• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ แม่โขงตายช้า ๆ และเงียบเชียบ

แม่โขงตายช้า ๆ และเงียบเชียบ

อีเมล พิมพ์ PDF

แม่โขงตายช้าๆ อย่างเงียบๆประชาชนนับล้านชีวิตที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขงต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะสูญเสียแหล่งอาหารหลักในการดำรงชีวิตเนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนหลายแห่งและการผันน้ำจากลำน้ำโขง

แม่โขงคือแม่น้ำที่ยาวที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีประชากรราว 60 ถึง 70 ล้านชีวิตต้องพึ่งพิงลำน้ำโขงด้านอาหาร การค้า การชลประทาน การคมนาคม และอุปโภคบริโภค แต่วิกฤตการณ์แม่น้ำโขงที่กำลังเกิดขึ้นช้าๆ กลับไม่ได้รับความสนใจในสื่อกระแสหลักมากนัก

สาเหตุส่วนหนึ่งเนื่องจากรัฐบาลและนักพัฒนาทั้งประเทศจีน ลาว และกัมพูชา ขาดความโปร่งใสเรื่องแผนการสร้างเขื่อนหลายแห่ง ทำให้ยากที่จะหาข้อมูลที่หนักแน่นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างเขื่อนเหล่านั้นได้ ในขณะที่คณะกรรมการลุ่มน้ำโขง (Mekong River Commission - MRC) องค์กรระหว่างประเทศในภูมิภาคที่ตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อจัดการและจำกัดภัยคุกคามต่อแม่น้ำ ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าไร้ประสิทธิภาพ เว้นแต่เรื่องการผลิตและเผยแพร่รายงานวิจัย

แน่นอนว่ารายงานวิจัยย่อมมีประโยชน์ในการสร้างความตระหนักในแวดวงผู้เชี่ยวชาญและองค์กรภาคเอกชนที่มุ่งเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่คณะกรรมการลุ่มน้ำโขงกลับไม่มีอำนาจในการบังคับให้ประเทศสมาชิกดำเนินการตามคำแนะนำได้

เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ (Phnom Penh Post) ประเทศกัมพูชารายงานว่าผู้บริจาคที่ไม่พึงพอใจการดำเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำโขงและหยุดสนับสนุนคณะกรรมการฯ ส่งผลให้ คณะกรรมการฯ “สูญเสียเงินกองทุนและพนักงานกว่าครึ่งหนึ่ง” บทความชิ้นดังกล่าวยังรายงานเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการลุ่มน้ำโขงได้กลายเป็น “องค์กรที่ไม่สำคัญ”

.

แม่โขงตายช้าๆ อย่างเงียบๆ

.

ผลกระทบในลาวและกัมพูชา
เพียงการก่อสร้างเขื่อนหลายแห่งในมณฑลยูนนาน ทางตอนใต้ของจีน ลาวก็สามารถรับรู้ได้ถึงผลกระทบ ชาวประมงชาวลาวเรียกร้องมาหลายปีเรื่องระดับน้ำในลำน้ำโขงที่ต่ำผิดปกติ และจำนวนปลาที่จับได้ลดลงอย่างมาก เพราะปลาไม่สามารถอพยพมาทางตอนใต้ได้เนื่องจากโดนกั้นด้วยกังหันผลิตไฟฟ้าของเขื่อน

นอกจากนี้ การก่อสร้างเขื่อนยังกักตะกอนซึ่งจำเป็นต่อการสร้างความอุดมสมบูรณ์ของดินทั้งในแม่น้ำ ปลายน้ำ และปากแม่น้ำ การก่อสร้างเขื่อนในจีนยังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่ประเทศลาวอีกด้วย

.

แม่โขงตายช้าๆ อย่างเงียบๆ

.

“โครงการก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำทางตอนบนของแม่น้ำโขงของประเทศจีน แสดงให้เห็นว่าลาวสามารถไม่สนใจเสียงคัดค้านจากประเทศทางตอนใต้เกี่ยวกับผลกระทบทางลบจากการสร้างเขื่อน” Brian Eyler รองผู้จัดการโครงการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ Stimson Center กรุงวิชังตัน ดีซี กล่าว

Brian กล่าวว่านักพัฒนาเขื่อนพลังงานน้ำ “สามารถผ่านกฎหมายสิ่งแวดล้อมได้อย่างง่ายดาย และผลิตรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ไม่น่าเชื่อถือ”

Eric Baran นักชีววิทยาทางน้ำประจำสถาบัน WorldFish คาดว่าประชากรในประเทศลาวและกัมพูชาราวร้อยละ 60 พึ่งพาการบริโภคปลาเป็นแหล่งโปรตีนเพียงแหล่งเดียว และเขื่อนกั้นลำน้ำโขงของประเทศลาวจะหยุดยั้งการอพยพของปลากว่า 110 สายพันธุ์

การก่อสร้างเขื่อน Lower Sesan 2 ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศกัมพูชาก็ทำให้ปริมาณปลาที่จับได้ของชุมชนในบริเวณนั้นลดลง นำไปสู่การประท้วงของชุมชนที่ถูกอพยพออกจากพื้นที่ที่จะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำไปเหนือเขื่อน ประชาชนหลายพันคนส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์หรือชนกลุ่มน้อย คาดว่าจะสูญเสียทรัพยากรปลาทั้งหมดที่พวกเขาเคยจับได้ เนื่องจากโดนเขื่อทั้งในลำน้ำโขงและแม่น้ำ Sekong ปิดกั้น

Ian Baird ผู้เชี่ยวชาญด้านผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิล คาดการณ์ว่าประชาชนอย่างน้อย 78,000 คนที่อาศัยอยู่เหนือเขื่อน Lower Sesan 2 จะสูญเสียการเข้าถึงทรัพยากรปลาอพยพ โดย Ian Baird ให้สัมภาษณ์กับ Radio Free Asia ว่ายังมีประชาชนอีกนับแสนคนหรืออาจนับล้านคนในประเทศกัมพูชา เวียดนาม ลาว และไทย ที่จะได้รับผลกระทบเนื่องจากการปิดกั้นเส้นทางอพยพของปลา

บริษัทจากจีน มาเลเซีย และไทย คือบริษัทรับเหมารายสำคัญในการก่อสร้างเขื่อนในประเทศลาว นอกจากนี้ ธนาคารสัญชาติไทยก็ปล่อยสินเชื่อจำนวนมากแก่โครงการก่อสร้างเขื่อนหลายแห่ง

สามเหลี่ยมลุ่มน้ำโขง
ผลกระทบจากภัยแล้ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปรากฎการณ์เอลนิโญ และการก่อสร้างเขื่อนเหนือลำน้ำของประเทศจีน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อนาข้าวบริเวณปากแม่น้ำโขงที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งมีประชากรอาศัยกว่า 22 ล้านราย และเป็นพื้นที่ส่งออกข้าวอันดับต้นๆ ของโลก

นโยบายของรัฐบาลเวียดนาม “ข้าวมาก่อน” หรือ “rice first” ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2520 เพื่อสนับสนุนให้ชาวนาปลูกข้าวปีละ 3 รอบ แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม โดยชาวนาได้ให้เหตุผลว่าการก่อสร้างเขื่อนเหนือลำน้ำโขงทำให้ปริมาณตะกอนที่ไหลมาถึงปากแม่น้ำลดลงอย่างมาก

เป็นเวลานับพันปีที่ตะกอนเหล่านี้ค่อยๆ สร้างพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง แต่ตะกอนที่ถูกกักไว้เหนือเขื่อนและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ทำให้พื้นที่กว่า 60 กิโลเมตรถูกคุกคามโดยน้ำเค็ม ชาวนาบางรายเลือกที่จะรับมือโดยเปลี่ยนนาข้าวเป็นนากุ้ง แต่ปริมาณข้าวส่งออกที่ลดลงย่อมหมายถึงรายได้ที่น้อยลงของหลายครอบครัว

แม่โขง ในอนาคต ?
Richard Cronin และ Courtney Weatherby กล่าวในแง่ดีว่า อย่างน้อยที่สุดหลายๆ ปัจจัยรวมกันก็อาจส่งผลให้การก่อสร้างเขื่อนน้อยลง ปัจจัยเหล่านั้นประกอบด้วย ความเสี่ยงทางการเมืองและทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานของโลก และความสนใจของสถาบันหรือรัฐบาลที่สนับสนุนเงินทุนในการหาทางเลือกอื่นทดแทนการก่อสร้างเขื่อนกระแสหลักที่มีผลกระทบรุนแรง

“มีความเป็นไปได้ที่เขื่อนตามแผนจะไม่ถูกสร้าง ซึ่งเปิดโอกาสให้ประเทศลาวทบทวนแผนการก่อสร้างเขื่อนทั้ง 9 แห่งในแม่น้ำโขงสายหลัก” รายงานของ Stimson Center ระบุ

รัฐบาลลาวต้องการใช้การผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำเพื่อส่งออกพลังงานไฟฟ้าไปให้ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” แต่การศึกษาเบื้องต้นของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank - ADB) พบว่าหากลาวตัดสินใจปรับปรุงเขื่อนในลำน้ำสายย่อยของแม่โขงให้ทันสมัยและเชื่อมต่อการผลิตไฟฟ้าเข้ากับกริดของประเทศ ทางเลือกนี้ก็เพียงพอที่จะเป็นรายได้ในระยะสั้นที่ประเทศลาวต้องการโดยไม่ต้องสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง

รายงานของ Stimson Center ยังระบุอีกว่า “อีกประเด็นหนึ่งนั้นเกี่ยวข้องกับประเทศจีน ซึ่งทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นไปได้ของการก่อสร้างเขื่อนทั้งในลำน้ำโขงสายหลักและสายรองว่าในอนาคตจะมีน้ำเพียงพอที่จะเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าหรือไม่”

จุดเริ่มต้นของลำน้ำโขงอยู่ที่ทิเบต “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้น้ำแข็งบนยอดเขาหิมาลัยละลาย และอาจทำให้ลักษณะการไหลตามธรรมชาติของลำน้ำโขงเปลี่ยนแปลงไป นักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเขื่อนที่สร้างจะสามารถพึ่งพิงการไหลตามธรรมชาติได้หรือไม่ในฤดูแล้ง” รายงานระบุ “หากประเทศต้นน้ำอย่างจีนเลือกที่จะใช้น้ำเพื่อการอื่นนอกจากการผลิตกระแสไฟฟ้า ประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างก็อาจไม่มีน้ำเพียงพอที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าในช่วง 3 – 4 เดือนที่แห้งแล้งที่สุดของปี”

ชื่อเรื่องดัดแปลงจาก เรื่องสั้น “ภูเขาตายช้าๆ และเงียบเชียบ” โดย แดนอรัญ แสงทอง

ถอดบทความจาก “The Mekong: Slow Death of a River” โดย Dan Southerland เข้าถึงได้ที่ http://www.rfa.org/english/commentaries/river-07082016162730.html
ถอดความโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์

 

รับข่าวสาร


บทความที่เกี่ยวข้อง