ทำไมถึงควรปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง

ทำไมถึงควรปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าร้อยละ 31.46 หรือ 101,785,271.58 ไร่ (พ.ศ. 2568) ข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่ทาให้พื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยลดลงอย่างมีนัยยะสาคัญ คือโครงการพัฒนาของภาครัฐที่มีการขอใช้พื้นที่ป่า 

ถึงแม้จะมีบทบัญญัติของกฎหมายในการคัดกรองกิจกรรมหรือโครงการที่จะถูกอนุมัติให้ดำเนินการได้ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้เป็นกฎหมายในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และให้ประเทศสามารถพัฒนาไปได้แบบมีดุลยภาพ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จัดทำมาตรการควบคุมให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด แต่บางโครงการกลับพบว่า กระบวนการศึกษาและพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเสียเองกลับถูกตั้งคาถามถึงความถูกต้อง เหมาะสม การมีส่วนร่วม และความโปร่งใส 

หลายครั้งโครงการที่ถูกตั้งคาถามหรือแม้กระทั่งมีการตรวจสอบจากภาคประชาชน/สังคม กลับยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้แบบผ่านฉลุย หรือบางโครงการอาจถูกคัดค้านจนต้องยุติโครงการไปชั่วคราวเพื่อรอเวลานากลับมาปัดฝุ่นใหม่ 

กระบวนการศึกษา รวมถึงการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในปัจจุบัน เปรียบเสมือนใบเบิกทางให้โครงการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ป่ากลับผ่านไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแม้จะมีเสียงคัดค้านหรือข้อกังขาเพียงใดก็ตาม

ยิ่งไปกว่านั้น สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สานักงาน ป.ป.ช.) ได้จัดทำข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตในกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) ส่งถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 โดยมีใจความสาคัญระบุว่า 

“เนื่องจากพบปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินโครงการฯ ที่เข้าข่ายต้องจัดทำ EIA/EHIA เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจสอบกลั่นกรองโครงการ โดยปรากฏกรณีที่หน่วยงานของรัฐและเอกชน ดำเนินโครงการฯ โดยไม่ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด การอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย หรือติดสินบนเจ้าาหน้าที่ของรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการดังกล่าว รวมทั้งพบปัญหาในขั้นตอนการจัดทำรายงานฯ ทั้งในโครงการของรัฐและเอกชน ซึ่งผู้รับผิดชอบกำรจัดทำรายงานฯ อาจมิได้จัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้มีส่วนได้เสียอย่างแท้จริง หรือมีการจัดทำข้อมูลในรายงานฯ อันเป็นเท็จ หรือไม่มีมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่เหมาะสม

อีกทั้ง พบปัญหาในขั้นตอนการพิจารณารายงาน EIA หรือ EHIA ในประเด็นเกี่ยวกับด้านประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีการใช้อำนาจหรือดุลพินิจที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ดำเนินโครงการ ปัญหาการวิ่งเต้นติดสินบนเพื่อให้รายงานฯ ผ่านความเห็นชอบ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุล และไม่มีการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนทราบอย่างเพียงพอ 

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเกี่ยวกับการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในรายงาน EIA หรือ EHIA ซึ่งยังขาดการดำเนินงานมีประสิทธิภำพและประสิทธิผล”

ดังนั้น หากรัฐยังคงเลือกพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศและพื้นที่ป่าไม้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้กระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อให้ครบถ้วนตามกรอบกฎหมาย รวมถึงการไม่มีมาตรการในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่สามารถปฏิบัติได้จริง จะไม่มีทางที่ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการมีพื้นที่ป่าร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศและไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ได้ให้สัตยาบันไว้ในเวทีระดับโลกได้อย่างแน่นอน

ชวนติดตามซีรีส์ ทำไมถึงควรปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และกฎหมายที่เกี่ยวเนื่อง ที่นี่ เร็วๆ นี้

ผู้เขียน

+ posts

ตำแหน่ง หมาเฝ้าป่า ผู้มีความหลงใหลในโลกใบจิ๋วของพืชและสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย มีความสุขกับการปั่นจักรยาน ทำขนมปัง และชอบใช้ของมือสอง