พลาสติกส่วนใหญ่ที่กองพะเนินอยู่บนโลกใบนี้ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ในกระบวนการสกัดวัตถุดิบ การกลั่น และการผลิตเม็ดพลาสติก ล้วนใช้พลังงานและปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมาก
โดยผลิตภัณฑ์จากพลาสติกที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับผู้บริโภค มีส่วนต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกประมาณ 4.5 เปอร์เซ็นต์ และอาจเพิ่ม 4 เท่าภายในปี ค.ศ. 2050 หากยังคงรูปแบบการผลิตและบริโภคแบบเดิม
ซึ่งหากนับจากวันแรกที่มนุษยชาติเริ่มผลิตพลาสติก ปัจจุบันโลกแบกรับพลาสติกไว้มาก 8,300 ล้านตัน แต่มีเพียง 9 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล ส่วนที่เหลือจำนวนมากถูกทิ้งหรือสะสมในสิ่งแวดล้อม
ในบางกรณีพลาสติกถูกเผาเพื่อกำจัดหรือใช้ผลิตพลังงาน แต่กระบวนการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ จำนวนมาก เช่น การเผาพลาสติกอาจปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ยราว 3 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อพลาสติก 1 ตัน
นั่นเท่ากับว่า การจัดการขยะพลาสติกมีส่วนเร่งเร้าให้วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้รับผลกระทบรุนแรงยิ่งขึ้น
การแยกขยะ จุดเล็กๆ ที่กำหนดชะตาพลาสติกทั้งระบบ
ในระบบจัดการขยะสมัยใหม่ คำว่า ‘รีไซเคิล’ มักถูกพูดถึงบ่อยๆ แต่ความจริงที่สำคัญคือ การรีไซเคิลจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากขยะไม่ได้ถูกแยกตั้งแต่ต้นทาง
พลาสติกที่ถูกทิ้งรวมกับเศษอาหารหรือขยะเปียกมักปนเปื้อนจนไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ผลลัพธ์คือต้องถูกฝังกลบหรือเผาแทน
แต่หากมีการแยกตั้งแต่ครัวเรือนหรือชุมชน พลาสติกสามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
งานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการพลาสติกในประเทศไทยพบว่า การแยกขยะตั้งแต่ต้นทางสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิลได้หลายเท่า และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ
ในกรณีศึกษาหนึ่ง การปรับระบบให้มีการแยกพลาสติกตั้งแต่ต้นทางสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการรีไซเคิลได้กว่า 3 เท่า และลดการปล่อยคาร์บอนจากระบบจัดการขยะได้หลายพันตันต่อปี
นั่นหมายความว่า ถังขยะที่บ้านหรือที่ทำงาน อาจเป็นจุดเริ่มต้นการตัดสินชะตาของพลาสติกชิ้นหนึ่ง ว่าจะกลายเป็นวัตถุดิบใหม่ หรือกลายเป็นควันคาร์บอนในอากาศ
รีไซเคิลพลาสติก ลดพลังงาน ลดคาร์บอน
เหตุผลที่การรีไซเคิลช่วยลดคาร์บอนได้มาก เพราะเป็นขั้นตอนลดความจำเป็นในการผลิตพลาสติกใหม่จากน้ำมัน
การรีไซเคิลพลาสติก 1 ตันสามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 5,774 กิโลวัตต์ชั่วโมง และลดการใช้น้ำมันดิบกว่า 16 บาร์เรล
ในหลายกรณี ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิลยังปล่อยคาร์บอนฯ น้อยกว่าการผลิตจากวัตถุดิบใหม่อย่างมาก เช่น ขวดพลาสติกที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลอาจปล่อยคาร์บอนฯ น้อยลงถึง ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการผลิตจากพลาสติกใหม่
รายงานด้านสิ่งแวดล้อมยังชี้ว่า การรีไซเคิลพลาสติกสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 30–80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการผลิตพลาสติกใหม่
และหากขยะพลาสติกที่ถูกจัดการอย่างผิดวิธีในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลทั้งหมด ภูมิภาคนี้อาจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 229 ล้านตัน CO₂ เทียบเท่า ภายในปี 2030
การแยกขยะไม่ใช่เรื่องเล็กในระบบใหญ่
อย่างไรก็ดี แม้จะมีการจัดการแยกขยะพลาสติกในบ้านหรือในที่ทำงาน แต่นั่นเป็นเพียงส่วนน้อยนิด ปัญหาขยะพลาสติกต้องมองไปถึงโครงสร้างเศรษฐกิจและระบบจัดการทรัพยากรในภาพกว้าง
ในระบบเศรษฐกิจแบบที่เราคุ้นเคยกับวงจรการผลิตวัตถุดิบ นำมาใช้เสร็จแล้วทิ้ง ถือเป็นความล้าหลังและสุ่มเสี่ยงต่อการทำร้ายโลก จำเป็นต้องเปลี่ยนมุมใหม่ หันมามองในรูปแบบ ‘เศรษฐกิจหมุนเวียน’ (circular economy)
กล่าวคือ เป็นการนำทรัพยากรกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ลดพลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอน
การแก้ปัญหาอาจต้องเริ่มจากการปรับระบบระดับใหญ่ ทั้งการออกแบบบรรจุภัณฑ์ นโยบายภาครัฐ และโครงสร้างอุตสาหกรรม
แต่ในเวลาเดียวกัน ระบบทั้งหมดยังต้องพึ่งพาจุดเริ่มต้นเล็กๆ อย่างเช่น การมีถังขยะสองใบในบ้าน การล้างกล่องอาหารก่อนทิ้ง หรือการแยกขวดพลาสติกออกจากเศษอาหาร
หรือการเริ่มในระดับชุมชน เช่น การสร้างธนาคารขยะระดับชุมชน หรือในสถานการศึกษา
แม้เป็นจุดที่ไม่ใหญ่มาก แต่สิ่งเล็กๆ เหล่านี้มีส่วนต่อการพาพลาสติกไปสู่เส้นทางใหม่ แปรเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากร และเป็นสาส์นตั้งต้นในการลดก๊าซคาร์บอนฯ เพื่อสู้กับวิกฤตโลกรวน
บางครั้ง การเปลี่ยนระบบใหญ่ของโลก อาจเริ่มต้นจากการแยกขยะเพียงชิ้นเดียวในมือเรา
ในปี 2569 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้จัดทำโครงการชุมชนแม่เปินคาร์บอนต่ำ (Mae Poen Low Carbon) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ และโรงเรียนอนุบาลแม่เปิน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานจากธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด และได้มีการทำบันทึกตกลงความร่วมมือทางการดำเนินโครงการไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ และมีผลิตภาพ และการมีงานที่สมควรสำหรับทุกคน
8.3 ส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่สนับสนุนกิจกรรมที่มีผลิตภาพ การสร้างงานที่สมควร ความเป็นผู้ประกอบการ ความสร้างสรรค์และนวัฒกรรม และส่งเสริมการเกิดและการเติบโตของวิสาหกิจรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ซึ่งรวมถึงผ่านทางการเข้าถึงบริการทางการเงิน
เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
12.5 ลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกัน การลดปริมาณ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ภายในปี 2573
12.8 สร้างหลักประกันว่าประชาชนในทุกแห่งมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องและความตระหนักถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนและวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ภายในปี 2573
เป้าหมายที่ 13 ปฎิบัติการอย่างเร่งด่วยเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น
13.3 พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า
อ้างอิง
- Enhancing circular plastic waste management: Reducing GHG emissions and increasing economic value in Rayong province, Thailand
- Recycling is the Key to Reducing Plastic’s Huge Carbon Footprint
- How does recycling plastic help the environment?
ผู้เขียน
ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม



