ครม. อนุมัติโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด 7,200 ล้านบาท (แต่ยังไม่พูดถึงบ้านสัตว์ป่าที่ต้องแลกไป)

ครม. อนุมัติโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด 7,200 ล้านบาท (แต่ยังไม่พูดถึงบ้านสัตว์ป่าที่ต้องแลกไป)

5 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน เดินหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี กรอบวงเงิน 7,200 ล้านบาท แผนงาน 7 ปี (ปีงบประมาณ 2570–2576) พร้อมอนุมัติในหลักการให้กรมชลประทานร่วมกับ พอช. ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชนบท และจ่ายค่าชดเชยแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ

ตัวเลขที่รัฐบาลนำเสนอล้วนอยู่ในฝั่ง “ได้ผลประโยชน์” — เขื่อนหัวงานที่ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว ความจุ 99.50 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่ชลประทานรับประโยชน์ 87,700 ไร่ รองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) บรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำตอนล่าง อัตราผลประโยชน์ต่อต้นทุน (B/C) 2.20 และผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) ร้อยละ 13.18

แต่ในเอกสารข่าวของรัฐบาลจาก www.thaigov.go.th กลับไม่มีบรรทัดใดเลยที่พูดถึงสิ่งที่ต้องแลกไป นั่นคือผืนป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น ถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลากชนิด ที่จะจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ ตัวเลข 87,700 ไร่ที่ “ได้ประโยชน์” ถูกพูดถึงซ้ำ แต่จำนวนไร่ของป่าที่ “เสียไป” ไม่ถูกเอ่ยถึงแม้แต่ครั้งเดียว

ที่ต้องจับตาคือ มติ ครม. วันนี้ยังไม่ใช่ไฟเขียวให้เริ่มการก่อสร้างได้ทันที เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อ 29 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพิ่งเห็นชอบ “ในหลักการ” โดยกำหนดเงื่อนไขว่า ก่อนขอใช้หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ กรมชลประทานต้องทบทวนรายละเอียดและปรับลดขนาดพื้นที่ให้เหมาะสมตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเสียก่อน การเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ จึงยังต้องผ่านบอร์ดอุทยานแห่งชาติอีกด่านหนึ่ง

ด้านกระบวนการทางกฎหมาย มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ยื่นฟ้องเพิกถอนรายงาน EHIA ของโครงการต่อศาลปกครองเมื่อ 5 มิถุนายน 2569 โดยชี้ว่ารายงานมีข้อมูลคลาดเคลื่อนจากสภาพจริงในพื้นที่ป่า อย่างไรก็ตาม เมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา โดยให้เหตุผลว่าโครงการยังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ความเห็นชอบการขอใช้ประโยชน์ที่ดินและยังไม่ผ่านขั้นตอน ครม. — กล่าวคือยังไม่มีคำสั่งทางปกครองที่จะฟ้องได้ ซึ่งขณะนี้มูลนิธิสืบฯ เตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครองต่อไป

น่าสนใจว่าคำสั่งไม่รับฟ้องเมื่อ 15 กรกฎาคม อ้างว่าโครงการ “ยังไม่ผ่าน ครม.” แต่เพียงสองสัปดาห์ถัดมา ครม. ก็มีมติอนุมัติแล้ว