มูลนิธิสืบนาคะเสถียรยืนยันไม่ปฏิเสธการพัฒนาแหล่งน้ำ แต่ขอให้ศาลพิจารณาว่ารายงาน EHIA ที่ใช้ตัดสินใจนั้นครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร โดยนางสาวอรยุพา สังขะมาน เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ ยื่นฟ้องเพิกถอนมติเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EHIA) โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ต่อศาลปกครองกลางพร้อมยื่นคำขอคุ้มครองชั่วคราว การฟ้องครั้งนี้มีผู้ร่วมฟ้องจากจังหวัดจันทบุรี 12 ราย และผู้สนับสนุนการฟ้องคดี 8,050 คน ดำเนินการร่วมกับมูลนิธิกองทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย
ผู้ถูกฟ้อง ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงาน EHIA โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมชลประทาน
มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและผู้ร่วมฟ้อง 12 ราย จากจันทบุรี ขอให้ศาลเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่เห็นชอบ EHIA และการดำเนินโครงการ สั่งให้ทบทวนและแก้ไขรายงานให้ถูกต้องและครบถ้วนตามหลักวิชาการ สั่งให้กรมชลประทานระงับการนำ EHIA ฉบับนี้ไปใช้ประกอบการขอเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี





เหตุผลในการฟ้องคดี
รายงาน EHIA มีข้อมูลคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ ทำให้การประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ถูกต้องและไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง มาตรการลดผลกระทบที่ระบุไว้จึงอาจปฏิบัติไม่ได้จริง ขณะเดียวกัน พื้นที่โครงการมีคุณค่าต่อการอนุรักษ์ และการก่อสร้างอาจซ้ำเติมปัญหาช้างป่ารบกวนชุมชนโดยรอบ
ทางมูลนิธิสืบฯ และผู้ร่วมฟ้องเห็นว่าประเด็นที่น่ากังวลไม่ได้อยู่ที่การสร้างอ่างในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่รายงานที่ถูกทักท้วงอย่างมากยังผ่านการพิจารณาได้ โดยเฉพาะเมื่อโครงการนั้นเป็นนโยบายของรัฐ
มูลนิธิฯ ยืนยันว่าไม่ได้ปฏิเสธการมีอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ มูลนิธิฯ เคยยื่นคัดค้านตั้งแต่ปี 2563 และขอให้ลดขนาดอ่างเพื่อหลีกเลี่ยงแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า พร้อมให้ประชาชนยังมีน้ำใช้อย่างเพียงพอในพื้นที่มีอ่างเก็บน้ำอยู่แล้ว 3 แห่ง จึงเห็นว่าควรเริ่มจากการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ให้ทั่วถึงและเป็นธรรม เพราะชุมชนหลายแห่งยังไม่ได้ใช้น้ำอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรเคยยื่นฟ้องครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 แต่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 โดยวินิจฉัยว่า ผู้ให้ความเห็นชอบ EHIA ขั้นสุดท้ายคือคณะรัฐมนตรี และมูลนิธิยังไม่ใช่ผู้มีสิทธิฟ้องตามกฎหมาย
หลังจากนั้น คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 อนุมัติให้ดำเนินโครงการฯ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ EHIA ฉบับดังกล่าวจะครบอายุ 5 ปี เนื่องจากมูลนิธิฯเห็นว่ากระบวนการได้ดำเนินมาถึงขั้นตอนที่ศาลเคยวินิจฉัยไว้แล้ว จึงยื่นฟ้องใหม่ในครั้งนี้ โดยครั้งนี้มีผู้ถูกฟ้องคดีเพิ่มจาก 3 หน่วยงานเป็น 5 หน่วยงาน



