ขยายภารกิจ 6 ปี ฟื้นนักกำจัดซากแห่งห้วยขาแข้งกลับคืนธรรมชาติ
ความพยายามนำ ‘พญาแร้ง’ กลับคืนสู่ผืนป่าไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญอีกครั้ง หลังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อนุมัติเดินหน้า โครงการฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทย เพื่อเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูประชากรแร้งในพื้นที่ธรรมชาติ ระยะที่ 2 ครอบคลุมการดำเนินงานระหว่างปี 2569 – 2574 และยังคงมีเป้าหมายชัดเจนในการผลักดันให้พญาแร้งกลับไปบินเหนือผืนป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่–ห้วยขาแข้งอีกครั้ง หลังจากหายไปจากธรรมชาติมานานกว่า 30 ปี
โครงการพญาแร้งคืนถิ่น (ชื่อย่อ) เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ร่วมกันทำงานทั้งด้านการเพาะขยายพันธุ์ การเตรียมพื้นที่ปล่อย การติดตามประชากร และสร้างความเข้าใจกับชุมชนโดยรอบพื้นที่อนุรักษ์
สำหรับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร บทบาทสำคัญอยู่ที่การสนับสนุนงานภาคสนาม การสื่อสารสาธารณะ และการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครอนุรักษ์ เพื่อฟื้นคืนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับระบบนิเวศของผืนป่ามรดกโลก

ปัจจุบันโครงการมีพญาแร้งในระบบเพาะเลี้ยงจำนวน 8 ตัว โดยผลการดำเนินที่ผ่านมาสามารถเพาะขยายพันธุ์ลูกพญาแร้งได้จำนวน 3 ตัว ซึ่งเป็นฐานประชากรสำคัญสำหรับการขยายพันธุ์ในอนาคต โดยตั้งเป้าเพิ่มประชากรอย่างน้อยปีละ 1 – 2 ตัว ก่อนนำไปสู่การปล่อยคืนธรรมชาติใ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ติดตามสัญญาณ GPS และรหัสแถบสี (Wing Tags) เพื่อเฝ้าติดตามการเคลื่อนที่ การปรับตัว และอัตราการรอดชีวิตหลังปล่อย ผ่านวิธีปล่อยแบบ ‘สมัครใจ’ เปิดกรงในพื้นที่ธรรมชาติ ให้พญาแร้งค่อยๆ ออกสำรวจพื้นที่ด้วยตนเอง พร้อมจัดแหล่งอาหารสำรองในระยะเปลี่ยนผ่าน

สำหรับหัวใจสำคัญของโครงการในระยะที่ 2 คือการจัดตั้ง Vulture Safe Zones (VSZ) หรือ ‘เขตปลอดภัยสำหรับแร้ง’ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพื่อปกป้องประชากรแร้งจากสารอันตรายและมั่นใจว่าพญาแร้งจะอยู่รอดในการอนุรักษ์
พื้นที่ดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นฐานรองรับประชากรพญาแร้งที่ถูกปล่อยคืนธรรมชาติ และเป็นโมเดลต้นแบบให้กับการฟื้นฟูในอนาคต
นอกจากงานเพาะเลี้ยงและการศึกษาข้อมูล โครงการยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารสาธารณะอย่างมาก ทั้งการผลิตสื่อออนไลน์ กิจกรรมเยาวชน การสร้างเครือข่ายอาสาสมัคร และการระดมทุนผ่าน ‘กองทุนพญาแร้งคืนถิ่น’
เพราะการคืนพญาแร้งให้ผืนป่า จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากสังคมยังมองแร้งเป็นเพียงสัตว์อัปมงคล มากกว่าจะเห็นคุณค่าของมันในฐานะผู้พิทักษ์ความสะอาดของธรรมชาติ
โดย ‘พญาแร้ง’ จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและอยู่ในสถานะ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งในระดับโลก มีบทบาทสำคัญในฐานะ ‘นักกำจัดซาก’ ให้กับระบบนิเวศ ที่ช่วยกำจัดซากสัตว์อย่างรวดเร็ว ลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค และรักษาสมดุลของห่วงโซ่อาหาร
และหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน อีกไม่กี่ปีจากนี้ ท้องฟ้าเหนือห้วยขาแข้งอาจได้ต้อนรับเงาปีกสีดำของพญาแร้งกลับมาโฉบวนอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นภาพที่ธรรมชาติไทยรอคอยมานานกว่าสามทศวรรษ




