หลักการและเหตุผล
แร้ง หรือ อีแร้ง จัดเป็นนกขนาดใหญ่จำพวกหนึ่ง อยู่ในกลุ่มนกล่าเหยื่อเช่นเดียวกับ เหยี่ยว อินทรี หรือนกเค้าแมว โดยที่อีแร้งถือว่าเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้ แร้งทั่วโลกแบ่งออกได้เป็น 23 ชนิด ใน 2 วงศ์ใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ
1) แร้งโลกเก่า จัดอยู่ในวงศ์ Aegypiinae ทำรังและวางไข่บนต้นไม้หรือหน้าผาสูง และหาอาหารโดยการใช้สายตามองจากที่สูงขณะบินวนอยู่บนท้องฟ้า แร้งในวงศ์นี้พบได้ทั่วไปในทวีปแอฟริกา เอเชีย และยุโรป
2) แร้งโลกใหม่ จัดอยู่ในวงศ์ Cathartidae มีรูปร่างที่แตกต่างไปจากแร้งโลกเก่าอย่างเห็นได้ชัด โดยแร้งในวงศ์นี้พบได้เฉพาะทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ มีชื่อสามัญเรียกในภาษาอังกฤษว่า “Condor” โดยทั่วไปแล้วจะมีสีสันที่สวยงามกว่าแร้งโลกเก่า วางไข่บนพื้นดิน โดยไม่ทำรัง และหาอาหารโดยการดมกลิ่น
ปัจจุบัน จำนวนประชากรของนกในกลุ่มแร้งในอนุทวีปอินเดีย (India Subcontinent) ลดน้อยลงถึงร้อยละ 95 ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากสภาพปัญหาการได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลง และยาฆ่าหญ้าทั้งที่โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ รวมไปถึงการถูกล่าโดยตรง ทำให้องค์การด้านการอนุรักษ์ต่างให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์นกในกลุ่มแร้ง โดยเฉพาะองค์กรด้านการอนุรักษ์ที่มีบทบาทต่อการอนุรักษ์นกโดยตรง เช่น องค์การอนุรักษ์นกสากลประจำภูมิภาคอินโดจีน (Birdlife Indochina Program) และสมาคมอนุรักษ์นกในพระบรมราชินูปถัมภ์แห่งประเทศอังกฤษ (Royal Society for the Protection of Birds)
สำหรับประเทศไทยในอดีตเคยพบแร้งทั้งหมด 5 ชนิด เป็นแร้งอพยพ 2 ชนิด คือ แร้งดำหิมาลัย และแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย และแร้งประจำถิ่น 3 ชนิด คือ พญาแร้ง แร้งสีน้ำตาล และแร้งเทาหลังขาว ซึ่งทุกชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และแร้งประจำถิ่นทั้ง 3 ชนิด มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง โดยในประเทศไทย ไม่พบแร้งประจำถิ่นในธรรมชาติอีกเลย โดยพญาแร้งฝูงสุดท้ายที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้สูญพันธุ์ไปแล้วกว่า 30 ปี จากการโดนยาฆ่าแมลงที่พรานล่าสัตว์ป่าใช้เป็นยาเบื่อใส่ไว้ในเก้งเพื่อล่าเสือโคร่ง ส่วนแร้งชนิดอื่นที่สูญพันธุ์ไปเพราะถูกล่าและการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย
ปัจจุบันประเทศไทยได้ดำเนินงานโครงการ “การฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทยเพื่อเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในพื้นที่ธรรมชาติ” โดยความร่วมมือกันระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง มีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2563 – 30 กันยายน 2568 โดยมีผลการดำเนินสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ลูกพญาแร้ง จำนวน 3 ตัว รวมถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และการสร้างอาสาสมัครเครือข่ายให้กับบุคคลทั่วไปได้ร่วมกันอนุรักษ์พญาแร้งและแร้งชนิดอื่นในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ โครงการฯ มีเป้าหมายในการดำเนินงานในระยะที่ 2 (พ.ศ. 2569 – 2574) โดยมีแผนการดำเนินงานในการเพิ่มประชากร อย่างน้อน ปีละ 1 – 2 ตัว รวมถึงการจัดทำแผนงานด้านการจัดการเขตปลอดภัยสำหรับแร้ง Vulture Safe Zone (VSZ) โดยมีเป้าหมายในการเตรียมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ในปีที่ 4 หรือ 5 ของแผนการดำเนินงาน ในระยะที่ 2 หรือในปี 2572 หรือในปี 2573 โดยเป้าหมายในการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จำนวน 2 – 4 ตัว เพื่อเพิ่มความหลากหลายของชนิดพันธุ์ที่เป็นสัตว์กินซากที่ได้ชื่อว่าเป็นเทศบาลกำจัดของเสีย ทำให้เกิดการหมุนเวียนของห่วงโซ่อาหารที่สำคัญในระบบนิเวศ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความสมดุลของระบบนิเวศพื้นที่ป่ามรดกโลกทางธรรมชาติทุ่งใหญ่ – ห้วยขาแข้ง นอกจากนี้ แร้งยังมีบทบาทเป็นผู้ช่วยกำจัดแหล่งกำเนิดในสิ่งแวดล้อมที่นำไปสู่การติดเชื้อ ทั้งยังช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคปากและเท้าเปื่อย และโรคพิษสุนัขบ้าอีกด้วย

วัตถุประสงค์
1. เพื่อฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทย บริเวณพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทุ่งใหญ่ – ห้วยขาแข้ง
2. เพื่อศึกษาข้อมูลด้านการจัดการเขตปลอดภัยสำหรับแร้ง Vilture Safe Zone (VSZ)
3. สร้างเครือข่ายการอนุรักษ์นกกลุ่มแร้งทั้งในระกับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ
เป้าหมาย
เพิ่มความหลากหลายในระบบนิเวศโดยเฉพาะชนิดพันธุ์ที่เป็นสัตว์กินซาก โดยเพิ่มประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัย บริเวณพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทุ่งใหญ่ – ห้วยขาแข้ง ซึ่งจะเป็นโครงการต้นแบบในการฟื้นฟูประชากรแร้งในพื้นที่ธรรมชาติ และสร้างเครือข่ายการอนุรักษ์นกกลุ่มแร้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ
พื้นที่ดำเนินการ
1. พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติทุ่งใหญ่ – ห้วยขาแข้ง (เขตรักษาพันธุ์สัตวป่าห้วยขาแข้ง)
2. สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
3. สวนสัตว์นครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
หน่วยงานที่รับผิดชอบ
1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
2. องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
3. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
4. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
แผนและวิธีดำเนินการ
1. แผนด้านการฟื้นฟูประชากร
การเพาะขยายพันธุ์พญาแร้งที่มีอยู่ในโครงการ ตั้งเป้าหมายในการเพิ่มประชากร อย่างน้อยปีละ 1 – 2 ตัว
หมายเหตุ
(1) พญาแร้งที่สามารถให้ลูกได้ จำนวน 1 คู่ (2 ตัว)
(2) พญาแร้งเพศผู้ที่ได้รับบริจาค ที่อยู่ในความดูแลของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จำนวน 1 ตัว อายุ 4 ปี ทั้งนี้มีแผนดำเนินการเคลื่อนย้ายไปฟื้นฟูที่ กรงฟื้นฟูหน่วยพิทักษ์ป่าซับฟ้าผ่า เนื่องจากสัตวแพทย์ตรวจพบว่า ปีก ข้างขวากางออกไม่สุดซึ่งเป็นผลมาจากการเกิดกระดูกหัก จึงต้องได้รับการฟื้นฟู
2. แผนงานด้านการจัดการเขตปลอดภัยสำหรับแร้ง Vulture Safe Zone (VSZ)
การดำเนินการสำรวจพื้นที่รอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพื่อให้เป็นพื้นที่เขตปลอดภัยสำหรับแร้ง Vulture Safe Zone (VSZ) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กำหนดขึ้นเพื่อปกป้องประชากรแร้งจากสารอันตรายและสร้างความมั่นใจว่าพญาแร้งจะอยู่รอดในการอนุรักษ์ โดยแนวคิด VSZ มุ่งเน้นไปที่สร้างพื้นที่ปลอดจากยาต้านอักเสบที่เป็นพิษ เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารที่ปลอดภัยสำหรับแร้ง โดย VSZ แต่ละแห่งจะครอบคลุมพื้นที่วงกลม โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่จุดทำรังวางไข่ที่สำคัญ หรือพื้นที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
3. แผนงานด้านการดำเนินการฝึกเตรียมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ พร้อมทั้งติดตมประเมินผลหลังการปล่อย
โครงการฯ มีแผนการเตรียมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ในปีที่ 4 หรือ 5 ของแผนการดำเนินงานในระยะที่ 2 คือปี 2572 หรือปี 2573 โดยเป้าหมายในการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ จำนวน 2 – 4 ตัว พร้อมทั้งติดตามประเมินผลหลังการปล่อย โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์ติดตาม ก่อนปล่อยเพื่อเก็บข้อมูล การติดตั้ง GPS Transitter ดยติดที่หลังหรือขา เพื่อดูเส้นทางการบิน ขอบเขตการหากิน และเช็กว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และรหัสแถบสี ติดที่ปีกเพื่อให้สามารถจำแนกตัวตนได้ด้วยกล้องส่องทางไกลจากระยะไกล
วิธีการจะใช้วิธีการปล่อยแบบสมัครใจโดยจะเปิประตูกรงทิ้งไว้และถอยออกมาเฝ้าดูอยู่ห่างๆ ให้แร้งตัดสินใจบินออกไปตามสัญชาตญาณ และใช้การวางซากล่อในช่วงแรก อาจมีการวางซากสัตว์ไว้ในจุดที่ปลอดภัยใกล้ๆ กรง เพื่อให้เขามีแหล่งอาการสำรองในช่วงที่ยังหากินเองไม่ได้
การติดตามหลังการปล่อย โดยติดตามสัญญาณ GPS หากสัญญาณนิ่งผิดปกติ เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบทันที ทั้งนี้ อาจมีการเสริมอาหารหากเป็นช่วงที่อาหารในธรรมชาติน้อย อาจมีการจัดทำภัตราคารแร้ง คือ การวางซากสัตว์ที่สะอาดไม่มีสารพิษปนเปื้อนในจุดที่กำหนด
4. แผนงานด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการ “การฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในถิ่นอาศัยของประเทศไทย เพื่อเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูประชากรแร้งในพื้นที่ธรรมชาติ
4.1 จัดทำสื่อออนไลน์ เพื่อเผยแพร่เรื่องราวของแร้ง โดยเน้นไปที่พญาแร้งในรูปแบบของบทความ การ์ตูน และวีดีโอ ผ่าน faebook โครงการฯ และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และเว็บไซต์มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ให้สาธารณชนเกิดการรับรู้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับพญาแร้ง รวมถึงการจัดทำสื่อให้ความรู้เกี่ยวกับแร้ง เพื่อเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์โครงการ
4.2 ประชาชนรอบห้วยขาแข้ง จัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการการฟื้นฟูประชากรพญาแร้งในและนอกถิ่นที่อยู่อาศัย ผ่านเวทีประชุมประจำเดือนของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ตามความเหมาะสม ชี้แจงความคืบหน้าโครงการสม่ำเสมอ
4.3 จัดกิจกรรมค่ายเยาวชนร่วมกับครูและนักเรียนโรงเรียนในกลุ่มเป้าหมายรอบห้วยขาแข้ง
4.4 สร้างอาสาสมัครเครือข่ายอนุรักษ์ และอาสาสมัคร ซึ่งเป็นบุคคลทั่วไปช่วยเจ้าหน้าที่ดูแลพญาแร้งในกรงก่อนปล่อย รวมถึงการสำรวจและติดตามตามความเหมาะสม เปิดรับอาสาสมัคร ฝึกอบรม เพื่อเก็บข้อมูล (ช่วยเจ้าหน้าที่โครงการ) สังเกตพฤติกรรม ดูแลความปลอดภัย เตรียมอาหาร โดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียรรับผิดชอบในการประสานจัดอบรมและจัดระบบอาสาสมัครลงพื้นที่
4.5 ระดมทุนเข้ากองทุนโครงการพญแร้งคืนถิ่น ได้แก่ ผลิตของที่ระลึกเพื่อระดมทุนเข้ากองทุนฯ จัด EVENT เพื่อระดมเงินเข้ากองทุน เช่น กิจกรรมวิ่ง และจัดทริปเข้าพื้นที่เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับแร้งและสัตว์อื่นๆ ในระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง
งบประมาณดำเนินการ
งบประมาณดำเนินงาน 6 ปี ปีละ 500,000 รวมทั้งสิ้น 3,000,000 บาท แบ่งออกเป็น ดังนี้
1. งบสนับสนุนจากองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ปีละ 300,000 บาท รวมทั้งสิ้น 1,80,000 บาท
2. งบสนับสนุนจากกองทุนโครงการพญาแร้งคืนถิ่น ปีละ 200,000 บาท รวมทั้งสิ้น 1,200,000 บาท
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
สามารถฟื้นฟูและเพิ่มประชากรพญาแร้งในกรงเลี้ยงและบริเวณที่มรดกโลกทางธรรมชาติทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง โดยการใช้องค์ความรู้เรื่องของการเพาะเลี้ยง การฟื้นฟูถิ่นอาศัย รวมการสร้างความเข้าใจกับชุมชนในพื้นที่โดยการเรียนรู้จากทัศนคติของชุมชน และเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูประชากรแร้งในพื้นที่ธรรมชาติ




