“ดูนกเขาดูกันอย่างไร”
คำถามนี้อาจฟังดูธรรมดา แต่สำหรับ ‘ชุติมา กิตติอภินันท์’ มันกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการมองโลกที่เปลี่ยนไป
ชุติมาเล่าเรื่องนี้บนเวที ‘มองโลกผ่านปีก’ ในงานรำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร โดยยอมรับตั้งแต่ต้นว่า เธอไม่ได้เป็นนักอนุรักษ์ ไม่ได้เรียนชีววิทยา และไม่ได้ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม เธอเป็นเพียงคนธรรมดาที่เคยมองนกเหมือนกับที่คนทั่วไปมอง นั่นคือเห็นนกอยู่บนต้นไม้ บนสายไฟ หรือบินผ่านไป แต่ไม่ได้รู้จักมันจริงๆ
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 2024 เมื่อชุติมาได้รู้จักกับคนที่ดูนกมานาน เธอถามว่า “ดูนกเขาดูกันอย่างไร” ก่อนขอให้อีกฝ่ายพาไปลองดูด้วยตัวเอง สถานที่แรกคือสวนเบญจสิริในกรุงเทพฯ
วันนั้นคนที่พาเธอดูชี้ขึ้นไปบนต้นไม้และบอกว่ามี ‘นกกินปลีอกเหลือง’ อยู่ด้านบน ชุติมามองตามอยู่นาน แต่เห็นเพียงต้นไม้ จนนกตัวนั้นบินออกไปแล้ว เธอก็ยังไม่เห็นมันอยู่ดี
แต่ระหว่างเดินต่อ เธอเริ่มได้รู้ว่านกที่เคยมองรวมๆ ว่าเป็น ‘นกเอี้ยง’ มีหลายชนิด นกเอี้ยงหงอนมีขนสีดำ ปากสีเหลือง และมีหงอนบนหัว ส่วนนกเอี้ยงสาริกามีขนสีน้ำตาลและแถบสีเหลืองบริเวณตา ความแตกต่างที่เคยมองไม่เห็นเริ่มปรากฏขึ้น เมื่อรู้จักชื่อและลักษณะของมันมากขึ้น
เธอได้เห็นนกเอี้ยงบินลงมาหาอาหารบนพื้น เห็นครอบครัวนกกางเขนบ้านที่มีพ่อแม่และลูกสามตัวกำลังหากิน และได้รู้จักนกอีกหลายชนิดที่ก่อนหน้านี้เธออาจมองผ่านไปโดยไม่รู้ว่ามันคืออะไร
วันนั้นเธอกลับบ้านพร้อมกับความรู้สึกว่าอยากออกไปดูนกอีก


หลังจากนั้นชุติมาเริ่มบันทึกการดูนกผ่าน eBird และเข้าร่วมกิจกรรม Bird Walk ของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทยที่สวนรถไฟ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เธอได้ลองใช้กล้องสองตาดูนก ภาพของนกที่เคยอยู่ไกลถูกดึงเข้ามาใกล้ขึ้น เธอเห็นรายละเอียดของสีขน เห็นแววตา และเห็นพฤติกรรมที่ไม่เคยสังเกตมาก่อน
จากความสนใจจึงค่อยๆ กลายเป็นความชอบ
และเมื่อดูมากขึ้น คำถามก็เพิ่มขึ้นตามมา เช่น มันกินอะไร ? ทำไมมันถึงมาอยู่ตรงนี้ ? หรือทำไมบริเวณนี้ถึงมีนกชนิดนี้เยอะ ?
คำถามเหล่านี้ทำให้ชุติมาเริ่มเข้าใจว่า การดูนกไม่ได้ทำให้เรารู้จักเพียงตัวนก แต่กำลังพาเราไปรู้จัก ‘บ้านของนก’ ด้วย
นกหนึ่งตัวต้องมีอาหาร มีต้นไม้ มีแหล่งน้ำ มีพื้นที่สำหรับพัก ทำรัง และเลี้ยงลูก เมื่อมองนกนานขึ้น สิ่งที่อยู่รอบตัวมันก็เริ่มชัดขึ้นตามไปด้วย จากนกหนึ่งตัวกลายเป็นต้นไม้ แมลง แหล่งน้ำ รัง และพื้นที่โดยรอบที่เชื่อมโยงกัน
การเห็นนกจึงกลายเป็นการเห็นความสัมพันธ์ของธรรมชาติ
ชุติมายกตัวอย่างง่ายๆ ว่า ถ้าเราเห็นนกเอี้ยงลงมาหาอาหาร สิ่งที่เห็นอาจเป็นเพียงนกหนึ่งตัว แต่ถ้าถามต่อว่าอาหารของมันคืออะไร ต้นไม้ที่มันอยู่คือต้นอะไร และมันกำลังหาอาหารให้ใคร ภาพที่เห็นจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ
“เวลาที่เราเห็นนกหนึ่งตัว จริงๆ แล้วเราอาจจะกำลังเห็นโลกทั้งโลกที่อยู่รอบนก”
ในทางกลับกัน หากนกที่เคยเห็นอยู่เป็นประจำหายไป คำถามก็อาจพาไปไกลกว่านั้น อาหารที่มันเคยกินยังมีอยู่หรือไม่ ต้นไม้ที่มันเคยเกาะยังอยู่หรือเปล่า หรือแหล่งน้ำในบริเวณนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
การดูนกเพียงครั้งเดียวอาจไม่สามารถบอกได้ว่าธรรมชาติกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไรทั้งหมด แต่การดูนกทำให้เรา ‘สังเกตมากขึ้น’ และเมื่อสังเกตมากขึ้น เราก็เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่อยู่รอบตัว
สิ่งหนึ่งที่ชุติมาพบจากการดูนกคือ ธรรมชาติไม่ได้อยู่ไกลจากชีวิตประจำวันของเรา
ธรรมชาติอยู่ในสวนสาธารณะที่เราไปวิ่ง อยู่บนต้นไม้ริมถนน อยู่บนสายไฟ และอยู่ตามแหล่งน้ำในเมือง หลายครั้งเราเดินผ่านพื้นที่เดิมทุกวัน แต่ไม่เคยเห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตอีกมากมายกำลังใช้พื้นที่เดียวกับเรา
“ปกติเราอยู่ในเมืองที่ทุกอย่างเคลื่อนที่เร็วไปหมดเลยใช่ไหม เราต้องรีบไปทำงาน เราต้องรีบกลับบ้าน เราต้องรีบกิน รีบเดินแต่ว่านกทำให้เรายืนอยู่ตรงนั้นนานขึ้น นกมันมาทำให้เราช้าลง เพราะว่านกไม่ได้สนใจว่าเรากำลังรีบอยู่หรือไม่ นกมันไม่ได้บินตามตารางชีวิตของเรา”
“นกมันทำให้เราได้ยืนอยู่ตรงที่เดิมนานขึ้น ได้มองต้นไม้ต้นเดิมนานขึ้น บางทีสิ่งที่เคยมองว่ามันไม่มีอะไรมันกลับมีอะไรเต็มไปหมดเลย”
เพราะบางทีเราอาจไม่ได้ขาดธรรมชาติ เราแค่มองไม่เห็นมัน


ประสบการณ์นี้ทำให้ชุติมาอยากเล่าเรื่องนกให้คนอื่นฟัง เธอจึงทำคอนเทนต์ผ่านช่อง ‘เห็นนกเป็นเรื่องใหญ่’ ทาง TikTok และ Instagram โดยตั้งใจทำพื้นที่สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำความรู้จักนกอย่างไร
เธอไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนจะต้องกลายเป็นนักดูนก หรือจำชื่อนกได้เป็นร้อยชนิด แต่อยากชวนให้เริ่มจากการไม่รู้เหมือนกับที่เธอเคยเป็น
เพราะเธอเองก็เคยเป็นคนที่เดินเข้าไปในสวนแล้วเห็นเพียงต้นไม้ ขณะที่มีใครอีกคนกำลังชี้ให้นกดูอยู่บนต้นไม้ต้นนั้น
วันนี้เธออยากเป็นคนที่ชี้ให้อีกคนเห็นบ้าง
“ช่องเห็นนกเป็นเรื่องใหญ่เกิดจากความไม่รู้ แล้วความไม่รู้ก็ทำให้เราอยากรู้ พอเราอยากรู้มันทำให้เราอยากออกไปดู แล้วการที่เราได้ออกไปดูมันทำให้เราได้เจอสิ่งใหม่ ไอ้สิ่งใหม่นั้นมันกลายเป็นความชอบเล็กๆ แล้วความชอบเล็กๆ มันก็ค่อยๆ พาเราไปไกลกว่าที่คิด”
สำหรับชุติมา ความหมายของการส่งต่อเรื่องนกไม่ได้อยู่ที่ยอดผู้ชม แต่เกิดขึ้นเมื่อมีใครสักคนบอกว่า หลังจากดูเรื่องที่เธอเล่าแล้วอยากลองออกไปดูนก หรือเดินผ่านต้นไม้แล้วเริ่มสังเกตเห็นนกที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เพราะนั่นคือสิ่งเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับเธอ
จากคนที่มองไม่เห็นนก มีใครคนหนึ่งชี้ให้เธอเห็น และจากนกหนึ่งตัว เธอค่อยๆ มองเห็นต้นไม้ แหล่งน้ำ อาหาร รัง และพื้นที่ที่นกใช้ชีวิต
เมื่อมาถึงคำถามสำคัญของเวที ‘มองโลกผ่านปีก’ ว่า เมื่อเราเริ่มมองนกมากขึ้น เราจะเห็นบ้านของมันอย่างไร และเมื่อบ้านของมันเปลี่ยนไป เราจะกลับมาเห็นบ้านของเราอย่างไร คำตอบของชุติมาไม่ได้ซับซ้อน
บ้านของนกกับบ้านของมนุษย์ไม่ได้แยกออกจากกัน
อากาศที่นกใช้หายใจเป็นอากาศเดียวกับเรา แหล่งน้ำที่นกใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบเดียวกับที่มนุษย์พึ่งพา ต้นไม้ที่เป็นที่อยู่อาศัยของนกก็เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่มนุษย์ใช้ชีวิต
เมื่อบ้านของนกเปลี่ยนไป สิ่งที่เปลี่ยนอาจไม่ใช่เรื่องของนกเพียงอย่างเดียว แต่มันกำลังบอกเราว่าพื้นที่ที่สิ่งมีชีวิตหลายชนิดใช้ร่วมกันกำลังเปลี่ยนแปลง
นี่อาจเป็นเหตุผลที่ชุติมาบอกว่า “เห็นนกเป็นเรื่องใหญ่” ไม่ใช่เพราะนกหนึ่งตัวสำคัญกว่าชีวิตอื่น แต่เพราะการมองเห็นนกหนึ่งตัว อาจทำให้เราเห็นความสัมพันธ์ของธรรมชาติที่อยู่รอบตัวมันทั้งหมด
และเมื่อพูดถึงการรักษาธรรมชาติ เธอมองว่าจุดเริ่มต้นอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เราต้องหยุดมองมันก่อน ทำความรู้จักกับมัน เมื่อรู้จักมากขึ้นก็เกิดความผูกพัน และเมื่อเกิดความผูกพัน เราจะเริ่มอยากดูแล
ในงานรำลึก 36 ปี สืบ นาคะเสถียร ซึ่งปีนี้พูดถึง HOME ป่าคือบ้านที่แท้จริงของทุกชีวิต เรื่องเล่าของชุติมาจึงพาแนวคิดเรื่อง ‘บ้าน’ ออกไปไกลกว่าผืนป่า
บ้านอาจเริ่มจากต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีนกเกาะอยู่ เริ่มจากนกหนึ่งตัวที่เราเพิ่งสังเกตเห็น หรือเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “นั่นคือนกอะไร”
เพราะเราไม่รู้หรอกว่าคำถามเล็กๆ หนึ่งคำถามจะพาเราไปไกลแค่ไหน
สำหรับชุติมา คำถามนั้นพาเธอจากสวนเบญจสิริในวันหนึ่ง มาถึงการมองเห็นบ้านของนก และท้ายที่สุดก็กลับมามองเห็นบ้านของมนุษย์ว่า แท้จริงแล้วมันคือบ้านหลังเดียวกัน
ผู้เขียน
ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม



