ความเคลื่อนไหวคดีล่าสัตว์ในป่าทุ่งใหญ่ในรอบสัปดาห์ (16-22 เม.ย.)

ความเคลื่อนไหวคดีล่าสัตว์ในป่าทุ่งใหญ่ในรอบสัปดาห์ (16-22 เม.ย.)

ผ่านมากว่า 10 สัปดาห์ นับตั้งแต่นายเปรมชัย กรรณสูต และพวกรวม 4 คน ถูกเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกจับกุมขณะตั้งแคมป์อยู่ในพื้นที่นอกเขตอนุญาตพักแรม พร้อมซากสัตว์ป่าและอาวุธปืนจำนวนมาก

ในบทความนี้จะรายงานความคืบหน้าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (16-22 เมษายน) พร้อมทั้งทบทวนรายละเอียดที่มาที่ไปซึ่งหลายๆ เรื่องยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการ ในหลายๆ ประเด็นที่สาธารณชนกำลังเฝ้ารอคำตอบ

หลังจากอัยการภาค 7 ได้รับสำนวนจากทางตำรวจและตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 อัยการภาค 7 ได้แถลงว่าจะสั่งฟ้องนายเปรมชัยและพวกในข้อหาใดบ้าง กล่าวโดยสรุป จะสั่งฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้องหาที่ 1 จำนวน 6 ข้อหา นายยงค์ โดดเครือ ผู้ต้องหาที่ 2 จำนวน 7 ข้อหา นางนที เรียมแสน ผู้ต้องหาที่ 3 จำนวน 5 ข้อหา และนายธานี ทุมมาศ ผู้ต้องหาที่ 4 จำนวน 8 ข้อหา

จากความเห็นของอัยการ ทางพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ดูแลคดี ทำความเห็นแย้งกลับไปยังอัยการถึงข้อกล่าวหาที่ไม่ถูกระบุว่าจะสั่งฟ้องนายเปรมชัยและพวก อีก 3 ข้อหาไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 ประกอบด้วย (1) ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต (2) ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่าหรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาต และ (3) ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยมิได้รับอนุญาต

ซึ่งเมื่อมีความเห็นแย้งกลับมา จะต้องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดความเห็น

ในส่วนของเรื่องนี้นั้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้สัมภาษณ์แก่สื่อมวชนว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิจารณาความเห็นแย้งและพิจารณาหลักฐานต่างๆ โดยเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าการพิจารณาดังกล่าวจะเสร็จสิ้นเมื่อใด แต่ยืนยันว่าจะทำให้รอบคอบและรวดเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ

สำหรับคดีอื่นๆ ที่ขยายผลต่อเนื่องมาจากเหตุการณ์จับกุมนายเปรมชัยและพวกนั้น อันประกอบไปด้วย คดีติดสินบนเจ้าพนักงาน ครอบครองงาช้าง และอาวุธปืน ซึ่งทางตำรวจได้ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2561 และทางอัยการได้ระบุไว้ในวันเดียวกันว่าจะนัดฟังคำสั่งฟ้องในวันที่ 30 เมษายน 2561 นี้ ซึ่งก็คือในสัปดาห์ถัดไป

มีความคืบหน้าเพิ่มเติมอีกคดีที่เกี่ยวเนื่องกับนายเปรมชัย คือ กรณีตรวจยึดที่ดินในเขตป่าต้นน้ำจังหวัดเลย ทั้งในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย เเละภูเรือ จำนวน 147 เเปลง เนื้อที่กว่า 6,000 ไร่ ของบริษัท ซี.พี.เค. อินเตอร์เนชันเเนล จำกัด ที่มีชื่อของนายเปรมชัยร่วมเป็นกรรมการบริหาร

จากการตรวจสอบข้อมูลการรังวัดของสำนักงานที่ดิน จังหวัดเลย เบื้องต้นพบว่ายังมีพื้นที่บุกรุกเพิ่มเติมอีกกว่า 500 ไร่ รวมของเดิม 147 เเปลง ขณะนี้พบพื้นที่บุกรุกทั้งหมดไม่น้อยกว่า 7,000 ไร่ เจ้าหน้าที่เตรียมเข้าตรวจยึดดำเนินคดี พร้อมประเมินความเสียหายภาครัฐของพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร ที่ถูกยึดถือครอบครองโดย บริษัท ซี.พี.เค.ฯ เพื่อดำเนินการฟ้องเเพ่งเรียกค่าเสียหาย พิจารณาจากสภาพเบื้องต้นคาดว่าน่าจะไม่น้อยกว่า 600 ล้านบาท

ประเด็นสุดท้ายในสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ เรื่องการรายงานตัวตามกำหนดฝากขังครั้งที่ 6 ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 นายเปรมชัยพร้อมพวกรวม 4 คน และนายวิฑูรย์ แย้มพราย ทนายความ ได้เดินทางไปรายงานตัวต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิตามกำหนดนัด

โดยนายเปรมชัยต้องมารายงานตัวต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิอีกครั้งในวันที่ 2 พฤษภาคมนี้ เวลา 09.00 น.

 

อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกรณี ซีอีโออิตาเลียนไทยล่าสัตว์ในป่าทุ่งใหญ่นเรศวรในเว็บไซต์มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 


เรียบเรียง ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร