‘กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง’ ว่าด้วยผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่และบทบาทหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ที่ควรจะเป็น 

‘กระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง’ ว่าด้วยผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่และบทบาทหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ที่ควรจะเป็น 

‘ภูกระดึง’ สำหรับใครหลายคนอาจไม่ใช่แค่อุทยานแห่งชาติ แต่คือสัญลักษณ์ของความพยายามและมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นตลอดเส้นทางเดินเท้าหลายกิโล ทว่าตอนนี้เสน่ห์แห่งการพิชิตกำลังถูกท้าทายด้วยโครงการ ‘กระเช้าไฟฟ้า’ ท่ามกลางกระแสการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 

แม้ภาพลักษณ์ของโครงการอาจดูเหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงธรรมชาติได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าพิจารณาอย่างลึกซึ้งผ่านมิติด้านระบบนิเวศ ความสามารถในการรองรับของพื้นที่ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่น เราอาจพบว่าราคาที่ธรรมชาติและชุมชนต้องจ่ายนั้น อาจสูงเกินกว่าความสะดวกสบายที่ได้รับมา 

เกร็ดความรู้ในวันนี้ ชวนเปิดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ และเหตุผลว่าทำไมการเดินเท้าขึ้นภูกระดึงจึงช่วยปกป้องระบบนิเวศบริเวณนี้เอาไว้ รวมถึงการตั้งคำถามที่ว่าบทบาทหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ควรอยู่ตรงไหนในสมการนี้ 

ผลกระทบด้านระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม 

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ประกอบไปด้วยระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยเฉพาะพืชเฉพาะถิ่น พรรณไม้หายาก และสัตว์ป่าสำคัญอีกหลายชนิด จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มโอกาสให้นักท่องเที่ยวเดินเป็นวงกว้างและออกนอกเส้นทางเดินปกติ ทำให้พืชพันธุ์ถูกทำลายและเกิดความเสียหายได้  

รวมถึงสัตว์ป่าอย่างช้างป่าที่มีความชุกชุมสูงในพื้นที่ ช้างป่ามีการกระจายอยู่ในหลายจุด รวมถึงบริเวณจุดก่อสร้าง ดั้งนั้น การก่อสร้างและการเดินเครื่องกระเช้าอาจกีดขวางเส้นทางหากินหรือรบกวนพฤติกรรมสัตว์ป่า ส่งผลให้สัตว์ป่าออกนอกพื้นที่มายังชุมชนมากขึ้น และอาจเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าได้ในอนาคต 

การสูญเสียพื้นที่ป่า แม้มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่การปักเสาและการทำสถานีก็ไม่เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตัดต้นไม้และรบกวนหน้าดินในพื้นที่ป่า รวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวย่อมส่งผลให้มีการพัฒนาชุมชนเมืองที่อาจจะรุกล้ำพื้นที่ป่ามากขึ้น 

ความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว (Carrying Capacity) กระเช้าไฟฟ้าจะทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวทะลักขึ้นไปบนยอดภูกระดึงเกินกว่าธรรมชาติจะรับไหว นำไปสู่ปัญหาขยะ การจัดการน้ำเสีย รวมถึงความเสื่อมโทรมของธรรมชาติทั้งพืชพันธุ์และสัตว์ป่า ส่งผลกระทบต่อความเปราะบางของระบบนิเวศ 

อัตลักษณ์และเสน่ห์ของการเดินเท้า 

ภูกระดึงถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีภาพจำชัดเจนในเรื่องของความพยายามและการเดินเท้า เพื่อพิชิตจุดสูงสุดของภูกระดึง ความลำบากระหว่างทางสร้างความผูกพันระหว่างนักท่องเที่ยวกับธรรมชาติ อีกทั้ง การได้ศึกษาและสำรวจธรรมชาติระหว่างทาง คือเป้าหมายสูงสุดของการเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ การมีกระเช้าไฟฟ้าอาจทำให้การศึกษาตรงนี้หายไป และทำให้ภูกระดึงกลายเป็นเพียงสวนสาธารณะลอยฟ้าที่ขาดจิตวิญญาณ 

ความเงียบสงบที่ขาดหายไป นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ไปภูกระดึง นอกจากเพื่อศึกษาธรรมชาติแล้ว บางคนอาจอยากไปสัมผัสธรรมชาติเพื่อฮีลใจและหลีกหนีความวุ่นวาย การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว อาจทำลายบรรยากาศและความสงบเงียบอย่างที่ธรรมชาติควรมี 

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนเดิม 

อย่างที่ทราบกันดีว่า ภูกระดึงมีอีกหนึ่งอาชีพหลักที่ช่วยแบ่งเบาภาระของทุกคนที่ไปยังยอดภูกระดึง นั่นคืออาชีพลูกหาบ ซึ่งเป็นอาชีพท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และรายได้หลักของหลายครอบครัว แม้จะมีข้อเสนอให้ปรับเปลี่ยนอาชีพ แต่ความมั่นคงในระยะยาวของกลุ่มนี้ยังคงมีคำถามว่าจะเหมือนเดิมต่อไปหรือไม่ อย่างไร 

รวมถึงการกระจายรายได้ แน่นอนว่านักท่องเที่ยวหลายคนต้องพักค้างแรมบนยอดภูกระดึงและใช้บริการร้านค้าตลอดการเดินทาง หากมีกระเช้าไฟฟ้า นักท่องเที่ยวอาจเลือกไปเช้าเย็นกลับ ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินสะพัดอยู่ในมือผู้ประกอบการรายใหญ่หรือตัวสถานีกระเช้ามากกว่ากระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยในชุมชน 

ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ 

งบประมาณมหาศาลที่ใช้ในการลงทุนก่อสร้างและค่าบำรุงรักษาในระยะยาวที่สูงมาก คำถามคือต้องใช้ระยะเวลากี่ปีถึงจะคืนทุน และหากงบประมาณบานปลายจะเป็นภาระภาษีหรือไม่ รวมถึงช่วงเวลาที่ต้องฤดูปิดเส้นทางเดินป่าเพื่อพักฟื้นธรรมชาติตลอดเวลา 4 เดือนต่อปี ในช่วงเวลานั้นกระเช้าไฟฟ้าจะไม่สามารถใช้งานได้แต่ยังคงมีค่าเสื่อมสภาพและค่าดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง 

ปัญหาด้านการจัดการบนยอดเขา 

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการจัดการขยะบนภูกระดึงเป็นเรื่องที่ยากอยู่แล้ว หากปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว อุทยานฯ จะมีการจัดการระบบสาธารณูปโภคบนยอดเขาอย่างไรให้ไม่ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและธรรมชาติ 

คำถามต่อมาบทบาทหน้าที่ของกรมอุทยานควรอยู่ตรงไหน? 

หากพิจารณาตามบทบาทหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งมีภารกิจหลักในการ ‘อนุรักษ์คุ้มครองและฟื้นฟู’ ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้คงความอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น การผลักดันโครงการกระเช้าไฟฟ้าจึงเกิดคำถามสำคัญว่า หน่วยงานที่เป็นผู้ดูแลพื้นที่กำลังทำหน้าที่สนับสนุนและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ แทนการศึกษาและตรวจสอบ จนละเลยบทบาทผู้ปกป้องระบบนิเวศที่เป็นหัวใจสำคัญของหน่วยงานหรือไม่ 

การสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จึงควรคำนึงถึงการรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการพัฒนา การพัฒนาภูกระดึงไม่ได้มีทางออกแค่การสร้างกระเช้าไฟฟ้า เราสามารถยกระดับการท่องเที่ยวได้ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การปรับปรุงเส้นทางเดินเท้าให้ดีขึ้น หากเรายังเดินหน้าแลกทรัพยากรที่เปราะบางความสะดวกชั่วคราว เราอาจได้การท่องเที่ยวที่ฉาบฉวยแต่ต้องสูญเสียเอกลักษณ์และระบบนิเวศของภูกระดึงไปตลอดกาล 

อ้างอิง

ผู้เขียน

+ posts

สาวแว่นทาสแมวที่ชอบบอกเล่าเรื่องราวผ่านลายเส้น มีธรรมชาติช่วยฮีลใจ และหลงใหลในพระจันทร์เสี้ยว