ในบางนาทีความสำเร็จของงานอนุรักษ์อาจไม่ได้ปรากฏผ่านตัวเลขหลักหมื่นหลักแสนของจำนวนพื้นที่สีเขียว แต่อาจมาจากร่องรอยเล็กๆ ของสัตว์ป่าบางชนิด
ข้อมูลจากการลาดตระเวนของเจ้าหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียงในช่วงปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2568) ระบุในบันทึกชัดว่า พบร่องรอยของ ‘อีเห็น’ เข้ามาเมียงมองละแวก ‘พื้นที่โครงการจัดการระบบนิเวศในพื้นที่ป่าสงวนเพื่อแนวเชื่อมต่อป่าตะวันตกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน’ ระหว่างป่าเขาสนามเพรียงกับป่าคลองวังเจ้า
แม้รายละเอียดอาจไม่มากมาย แต่นับเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่า ระบบนิเวศในพื้นที่แห่งนี้กำลังตอกบัตรเข้างานอีกครั้ง
อีเห็น เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดกลาง มีนิสัยมักออกหากินตอนกลางคืน ชอบปีนต้นไม้ (เก่งมาก) กินผลไม้สุก เช่น มะม่วง กล้วย อินทผลัม และบางทีก็กินสัตว์เล็ก
สถานะการอนุรักษ์ตามของ IUCN อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำที่ใกล้สูญพันธุ์ แต่จัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
หากว่ากันด้วยความเข้มข้นของสถานะการอนุรักษ์ การพบร่องรอยของสัตว์ป่าชนิดนี้อาจไม่ใช่เรื่องชวนเซอร์ไพรส์มากนัก แตกต่างจากเรื่องราวสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ชนิดอื่นๆ อีกไกลโข
แต่จำเป็นต้องละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า ที่ผ่านมาการพบเจออีเห็นหรือแม้แต่ร่องรอยมักเกิดในใจกลางพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ได้ใกล้เคียงกับพื้นที่ชุมชน หรือพื้นที่ของโครงการฯ มาก่อน
การพบเจอที่ขยับเข้าใกล้พื้นที่โครงการฯ จึงมีหมายถึงผลสัมฤทธิ์ข้อหนึ่งตามวัตถุประสงค์ ที่ระบุไว้ว่า
“เพื่อให้เกิดการกระจายตัวของสัตว์ป่าระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียง กับอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า”
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียงกับอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตก เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ รวมถึงเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำ
แต่พื้นที่ทั้งสองแห่งถูกตัดผ่านด้วยถนนหลวงแผนดินหมายเลข 1116 และพื้นที่เกษตรกรรมของชุมชน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแลกเปลี่ยนพันธุกรรมของสัตว์ป่าลดลง
โดยเฉพาะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียงที่ต้องอยู่โดดเดี่ยวห่างจากกลุ่มป่าใหญ่
เมื่อป่าถูกแบ่งออกเป็นชิ้นๆ ด้วยถนน พื้นที่เกษตร หรือการพัฒนา สัตว์ป่าจะถูกบีบให้อยู่ในพื้นที่จำกัด ประชากรเล็กลง การผสมพันธุ์เกิดขึ้นในกลุ่มเดิมซ้ำๆ และในระยะยาวอาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ในระดับท้องถิ่น
การสร้างแนวเชื่อมป่าจึงเปรียบเสมือนการสมานแผล ให้ผืนป่าที่เคยแยกออกจากกันกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง และสัญญาณแรกๆ ที่ปรากฎคือร่องรอยของอีเห็น
และในระบบนิเวศที่เริ่มฟื้นตัว สัตว์ป่ามักเป็นผู้ที่รับรู้การเปลี่ยนแปลงก่อนมนุษย์เสมอ
การปรากฏตัวของอีเห็น อาจเป็นสัญญาณว่า จากพื้นที่ว่างเปล่าเริ่มกลับมาเป็นบ้านที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์บางชนิดได้แล้ว
เมื่อพื้นที่สีเขียวเริ่มหนาขึ้น โครงสร้างพื้นที่เริ่มเอื้ออำนวยกีบวิถีชีวิตแห่งพงไพร การกระจายตัวของสัตว์ป่าจึงเริ่มปรากฏให้เห็นในรูปแบบที่ต่างออกไป
ในเรื่องเชิงระบบนิเวศ อีเห็นยังเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูป่า สัตว์ป่าในกลุ่มนี้จำนวนมากกินผลไม้และกระจายเมล็ดพันธุ์ผ่านการขับถ่าย ทำให้เมล็ดพันธุ์จากต้นไม้หลายชนิดถูกพาไปตกในพื้นที่ใหม่ๆ
กระบวนการเล็กๆ เหล่านี้ค่อยๆ ช่วยให้ป่าฟื้นตัวและกระจายตัวได้ตามธรรมชาติ
นั่นหมายความว่า นอกจากการสร้างแนวเชื่อมต่อผืนป่าของโครงการฯ แล้ว สัตว์ป่ายังเข้ามามีส่วนร่วมฟื้นฟูป่าด้วยอีกแรง
ตามข้อมูลการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียง เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 2 (โกสัมพี) และชุมชน นอกจากพบร่องรอยของอีเห็นแล้วยังพบร่องรอยของหมูป่า 16 ครั้ง หมาจิ้งจอก จำนวน 3 ครั้ง ในพื้นที่ละแวกโครงการ
ท้ายที่สุด เรื่องราวที่อาจมีไม่มากไม่มายนี้ อาจเป็นหมุดหมายสำคัญในภาษาของธรรมชาติ
เป็นหลักฐานว่าเส้นทางที่มนุษย์ตั้งใจวาดไว้ให้ผืนป่ากลับมาเชื่อมถึงกัน กำลังถูกใช้งานจริงโดยสิ่งมีชีวิตที่เป็นเจ้าของพื้นที่ตัวจริง
จากผืนป่าของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียง ไปสู่ความต่อเนื่องกับ อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เส้นทางสีเขียวที่ค่อยๆ ถูกถักทอขึ้นใหม่ คือโครงข่ายของชีวิต การเดินทางของอีเห็น หมูป่า หรือหมาจิ้งจอก เป็นการยืนยันว่าจังหวะที่เคยเงียบไป กำลังกลับมาหายใจในท่วงทำนองเดียวอีกครั้ง
ร่องรอยตีนเล็กๆ ที่ถูกบันทึกไว้จึงมีความหมายมากกว่าที่ตาเห็น มันคือสัญญาณว่าความพยายามของเจ้าหน้าที่และชุมชนกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามภาพฝันที่หวัง
และบางที ความสำเร็จของการอนุรักษ์ก็อาจเรียบง่ายเกินกว่ารายงานหนาเป็นร้อยหน้า
แต่คือการที่สัตว์ป่าตัวหนึ่งเลือกจะก้าวข้ามพื้นที่ที่เคยว่างเปล่า แล้วทิ้งร่องรอยเอาไว้
โครงการจัดการระบบนิเวศในพื้นที่ป่าสงวนเพื่อแนวเชื่อมต่อป่าตะวันตกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณทำกิจกรรมจากกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่ง และบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ และมีผลิตภาพ และการมีงานที่สมควรสำหรับทุกคน
8.3 ส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่สนับสนุนกิจกรรมที่มีผลิตภาพ การสร้างงานที่สมควร ความเป็นผู้ประกอบการ ความสร้างสรรค์และนวัฒกรรม และส่งเสริมการเกิดและการเติบโตของวิสาหกิจรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ซึ่งรวมถึงผ่านทางการเข้าถึงบริการทางการเงิน
เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
12.2 บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี 2573
เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
15.1 สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ระบบนิเวศบนบกและในน้ำจืดในแผ่นดินรวมทั้งบริการทางระบบนิเวศอย่างยั่งยืน เฉพาะอย่างยิ่ง ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน้ำ ภูเขาและเขตแห้งแล้ง โดยเป็นไปตามข้อบังคับภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศ ภายในปี 2563
15.2 ส่งเสริมการดำเนินการด้านการบริหารจัดการป่าไม้ทุกประเภทอย่างยั่งยืน หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า ฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม และเพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าทั่วโลก ภายในปี 2563
ผู้เขียน
ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม



