ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การผุดขึ้นของร้านสะดวกซื้อในทุกมุมเมือง แต่การใช้ประโยชน์จากป่าชุมชนยังถือเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คนหลายแห่งทั้งในเขตจังหวัดกำแพงเพชรและนครสวรรค์
ผืนป่ายังคงทำหน้าที่เป็นแม่ผู้ใจดี คอยโอบอุ้มวิถีชีวิตของลูกหลานชาวบ้านอย่างไม่เสื่อมคลาย เป็นคลังอาหารและแหล่งรายได้ขนาดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงครัวเรือนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ส่งต่อกันมา
ภายใต้โครงการสร้างความพร้อมต่อการรับมือสภาพภูมิอากาศในพื้นที่แนวกันชนของผืนป่าตะวันตก มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ทำการสำรวจความอุดมสมบูรณ์ของป่าชุมชน 16 ป่า ในเขตจังหวัดกำแพงเพชรและนครสวรรค์ ผ่านมุมมองการใช้ประโยชน์และมูลค่าทางด้านนิเวศบริการ
ประกอบด้วย กลุ่มป่าคลองลาน – เขาน้ำอุ่น ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอคลองลาน อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ประกอบด้วยป่าชุมชน 3 ป่า ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านปากคลองลาน ป่าชุมชนบ้านแปลงสี่แม่พืช และป่าชุมชนบ้านใหม่วงศ์เขาทอง
กลุ่มป่าแม่เล่ย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ประกอบด้วยป่าชุมชน 3 ป่า ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านคลองแบ่ง ป่าชุมชนบ้านคลองไทร และป่าชุมชนบ้านยอดห้วยแก้ว
กลุ่มป่าสวนป่า – ปางสัก ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ ประกอบด้วยป่าชุมชน 2 ป่า ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านสวนป่า และป่าชุมชนบ้านปางสัก
กลุ่มป่าเขาอีนวย ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ ประกอบด้วยป่าชุมชน 10 ป่า ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านโนนสมบูรณ์ ป่าชุมชนบ้านสระสวัสดิ์ ป่าชุมชนบ้านเขาแหลม ป่าชุมชนแม่กะสี ป่าชุมชนบ้านมาลาศรี ป่าชุมชนบ้านเขามะตูม ป่าชุมชนบ้านประดู่งาม และป่าชุมชนบ้านคลองห้วยหวาย

ผลจากการสำรวจ สิ่งที่พบคือความอัศจรรย์ของป่าชุมชนกลุ่มนี้ สามารถในการมอบผลผลิตที่แปรเปลี่ยนไปตามห้วงเวลา โดยมีการจัดเก็บข้อมูลผ่าน 4 ช่วงฤดูกาลที่สะท้อนถึงธาตุเจ้าเรือนของธรรมชาติ
ฤดูดิน (เมษายน – มิถุนายน) ยามที่ดินเริ่มระอุและรับหยาดฝนแรก เป็นช่วงที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงที่สุดถึง 39,489,433 บาท
ฤดูน้ำ (กรกฎาคม – กันยายน) เมื่อพิรุณโปรยปรายอย่างเต็มภาคภูมิ ป่าจะเผยความหลากหลายทางชีวภาพสูงสุด เราพบชนิดทรัพยากรมากที่สุดในช่วงเวลานี้มากถึง 96 ชนิด
ฤดูลม (ตุลาคม – ธันวาคม) ยามลมหนาวเริ่มพัดผ่าน ป่าเริ่มเข้าสู่โหมดการรักษาความชุ่มชื้น แม้มูลค่าจะลดหลั่นลงมาแต่ยังคงมีทรัพยากรให้เก็บเกี่ยว
ฤดูไฟ (มกราคม – มีนาคม) ช่วงเวลาแห่งความแห้งแล้งที่ป่าผลัดใบเพื่อรอวันผลิใหม่ เป็นฤดูกาลที่พบความหลากหลายของชนิดทรัพยากรน้อยที่สุด แต่สร้างมูลค่าได้ไม่น้อยกว่า 17 ล้านบาท
จากการสำรวจทั้ง 4 ฤดูกาล พบทรัพยากรรวมทั้งหมด 77 ชนิด (นับรวมก่อนจัดหมวดหมู่) แบ่งเป็นพืช 30 ชนิด สัตว์ 18 ชนิด เห็ด 14 ชนิด หน่อไม้ 7 ชนิด แมลง 6 ชนิด และไผ่ 2 ชนิด
บ้านคลองห้วยหวาย คืออาณาจักรที่มั่งคั่งที่สุด ด้วยจำนวนชนิดทรัพยากรที่มากถึง 33 ชนิด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไปกว่า 48.6 ล้านบาท ต่อปี
บ้านเขาแหลม คือป่านักสู้ที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดถึง 8,118 ไร่ เป็นแหล่งกำเนิดทรัพยากรกว่า 30 ชนิด สร้างมูลค่ารวมกว่า 16.4 ล้านบาท
บ้านมาลาศรี แม้จะเป็นป่าจิ๋วที่มีเนื้อที่เพียง 37 ไร่ แต่กลับมีประสิทธิภาพในการให้ผลผลิตสูงส่ง โดยมีปริมาณทรัพยากรเฉลี่ยต่อพื้นที่สูงที่สุดถึง 1,043.14 กิโลกรัมต่อไร่
บ้านคลองแบ่งเองก็โดดเด่นในแง่ความคุ้มค่าเชิงพื้นที่ โดยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อไร่สูงที่สุดคือ 28,110 บาทต่อไร่ จากพื้นที่ 188 ไร่

หากจะกล่าวถึงพระเอกที่พบจากการสำรวจคงหนีไม่พ้น ‘เห็ดโคนใหญ่’ ที่สร้างมูลค่ามหาศาลถึง 14.6 ล้านบาท (คิดเป็นร้อยละ 18.56 ของมูลค่าทั้งหมด) โดยมีราคาตลาดเฉลี่ยอยู่ที่ 500 บาทต่อกิโลกรัม ตามมาด้วยเห็ดเผาะและไข่มดแดงที่ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมาก
ทว่า ในความมั่งคั่งนั้นมีเสียงเตือนจากธรรมชาติ เนื่องจากปี 2568 ที่ผ่านมา ชาวบ้านพบว่าทรัพยากรสำคัญอย่าง เห็ดเผาะ เห็ดโคน ผักหวาน และอึ่ง มีจำนวนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ฝนตกหนักกว่าปกติและหยุดตกช้ากว่าทุกปี
รวมถึงการนำไม้ฟืนออกจากป่ามากเกินไปจนทำลายแหล่งกำเนิดของเห็ดขอน (พบในบริเวณที่ชื้นแฉะหรืองอกบนไม้เนื้อแข็ง จะขึ้นมากในช่วงที่มีอากาศร้อนอบอ้าว อุณหภูมิประมาณ 31 องศาเซลเซียสและสามารถพบได้บ่อยในฤดูฝน)
มูลค่ารวมกว่า 122,317,176 บาท จากผลผลิตรวม 2,506,804 กิโลกรัม ในหนึ่งปี คือหลักฐานชั้นดีว่าป่าชุมชนคือเส้นเลือดใหญ่ที่เป็นทั้งแหล่งอาหารและรายได้ของท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการสำรวจระบุว่ามูลค่าการใช้ประโยชน์จากคนนอกชุมชน มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 56.86 ในขณะที่คนในชุมชนใช้ประโยชน์ร้อยละ 43.14
นี่คือโจทย์สำคัญสำหรับการจัดการป่าในอนาคต เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากผู้คนหลากหลายกลุ่มและการรักษาความยั่งยืนของระบบนิเวศ
และยังเป็นมรดกที่ส่งต่อไปถึงคนรุ่นหลังได้อย่างแท้จริง

การสำรวจทรัพยากรในป่าชุมชน เป็นกิจกรรมหนึ่งของโครงการสร้างความพร้อมต่อการรับมือสภาพภูมิอากาศในพื้นที่แนวกันชนของผืนป่าตะวันตก ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด
ผู้เขียน
ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม



