดเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำในการตัดสินใจของคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ไม่อาจกำหนดทิศทางบ้านเกิดของตนเอง ทำไดัเพียงต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ที่ไม่มีสิ่งใดการันตีถึงความหมายของความยั่งยืน

ภาพสะท้อนการพัฒนาในพื้นที่เวียงหนองหล่มจึงเป็นสิ่งสะท้อนการพัฒนาที่ยังติดหล่มอยู่ในกับดักความทันสมัยที่เป็นพิษ 

และหากเรายังคงมองธรรมชาติเป็นเพียงวัตถุดิบเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์แต่เพียงฝ่ายเดียว ความสำเร็จที่รัฐพยายามนำเสนอจะเป็นเพียงชัยชนะชั่วคราวบนซากปรักหักพังของระบบนิเวศ

โดยหลงลืมไปว่า การพัฒนาที่แท้จริงต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะ ‘ธรรมชาติ’ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตเรามาอย่างยาวนาน

ภาพเปิดเรื่อง ดร.ชวลิต วิทยานนท์

ผู้เขียน

Website | + posts

ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม