ล้วง เลี้ยง แร้ง

ล้วง เลี้ยง แร้ง

บันทึกการเดินทางของไข่พญาแร้งกับโครงการพญาแร้งคืนถิ่น

สูตรโกง VS ฮอร์โมน

ลุงสิทธ์และพี่เจ๊กกำลังปีนขึ้นไปเพื่อล้วงไข่พญาแร้งจากรัง

เรามีเวลาเพียง 10 วัน หลังจากพบไข่บนรังสูง 15 เมตร

หลังเตรียมทุกอย่างพร้อมสำหรับภารกิจ “ล้วงไข่” ครั้งที่สองก็ได้เริ่มต้นขึ้น

นี่คือการแข่งกับฮอร์โมนของพญาแร้งที่กำลังอยู่ในสถานะ “การวางไข่” ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น “การกกไข่”

เพื่อเพิ่มโอกาสให้พวกมันได้ผลิตไข่ใบที่สองออกมาอีกครั้ง

และบทเรียนจากครั้งก่อน เรารู้ว่าจำนวนคนที่เยอะยิ่งทำให้งานลำบากขึ้น

ครั้งนี้จึงมีเพียงทีมงานที่จำเป็นเท่านั้น และภารกิจในส่วนของการล้วงก็สำเร็จได้ตามแผนที่วางไว้

กล่องโฟมใบเล็ก

พี่เจ๊กจะต้องนั่งกอดกล่องโฟมท่านี้ไปอีกหลายชั่วโมง จนกว่าจะถึงสวนสัตว์นครราชสีมา

หากต้องจินตนาการถึงภาพการเดินทางจากห้วยขาแข้ง มุ่งหน้าสู่สวนสัตว์นครราชสีมา

อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาของพนักงานขับรถ แต่สำหรับพี่ไก่ ถนนที่ขรุขระและไฟแดงคือศัตรูของเขา

เขาต้องแข่งกับเวลา ขับให้นุ่มนวล ปลอดภัย และไวที่สุด

“เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด” เพื่อไปกลับรถแทนการจอดรอไฟแดง แม้ระยะทางจะไกลขึ้นบ้าง แต่แลกกับเวลาที่ลดลง

มันคือหัวใจสำคัญของการรักษาชีวิตเล็กๆ ในเปลือกไข่ เพราะทุกวินาทีสามารถตัดสินชีวิตของไข่ใบนี้ได้

ชีวิตบนตาชั่ง

ลูกพญาแร้งชั่งน้ำหนัก บันทึกการเจริญเติบโต

ภายในห้องฟักที่สวนสัตว์โคราช ไข่พญาแร้งถูกดูแลใน “ห้องพิเศษแบบแยกเดี่ยว”

เพื่อควบคุมความชื้นและอุณหภูมิให้เสถียรและเหมาะสมกับมันที่สุด

อุปกรณ์ทุกชิ้นถูกอัปเกรดใหม่ โดยเฉพาะตาชั่งที่มีความละเอียดสูง เพื่อให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเสี้ยวกรัม

โดยมี “ต้าวเหม่ง” เป็นครูและเป็นพิมพ์เขียวของความสำเร็จ ทุกครั้งที่ลงข้อมูลน้ำหนักไข่

เราจะเห็นกราฟที่สวยและนิ่ง นั่นคือสัญญาณแห่งความหวัง

59 ชั่วโมง

หลังจากเจ้าตัวเล็กเจาะไข่จนเหนื่อย เลยของีบเอาแรงสักพัก เดี๋ยวค่อยตื่นมาเจาะต่อ

เมื่อรอยร้าวแรกปรากฏขึ้น

หัวใจของพี่เจ๊ก วชิราดล (คนล้วงไข่และเลี้ยงพญาแร้ง) ก็เต้นแรงไม่แพ้จังหวะการเจาะของลูกนก

แต่เจ้าตัวนี้นิสัยไม่เหมือนใคร เขาเลือกออกทาง “ด้านแหลม” ซึ่งเป็นท่าที่ผิดปกติ ยากต่อการออกจากไข่และเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงหากช่วยไม่ทัน เราต้องเฝ้ารอดูจนมั่นใจว่าถุงไข่แดง (Yolk Sac) ถูกดึงเข้าสู่ร่างของเจ้าตัวจิ๋วจนหมด

ก่อนจะยื่นมือเข้าไปช่วยเจาะและตัดเยื่อหุ้มไข่ที่หนากว่าใบก่อนออก

ถือเป็นกว่า 60 ชั่วโมงที่ยาวนานที่สุดในชีวิตการทำงานของเขา

พญาแร้งในร่างไก่ต้ม

พวกเรามักแซวกันเล่นๆ ว่า หน้าตาลูกพญาแร้งนี่มันช่างเหมือนกับไก่ต้มเสียจริง

120 วันแรกคือช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดที่เราต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ภาพแรกที่เราเห็นคือพญาแร้งเบบี๋ ร่างกายปวกเปียก คอพับตกเหมือนเด็กทารกแรกเกิด

นั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดในตอนนี้ เราต้องคอยสอยส่องว่าลูกพญาแร้งสามารถหายใจได้อย่างปกติ หากคอพับหรืออยู่ผิดท่า อาจจะเกิดปัญหาของระบบหายใจได้ เราต้องคอยจัดระเบียบรังและคอของน้องให้อยู่ในท่าที่ปลอดภัยตลอด

และที่สำคัญไม่แพ้กัน การสังเกต “ขี้” เพื่อยืนยันว่าระบบขับถ่ายและการย่อยอาหารไม่มีปัญหา

ถึงแม้เขาจะไม่ได้เห็นหน้าพ่อ-แม่จริงๆ แต่คนเลี้ยงก็ต้องพยายามฝึกให้เขารู้วิธีการกินอาหารให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติที่สุด

ภาพฝัน

10 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จไม่ใช่แค่การได้ลูกพญาแร้งเพิ่ม

แต่คือการที่ได้เห็นพญาแร้งคู่แรกได้ใช้ชีวิตอยู่กลางป่าห้วยขาแข้ง

ถึงแม้จะอยู่ในกรง แต่ก็ถือว่าเป็นสถานที่ที่ใกล้เคียงกับคำว่าบ้านของมันมากที่สุดแล้ว

ภาพฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเราคือการได้เห็นพญาแร้งบินร่อนและขยายพันธุ์อยู่กลางป่าใหญ่จริงๆ

โดยไม่มีมนุษย์เข้าไปแทรกแซง วันหนึ่งที่เราจะมองผ่านกล้องส่องทางไกล แล้วเห็นพญาแร้งกลางป่าห้วยขาแข้ง

นั่นคือ “บ้าน” ที่แท้จริงที่พวกเราพยายามส่งเขากลับไป

บรรยากาศรอบกรงพญาแร้ง ก่อนภารกิจการล้วงไข่
ทีมล้วงไข่จะปีนขึ้นไปผ่านโครงเหล็กที่มีลักษณะเป็นปล่องขั้นบันได และยังเป็นเกราะป้องการโจมตีจากพญาแร้งได้อีกด้วย
หลังจากได้ไข่มาแล้ว หมอใหญ่ (สัตวแพทย์ประจำโครงการฯ) กับพี่เจ๊ก กำลังรีบเดินทางไปยังสำนักงานหน่วยฯ
พ่อมิ่งกำลังยืนมองทีมล้วงไข่อยู่ห่างๆ
แม่มิ่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ลงมาจากรังและยืนมองด้วยความฉงน
หลังจากไข่มาถึงหน่วยพิทักษ์ป่าฯ เริ่มการบันทึกข้อมูล ก่อนจะขนส่งไปยังที่หมาย
พี่ไก่กำลังตรวจสภาพรถอยู่ไกลๆ มีเจ้าหน้าที่จาก ขสป.ห้วยขาแข้งร่วมเฟรม
การเดินทางออกจากหน่วยพิทักษ์ป่าซับฟ้าผ่า
ฝุ่นตลบ
บันทึกของหมอใหญ่ เก็บทุกความเคลื่อนไหวของทีมงาน
16 วันผ่านไป หลังออกมาจากไข่ น้องก็ยังง่วงตลอดเวลา
พี่เจ๊กแต่งตัวธีมพญาแร้ง ดำ-แดง กำลังสอนเจ้าตัวเล็กกินอาหารผ่านที่คีบ พี่เจ๊กบอกว่าเราไม่ได้ป้อนมันที่ปากโดยตรง เราจะเอาไว้ห่างๆ เพื่อให้มันฝึกยืดคอ เหมือนการรับอาหารจากปากแม่ นี่คืออีกหนึ่งการเลียนแบบพฤติกรรมการป้อนจากธรรมชาติ
ออกมาอาบแดดทุกเช้า จะได้แข็งแรงๆ
ภาพทีมงานที่ร่วมภารกิจล้วงไข่ครั้งที่ 2 – ถึงแม้คนจะน้อย แต่ผลลัพท์ที่ได้นั้นเพอร์เฟกต์!!

ผู้เขียน

+ posts