วันที่ 19 และ 23 กุมภาพันธ์ 2569 มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเข้าร่วมประชุมปฐมนิเทศโครงการจัดทำรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) และแผนการจัดการแหล่งมรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น – เขาใหญ่ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง ได้แก่ พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ด้านทิศเหนือ ทิศตะวันตก และทิศใต้) และอุทยานแห่งชาติทับลาน (ด้านทิศตะวันตก และทิศใต้) เวทีครั้งนี้เป็นเวทีที่ 2 และ 3 เพื่อรับฟังข้อมูลเบื้องต้น ความสำคัญของ SEA และข้อมูลเชิงพื้นที่จากภาคส่วนต่าง ๆ

SEA คืออะไร และทำไมจึงสำคัญกับมรดกโลก?
การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) คือ กระบวนการ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการวางแผน โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เข้าใจ SEA เครื่องมือตัดสินใจระดับชาติ ทำไม ‘จะนะ-เขาใหญ่-ภูกระดึง’ ถึงต้องใช้มากกว่าแค่ EIA?)
สำหรับพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของประเทศไทย ด้วยคุณสมบัติของการมีคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value: OUV) เนื่องจากพื้นที่มีความสำคัญสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นถิ่นอาศัยของชนิดพันธุ์พืช และชนิดพันธุ์สัตว์ที่มีคุณค่า และเป็นพื้นที่ที่โดดเด่นด้านการเป็นนิเวศบริการ
ดังนั้นการจัดทำ SEA จึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะมรดกโลกไม่ได้ประเมินเพียง “คุณค่าทั่วไป” แต่พิจารณาว่า
- แผนหรือทางเลือกนั้น ๆ สามารถรักษา OUV และความครบถ้วนสมบูรณ์ (Integrity) ของพื้นที่ได้หรือไม่
- แนวทางของ IUCN ยังแนะนำให้บูรณาการแหล่งมรดกโลกเข้าไว้ในกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อม รวมถึง SEA ตั้งแต่ระดับนโยบาย ไม่ใช่รอให้ถึงขั้นโครงการ
SEA ช่วยตอบโจทย์มรดกโลกอย่างไร?
- มองผลกระทบเชิงระบบและเชิงสะสม (cumulative impacts)
- เปรียบเทียบทางเลือก “ทำ / ไม่ทำ”
- กำหนดมาตรการเชิงพื้นที่และเชิงนโยบาย
- เชื่อมโยงกับระบบติดตามสถานภาพ OUV
ในขั้นต้น เพื่อให้การจัดทำรายงานดังกล่าว สามารถตอบโจทย์พื้นที่ และนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง รวมถึงเป็นการให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โครงการฯ จึงได้จัดให้มีการแลกเปลี่ยนประเด็นเชิงพื้นที่ ทั้งประเด็นด้านคุณค่าความสำคัญ และระดับความเสี่ยงของคุณค่า
ประเด็นความเสี่ยงในพื้นที่ที่ต้องศึกษาอย่างรอบด้าน
โดยที่ประชุมให้ความสำคัญกับปัญหาความขัดแย้งคน-สัตว์ป่า การดำเนินกิจกรรมของมนุษย์ที่กระทบสัตว์ป่า เช่น การบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อขยายพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นการบุกรุกพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่า และการตัดถนนผ่านที่กระทบต่อการย้ายถิ่นและการหาอาหารของสัตว์ป่า การเกิดอุบัติเหตุกับสัตว์ป่า
ปัญหาอ่างเก็บน้ำที่มีมากขึ้น แต่ยังไม่มีระบบชลประทานรองรับมากพอ ทำให้ปัญหาการขาดแคลนน้ำของชุมชนรอบข้างยังคงมีอยู่ รวมถึงการมีแผนการสร้างอ่างเก็บน้ำในป่าอนุรักษ์ ทำให้พื้นที่ป่าลดลง และป่าต้นน้ำมีความอุดมสมบูรณ์น้อยลง ปัญหาไฟป่า/การเผาในที่โล่ง ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ปัญหาน้ำเสีย/มลพิษจากการท่องเที่ยวและการมีสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้น รวมถึงกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ทั้งลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ ล้วนเป็นปัญหาที่มีความเสี่ยงสูงต่อคุณค่าของพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ นำไปสู่การลดลงของความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่า
เสียงสะท้อนในเวทีประชุมจากประเด็นความเสี่ยง
เวที 2 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ด้านทิศตะวันตก และทิศใต้) และอุทยานแห่งชาติทับลาน (ด้านทิศใต้)
- ความขัดแย้งคน-สัตว์ป่า : มีการบุกรุกพื้นที่อุทยานเพื่อการเกษตรและปศุสัตว์ ทำให้พื้นที่เดิมที่เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหายไป เมื่อสัตว์ป่าออกหากินปกติ กลายเป็นการทำลายพื้นที่เกษตรของชุมชน
- การขาดแคลนน้ำ : ในหลายพื้นที่ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เนื่องจากระบบการบริหารจัดการน้ำไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้น้ำยังคงไม่เพียงพอ และเกิดการแย่งชิงน้ำ
- การไม่มีระเบียบแบบแผนในการกำกับดูแลการทำเกษตรและปศุสัตว์ เกิดการลักลอบเผาเพื่อการเกษตร น้ำเสียจากการทำปศุสัตว์ เกิดโรคระบาดสัตว์
- การตัดถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุกับสัตว์ป่าเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีแนว corridor น้อยเกินไป และกระทบต่อการย้ายถิ่นและการหาอาหารของสัตว์ป่า
- Climate change สภาพภูมิอากาศเปลี่ยน สภาพแหล่งน้ำเปลี่ยน สภาพป่าเปลี่ยน


เวที 3 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ด้านทิศเหนือ) และอุทยานแห่งชาติทับลาน (ด้านทิศตะวันตก)
- การเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวส่งผลเกิดมลพิษด้านน้ำและขยะ
- ความขัดแย้งคน–สัตว์ป่า : ปัญหาสัตว์ป่าออกมานอกพื้นที่อนุรักษ์ ทำลายพืชผลทางการเกษตร และทรัพย์สินของประชาชน จำนวนสัตว์ป่าบางชนิดเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อความถี่ของเหตุการณ์
- การบุกรุกและการเก็งกำไรที่ดิน : ราคาที่ดินสูงขึ้นตามกระแสท่องเที่ยว การบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อสร้างรีสอร์ทหรือสิ่งปลูกสร้าง การออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ แล้วขายต่อให้นายทุน โดยอ้างการพัฒนาการท่องเที่ยว
- การใช้แผนที่คนละฉบับของหน่วยงานภาครัฐ : ข้อมูลแนวเขตไม่สอดคล้องกัน สร้างความสับสนในการบังคับใช้กฎหมาย จนส่งผลต่อข้อพิพาทด้านที่ดินและการจัดการพื้นที่
ทั้งนี้การสะท้อนปัญหาจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ นักวิชาการ ภาคประชาชน และชุมชนท้องถิ่น จะเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการ SEA เพื่อให้รายงานตอบโจทย์สภาพปัญหาจริง นำไปใช้ได้จริงในเชิงนโยบาย รักษาคุณค่า OUV ของพื้นที่ สร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ และการนำ SEA มาประกอบแผนบริหารแหล่งมรดกโลกจึงไม่ใช่เพียงขั้นตอนทางเทคนิค แต่คือกลไกสำคัญในการรักษาผืนป่ามรดกโลกของไทยให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน

สำหรับการดำเนินงานถัดไป โครงการมีแผนการจัดการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 ในเดือน เม.ย. 2569 เพื่อสัมภาษณ์เชิงลึก ร่วมกับหน่วยงานรับผิดชอบแหล่งมรดกโลก และหน่วยงานรับผิดชอบโครงการพัฒนา และมีแผนการประชุมใหญ่ในเดือน เม.ย. – พ.ค. 2569 เพื่อหารือ แลกเปลี่ยน และเสนอแนะบทบาทและการมีส่วนร่วมเพื่อจัดการพื้นที่ ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งภาคประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
หลังจากนั้น จะมีการจัดทำทางเลือกเบื้องต้น และคาดการณ์ผลกระทบของทางเลือกเบื้องต้น ต่อ OUV และพื้นที่ศึกษา พร้อมหารือและพิจารณาร่วมกับหน่วยงานรับผิดชอบแหล่งมรดกโลก หน่วยงานรับผิดชอบโครงการพัฒนา หน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่น ระหว่างเดือน ก.ค. – ส.ค. 2569
และในเดือน ก.ย. 2569 จะจัดประชุมร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อนำเสนอผลการศึกษาทั้งหมด และรับฟังความเห็นต่อร่างรายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ และทางเลือกเบื้องต้นที่ได้ผ่านการพิจารณาที่นำไปสู่ความยั่งยืนแล้ว เพื่อเตรียมศึกษาในระยะที่ 2 ต่อไป
ร่วมเขียนโดย ชฎาภรณ์ ศรีใส หัวหน้าฝ่ายวิชาการ
ผู้เขียน
มนุษย์หมีแข็ง ช่างสังเกต ชอบมองท้องฟ้า ต้นไม้สีเขียว ฟังเพลงไปเรื่อย และถ่ายรูปทุกสิ่งอย่าง I can do this all day.



