คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เพื่อปรับปรุงกฎกระทรวงฉบับเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2558 โดยเพิ่มวัตถุประสงค์ในการขออนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่าจากเดิม 10 ประเภท เป็น 16 ประเภท พร้อมปรับขั้นตอนการยื่นคำขอและการตรวจสภาพป่าให้สอดคล้องกับการใช้พื้นที่ในปัจจุบัน
กฎกระทรวง พ.ศ. 2558 กำหนดวัตถุประสงค์ที่สามารถขออนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่าไว้ 10 ประเภท ได้แก่ การสำรวจและทำเหมืองแร่ การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม การขุดหรือเก็บทราย ลูกรัง หรือดิน การอยู่อาศัยหรือประกอบอาชีพเกษตรกรรม การปลูกป่าหรือทำสวนป่า การจัดเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ การเพาะเลี้ยงหรือขยายพันธุ์สัตว์ป่า การสร้างศาสนสถาน การศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการ และการใช้ประโยชน์ในทางราชการ
ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่เสนอเพิ่มอีก 6 ประเภท ได้แก่ กิจการพลังงานทดแทน กิจการโทรคมนาคม กิจการสาธารณูปโภค การดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการขยะ การจัดสวัสดิการกรมป่าไม้ และการเข้าทำประโยชน์อื่นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือความมั่นคง ทำให้ประเภทกิจกรรมที่สามารถยื่นขออนุญาตได้เพิ่มเป็น 16 ประเภท
นอกจากการเพิ่มประเภทกิจกรรมแล้ว ร่างกฎกระทรวงยังปรับระยะเวลาการอนุญาตบางประเภท จากเดิมไม่เกิน 10 ปี เป็นไม่เกิน 30 ปี ได้แก่ การอยู่อาศัยหรือประกอบอาชีพเกษตรกรรม การจัดพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจเชิงอนุรักษ์ และการเพาะเลี้ยงหรือขยายพันธุ์สัตว์ป่าหรือสวนสัตว์ ส่วนกิจการที่เพิ่มขึ้นใหม่ เช่น พลังงานทดแทน โทรคมนาคม สาธารณูปโภค และการจัดการขยะ กำหนดระยะเวลาการอนุญาตไม่เกิน 30 ปี
ร่างกฎกระทรวงยังเปิดให้ยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ และกำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสภาพป่าใหม่ สำหรับคำขอของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับการผ่อนผันตามมติ ครม. ในปี 2563, 2564 และ 2568 เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาสภาพพื้นที่จากข้อมูลและเอกสารประกอบคำขอ หรือเข้าตรวจพื้นที่จริงได้ ปัจจุบันมีคำขอในกลุ่มดังกล่าวรวม 187,521 คำขอ
ส่วนหลักเกณฑ์ด้านพื้นที่ ร่างใหม่กำหนดว่าพื้นที่ที่จะนำมาพิจารณาอนุญาตต้องไม่เป็นพื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีมีมติห้ามใช้ประโยชน์เป็นการเฉพาะ ไม่เป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่อยู่ในเขตป่าชายเลนอนุรักษ์หรือพื้นที่ป่าชุมชน และหากเป็นโครงการหรือกิจการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะพิจารณาอนุญาตได้เมื่อได้รับทราบผลการพิจารณารายงานดังกล่าวแล้ว
ร่างกฎกระทรวงยังเพิ่มเงื่อนไขสำหรับผู้ได้รับอนุญาต โดยกำหนดให้ใช้พื้นที่เฉพาะตามที่ได้รับอนุญาตและตามวัตถุประสงค์ที่ยื่นขอ และห้ามกระทำการหรือละเว้นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสภาพป่าไม้หรือพื้นที่ป่านอกเขตที่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ อธิบดีกรมป่าไม้สามารถกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้ในใบอนุญาตได้
อีกส่วนหนึ่งคือการยกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมเนียมแบบพิมพ์คำขอ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมการโอนใบอนุญาต และค่าธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต แต่ผู้ได้รับอนุญาตยังต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับการบำรุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าตามอัตราที่รัฐมนตรีกำหนดและตามพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต
ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวผ่านการรับฟังความคิดเห็นตามกฎหมายแล้ว โดยผู้แสดงความคิดเห็นร้อยละ 84.78 เห็นด้วย และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าสามารถเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการได้ จากนี้จะเข้าสู่กระบวนการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



