27 กุมภาพันธ์ 2569 ชมรมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและทรัพยากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดกิจกรรม “ฮ่วมคิด ฮ่วมฮักษ์ : นวัตวิถีชีวิตกับการอนุรักษ์ทรัพยากรพื้นถิ่นอีสาน” ซึ่งเป็นเวทีเสวนาสิ่งแวดล้อมครั้งแรกในนามของชมรม
โดยกิจกรรมเกิดจากความร่วมมือระหว่างชมรมอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมาพันธ์นิสิตและนักศึกษาชมรมอนุรักษ์แห่งประเทศไทย (Thailand Student Alliance for Environment) และภาคีเครือข่ายจากหลากหลายพื้นที่
เป้าหมายสำคัญของการจัดเวที มีขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แลกเปลี่ยนมุมมอง เรียนรู้ประสบการณ์ และร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อมในสังคม ด้วยความเชื่อร่วมกันว่า เยาวชนไม่ใช่เพียงกำลังสำคัญของอนาคต แต่คือพลังสำคัญของปัจจุบัน ในฐานะพลเมืองของโลก
และเยาวชนสามารถมีบทบาทในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามกรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้ผ่านการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม และการลงมือปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่
ในเวที ฮ่วมคิด ฮ่วมฮักษ์ฯ ได้เชิญผู้คนจากหลายภาคส่วนมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดในเวทีเสวนา หวังเชื่อมโยงของงานอนุรักษ์ระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน
ซึ่งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายทอดความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ ต่อแนวคิดเรื่อง “นวัตวิถีชีวิตกับการอนุรักษ์” ซึ่งหมายถึงภูมิปัญญาดั้งเดิมและวิถีชีวิตของชุมชน และสิ่งนี้ยังเป็นรากฐานสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
โดยเฉพาะเมื่อนำแนวคิดดังกล่าวถูกบูรณาการเข้ากับองค์ความรู้สมัยใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ก็สามารถต่อยอดไปสู่รูปแบบการพัฒนาที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ พร้อมกับรักษาทรัพยากรท้องถิ่นให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
เวทีฮ่วมคิด ฮ่วมฮักษ์ฯ ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมจากหลากหลายมหาวิทยาลัยและเครือข่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับประเด็นสำคัญ อาทิ ปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่และผลกระทบในมิติต่างๆ บทบาทของเยาวชนในการขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อม แนวคิดและตัวอย่างของ “นวัตวิถี” ในการอนุรักษ์ทรัพยากร และการสะท้อนเสียงของเยาวชนผ่านแนวคิด “Youth’s Voice Matters”
ผลจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพบว่า ประเด็นการจัดการขยะในมหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งปัญหาใหญ่ที่หลายพื้นที่เผชิญร่วมกัน แม้หลายมหาวิทยาลัยจะมีการจัดระบบการทิ้งขยะหรือการแยกขยะที่ชัดเจนแล้ว แต่ในทางปฏิบัติยังคงมีข้อจำกัดหลายประการ
เสียงสะท้อนจากนักศึกษามองว่า ปัญหานี้จำเป็นต้องพึ่งองค์ประกอบอื่นๆ นอกเหนือจากระบบการคัดแยกขยะ เช่น ความรู้ความเข้าใจของผู้ใช้งาน พฤติกรรมและจิตสำนึกในการคัดแยกขยะ การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการขยะ
หากผู้ใช้งานยังขาดความรู้หรือไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการแยกขยะ ระบบที่วางไว้ก็อาจไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
สิ่งเหล่านี้เป็นเสียงสะท้อนจากเยาวชนที่มองเห็นปัญหาในพื้นที่ และหวังเป็นการจุดประกายแนวทางใหม่ๆ ที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยและสังคมสามารถพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น




มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้สนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งของการจัดเวที ฮ่วมคิด ฮ่วมฮักษ์ : นวัตวิถีชีวิตกับการอนุรักษ์ทรัพยากรพื้นถิ่นอีสาน เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ ส่วนงานเครือข่ายนักศึกษาในการจัดเวทีเครือข่าย 4 ภูมิภาค



