ขอให้ยุติโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเวียงหนองหล่ม จังหวัดเชียงราย โดยด่วน

ขอให้ยุติโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเวียงหนองหล่ม จังหวัดเชียงราย โดยด่วน

“เวียงหนองหล่ม” เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาด 14,091 ไร่ ตั้งอยู่ในแอ่งเชียงแสน ซึ่งได้รับการบันทึกว่ามีความสำคัญในระดับนานาชาติของประเทศไทย (An Inventory of Wetlands of International and National Importance in Thailand, พ.ศ. 2545) และอยู่ในลุ่มน้ำเดียวกับหนองบงคาย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) แล้ว 

พื้นที่เวียงหนองหล่มมีคุณค่าอย่างยิ่งทั้งในมิติทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และระบบนิเวศ โดยเป็นที่ตั้งของโบราณสถาน จำนวน 53 แห่ง ในเขตเมืองโบราณโยนกนคร โยนกนาคพันธุ์ และสิงหนวัตินคร รวมทั้งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีระบบนิเวศเฉพาะตัว เป็นถิ่นอาศัยของพืชอย่างน้อย 286 ชนิด ปลา 143 ชนิด และนกไม่น้อยกว่า 200 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 9 ชนิดที่อยู่ในสถานะถูกคุกคาม รวมถึงนกแสกทุ่ง ซึ่งมีข้อมูลทางวิชาการระบุว่า พื้นที่เวียงหนองหล่มอาจเป็นถิ่นอาศัยที่เหมาะสมแห่งสุดท้ายของชนิดพันธุ์ดังกล่าวในประเทศไทย 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พื้นที่เวียงหนองหล่มกำลังถูกทำลายอย่างรุนแรง จากการขุดลอกโดยกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้โครงการ “จัดทำแผนหลักการพัฒนาและฟื้นฟูเวียงหนองหล่ม จังหวัดเชียงราย” ซึ่งดำเนินการร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ตามแผนพัฒนา 5 ด้าน งบประมาณ 3,880.85 ล้านบาท มีเป้าหมายเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำ 24.22 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยขุดลอกตะกอนดินพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่ รวม 10.437 ล้านลูกบาศก์เมตร 

กิจกรรมดังกล่าวเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ของเมืองโบราณ และทำลายระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างร้ายแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อหนองบงคาย ซึ่งเป็นพื้นที่แรมซาร์ไซต์ที่ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำเดียวกันในระยะยาว 

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 พบว่าโครงการขุดลอกยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องและเร่งรัดให้แล้วเสร็จตามกำหนด โดยยังเหลืองานขุดลอกตามงบประมาณปี พ.ศ. 2569 อีกประมาณ 300,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากดำเนินการต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรมอย่างไม่อาจย้อนคืนได้

ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายนักอนุรักษ์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยาสัตว์น้ำ สัตวแพทย์ นักพฤกษศาสตร์ นักภูมินิเวศ ภูมิสถาปนิก สถาปนิกชุมชน และนักโบราณคดี ร่วมกับองค์กรอิสระด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากท่านโปรดพิจารณา ยุติการดำเนินโครงการดังกล่าวโดยด่วน และขอให้กรมชลประทานจัดให้มีการหารืออย่างเป็นทางการกับกลุ่มนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันพิจารณาทางเลือกในการบริหารจัดการพื้นที่ที่เหมาะสม สอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์ และยั่งยืนในระยะยาว 

ขอแสดงความขอบคุณและนับถืออย่างสูง

การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยทบทวนและป้องกันความเสียหายต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีคุณค่าอย่างยิ่งแห่งนี้ และอาจป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่ชุ่มน้ำอื่นๆ ในประเทศไทยในอนาคตได้ 

จดหมาย ขอให้ยุติโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเวียงหนองหล่ม จังหวัดเชียงราย ดยด่วน นำส่งถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ อธิบดีกรมชลประทาน ลงวันที่ 28 มกราคม 2569 โดย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา

และองค์กรเครือข่ายอนุรักษ์ กลุ่มรักษ์เขาใหญ่ รักษ์คลองมะเดื่อ มูลนิธิโลกสีเขียว มูลนิธิรักษ์ไม้ใหญ่ สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย สมาคมเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเทือกเขาเพชรบูรณ์ (สอพ.) สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและสาธารณะ (สปส.) สมาคมนิเวศยั่งยืน สยามเอ็นสิส Thai Climate Justice for All หน่วยปฏิบัติการวิจัยการวางแผนภูมิทัศน์เชิงสุขภาวะและชีวะสัมพันธ์ หน่วยวิจัยนกนักล่า และเวชศาสตร์อนุรักษ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลุ่มใบไม้ มิตรรักบางปะกง กลุ่มรักษ์เชียงของ ทุ่งน้ำนูนีนอย บริษัท เดอะ เน็กซ์ ฟอเร็ซ จำกัด บริษัท รีฟีลด์ แล็บ จำกัด บริษัท วี ไวล์ดดิ้ง จำกัด บริษัท โปรเกรสชั่นทรีส จำกัด บริษัท ไอแอลไอ จำกัด ฟาร์มทูทรัคไทยแลนด์ บริษัท จีอินซี จำกัด สกายการ์เด้นบูลด๊อก บ้านสวนอิงอาศัย

ภาพเปิดเรื่อง ดร.ชวลิต วิทยานนท์