เวียงหนองหล่ม ในวันที่พื้นที่ชุ่มน้ำถูกลดความสำคัญ 

เวียงหนองหล่ม ในวันที่พื้นที่ชุ่มน้ำถูกลดความสำคัญ 

การพัฒนาส่วนใหญ่ของประเทศยังคงมาจากภาครัฐในลักษณะ top-down เสียงของภาครัฐยิ่งใหญ่ แต่เสียงของชุมชนกลับเบาลง เมื่อผู้มีอำนาจตัดสินใจไม่ได้เป็นผู้ประสบ การตัดสินใจบนพื้นฐานของความไม่เข้าใจ อาจส่งผลกระทบมากกว่าที่คิด ร่วมชวนหาคำตอบในเวทีเสวนา “เวียงหนองหล่ม ความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ”

พรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม กรมชลประทาน กล่าวว่า การขุดลอกในพื้นที่เวียงหนองหล่ม เพื่อตอบสนองความต้องการน้ำทางการเกษตรในพื้นที่ เป็นหนึ่งใน 5 ด้านภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งมีการขุดลอกทั้งหมด 8 ที่ โดยดำเนินการขุดและถมที่แล้วเสร็จแล้ว พร้อมยืนยันว่า พื้นที่ขุดไม่รบกวนพื้นที่หนองน้ำเดิมแน่นอน 

ในขณะที่ เมืองชื่น จินดาธรรม ผู้แทนชุมชนบ้านป่าสักหลวง กล่าวถึงความกังวลใจของชุมชน จากเดิมที่ชุมชนใช้ประโยชน์พื้นที่ในการเก็บผัก เลี้ยงควาย และจับสัตว์น้ำ แต่เมื่อมีการขุดและถมที่สูงเพิ่มขึ้นจากดินเดิม ทำให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยน เกิดการสโลปของดิน สัตว์น้ำพื้นถิ่นและพื้นที่ใช้ประโยชน์ลดลง พืช สัตว์ต่างถิ่นรุกราน กลายเป็นคำถามสำคัญ พื้นที่และวิถีชีวิตของชุมชนจะดำเนินต่อไปอย่างไร

นายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ และนักอนุรักษ์และสื่อสารเรื่องธรรมชาติ กล่าวเสริมถึงความพิเศษของเวียงหนองหล่ม ที่ไม่ใช่พื้นที่รกร้าง แต่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีป่าต้นอั้น มีนกและสัตว์น้ำสำคัญ เปรียบดังซูเปอร์มาเก็ตของชุมชน 

พื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นเสมือนฟองน้ำ คอยกักเก็บน้ำไว้ใต้ดิน และมีคุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพเช่นนี้ การจะกลายเป็นเพียงพื้นที่อ่างเก็บน้ำที่วัดที่ตัวเลขกักเก็บ คุ้มค่าแล้วจริงหรือ ?

“ปัญหาสำคัญ คือ คนมีอำนาจตัดสินใจไม่มีองค์ความรู้ ทำให้การจัดการไม่เหมาะสม” รศ.ดร.กิติเชษฐ์ ศรีดิษฐ นักพฤกษศาสตร์ นักวิชาการอิสระ อดีตอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าว 

หากไม่มีองค์ความรู้เลย ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือไม่ตรงจุด ดังเช่น วัตถุประสงค์การขุดลอกพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร แต่การขุดลอกพื้นที่ ทำให้บริเวณทุ่งหญ้าหายไป และดินแห้ง ส่งผลให้ระดับน้ำใต้ดินลดลง ปริมาณน้ำในพื้นที่ลดลง อีกทั้ง สภาพแวดล้อมเปลี่ยน ระบบนิเวศถูกรบกวน กระทบนิเวศบริการ และชนิดพันธุ์ในพื้นที่ 

ทั้งนี้ ในทางกฎหมาย และเชิงนโยบาย หาญณรงค์ เยาวเลิศ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะทำงานวิชาการพื้นที่ชุ่มน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า โดยปกติการขุดลอกพื้นที่ในลักษณะนี้ ไม่จำเป็นต้องมีการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จึงเสนอการผลักดันให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ประกาศว่า โครงการใดๆ ในพื้นที่ชุ่มน้ำ ต้องมีการทำ EIA ด้วย รวมถึงการทำมาสเตอร์แพลน แผนการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ และพ.ร.บ. พื้นที่ชุ่มน้ำ

บุญธิดา เปล่งแสง รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งควรต้องมีการบูรณาการ Thai Water Plan ให้หลายภาคส่วนทำงานร่วมกันในการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำของไทย

ปัจจุบัน เวียงหนองหล่มเดินทางมาถึงการเปลี่ยนแปลงแล้ว ความเสียหายของระบบนิเวศกำลังดำเนินอยู่ทุกขณะ แนวทางการฟื้นฟูเป็นสิ่งที่ต้องมองต่อไปในอนาคต

การสร้างองค์ความรู้และการตระหนักรู้เป็นโจทย์สำคัญ ทั้งต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจ เพื่อการจัดการที่เหมาะสม และชุมชนเพื่อปกป้องสิทธิของตน

อีกทั้ง ควรมีการถอดบทเรียน ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวในพื้นที่ชุ่มน้ำอื่นใดอีก รวมถึงการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานและการมีส่วนร่วมของชุมชนผู้ประสบ เพื่อนำไปสู่การจัดการและพัฒนาที่ตรงจุด

การพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การพัฒนาเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่คือการพัฒนาในทุกมิติพร้อมกันไปอย่างสมดุล

ผู้เขียน

+ posts

มนุษย์หมีแข็ง ช่างสังเกต ชอบมองท้องฟ้า ต้นไม้สีเขียว ฟังเพลงไปเรื่อย และถ่ายรูปทุกสิ่งอย่าง I can do this all day.