มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกจากนักวิชาการ องค์กรเเละนักกิจกรรมทางสิ่งเเวดล้อม เเละภาคประชาชน ถึงคุณอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร – ระนอง
จดหมายเปิดผนึกจากนักวิชาการ องค์กรเเละนักกิจกรรมทางสิ่งเเวดล้อม เเละภาคประชาชน ถึงคุณอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี
ตามที่รัฐบาลได้ประกาศเร่งผลักดันโครงการเเลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง รวมถึงการเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้(SEC) เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเเละคมนาคม รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น
บรรดานักวิชาการ องค์กรเเละนักกิจกรรมสิ่งเเวดล้อม รวมถึงประชาชน ซึ่งได้ติดตามโครงการเเลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง มาโดยตลอด พบปัญหาเเละความบกพร่องในการศึกษารายงานความเหมาะสมเเละความคุ้มค่า รวมถึงรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละสุขภาพ(EHIA) ในโครงการพัฒนาท่าเรือเเหลมริ่ว จังหวัดชุมพร เเละโครงการพัฒนาท่าเรือเเหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง ดังนี้
1. ความไม่เหมาะสมเเละความคุ้มค่า พบว่า รายงานการศึกษาความเหมาะสมเเลความคุ้มค่าโดย สภาพัฒนาเศรษฐกิจเเละสังคมเเห่งชาติ กับ สำนักงานนโยบายเเละเเผนการขนส่งเเละจราจร(สนข) ในฐานะเจ้าของโครงการนั้น ไม่สอดคล้องกัน โดยรายงานของ สภาพัฒนาเศรษฐกิจเเละสังคมเเห่งชาติ ระบุว่าการลงทุนในโครงการดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมเเละไม่มีความคุ้มค่าในฐานเศรษฐศาสตร์ในการลงทุน
2. การศึกษาไม่ครอบคลุมผลกระทบทางสิ่งเเวดล้อม โครงการเเลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่กระทบต่อวิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อมในวงกว้าง เเต่การศึกษาโครงการกลับเเยกส่วนการศึกษาตามโครงการ เเละกำหนดขอบเขตการศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมในเเต่ละโครงการ/กิจการ เพียง 5 กิโลเมตร ซึ่งมิอาจครอบคลุมผลกระทบทางสิ่งเเวดล้อมเเละวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยรอบได้จริง เมื่อการศึกษาไม่ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบหรือสิ่งเเวดล้อมที่จะกระทบจากการดำเนินโครงการย่อมมิอาจสะท้อนความเสียหายเเละผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากโครงการได้
3. ความบกพร่องในการศึกษา ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละสุขภาพ(EHIA) โครงการท่าเรือน้ำลึกเเหลมริ่ว เเละท่าเรือน้ำลึกเเหลมอ่าวอ่าง พบว่า มีข้อบกพร่องเเละความคลาดเคลื่อนของข้อมูลจากความเป็นจริงหลายประการ อาทิ จำนวนเเละชนิดของสัตว์หน้าดินที่ต่ำกว่าความเป็นจริงไม่สอดคล้องกับรายงานการศึกษาในอดีตที่ผ่านมา จำนวนบุคคลากรทางการเเพทย์มีมากผิดปกติในโรงพยาบาบประจำอำเภอ การขาดการศึกษาเเละประเมินสถานการณ์ หรือเหตุการณ์สำคัญที่อาจมีผลกระทบกับโครงการ เช่น เเผ่นดินไหว น้ำมันรั่ว ไฟไหม้ เป็นต้น ทั้งหมดนี่คือความบกพร่องของรายการการศึกษาเเละประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล้อมที่ต้องกลับไปทบทวนเเละทำการศึกษาใหม่
4. การขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน การรับฟังความคิดเห็นของโครงการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเเท้จริง มีเพียงกลุ่มข้าราชการ เเละหน่วยงานที่เป็นสัดส่วนหลักในการเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร ผลกระทบของโครงการอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ไม่สามาถที่จะมีส่วนร่วมในการเสนอเเนะให้ความเห็นต่อผลกระทบ ความห่วงกังวลที่จะเกิดขึ้นจากโครงการได้
5.การพัฒนาที่ขัดเเย้งกับกับสภาพพื้นที่ ระบบนิเวศ สภาพพื้นที่ของจังหวัดระนอง เเละจังหวัดชุมพร ซึ่งมีฐานทรัพยากรที่สมบูรณ์ มีระบบนิเวศที่หลากหลาย ถูกเสนอขึ้นทะเบียนให้อยู่ในบัญชีรายชื่อพื้นที่ที่จะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งโครงการเเลนด์บริดจ์นั้นขัดเเย้งเเละไม่สอดคล้องกับทิศทางเเละศักยภาพของพื้นที่อย่างชัดเจน
ทั้งห้าประเด็น คือ สาระสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการศึกษาเเละจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งเเวดล่อมเเละสุขภาพ(EHIA) เพื่อการขับเคลื่อนเเละผลักดันโครงการเเลนด์บริดจ์ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดนั้นมีปัญหาเเละมีความบกพร่องอย่างร้ายเเรง
ที่ผ่านมาภาคประชาชน นักวิชาการพยามท้วงติงเเละมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรายงานการศึกษาผลกระทบส่ิงเเวดล้อมเเละสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เเต่สำนักนโยบายเเละเเผนการขนส่งเเละจราจร(สนข) เเละ สำนักงานนโยบายเเละเเผนทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม(สผ) ได้ปฏิเสธการเปิดเผยรายงาน EHIA ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำชาญการ โดยให้เหตุผลในการปกปิดรายงานถึงเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เเละจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ เเละก่อให้เกิดความเป็นธรรม จึงปฏิเสธการเปิดเผยรายงานต่อสาธารณะ ซึ่งการกล่าวอ้างหลักกฎหมายที่เลื่อนลอยไม่มีเหตุผลเช่นนี้ ย่อมทำให้กระบวนการในการพิจารณารายงานมีความไม่โปร่งใส ขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เเละย่อมสะท้อนความไม่จริงใจ เเละความไม่โปร่งใสในการดำเนินโครงการ
นักวิชาการ องค์กรทางสิ่งเเวดล้อม นักกิจกรรม เเละภาคประชาชน 112 รายชื่อที่ได้ลงนามในจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ ขอเรียกร้องไปยังคุณอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เเสดงความจริงใจเเละความโปร่งใสต่อการผลักดันโครงการนี้ โดยการเปิดเผยรายงาน EHIA ทุกฉบับ ต่อสาธารณะเพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการได้รับรู้ ได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบรวมกัน รวมถึงขอให้รัฐบาลทบทวนเเละชะลอกระบวนการผลักดันโครงการเนื้่องด้วยเหตุผลทางวิชาการที่สำคัญว่า การกระบวนการศึกษาโครงการนั้นมีความบกพร่อง คลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงอย่างยิ่ง จนไม่อาจที่จะนำรายงานการศึกษาความเหมาะสม เเละรายงาน EHIA ไปใช้ในการเร่งรัดผลักดันโครงการได้
ทั้งนี้พวกเรามิได้ปฏิเสธการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เเต่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยจำเป็นต้องคำนึงระบบนิเวศ คุณภาพชีวิตของประชาชน เเละทำให้คนทุกกลุ่มได้รับประโยชน์จากการพัฒนานั้นอย่างเท่าเทียมเเละเป็นธรรม
ลงวันที่ 10 เมษายน 2569



