คนเฝ้าช้าง (ตอน 12)

คนเฝ้าช้าง (ตอน 12)

“ลวดไฟฟ้าพวกนี้กันช้างไม่อยู่หรอกครับ” พี่โต้ง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านไผ่งาม อธิบายผลลัทธ์ของอุปกรณ์ป้องกันช้างป่าที่ติดไว้รอบชุมชน

คำบอกเล่านั้นเป็นไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ยินดียินร้ายกับความเป็นไป 

สิ่งไหนดีก็ว่าดี สิ่งไหนยังมีข้อบกพร่องก็บอกกล่าวไปตามความจริง

ที่ชุมชนไผ่งาม หมู่ 10 ต.ระบำ อ.ลานสัก ซึ่งอยู่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง มีช้างป่ามาเยี่ยมเยียนวันละ 3-4 ตัว เป็นอย่างต่ำ 

บางตัวอาศัยประจำค้างคืนในป่าชุมชนไม่ยอมกลับบ้านใหญ่ในไพรลึก

บางตัวไปๆ มาๆ ใช้บริการชั่วคราว กินอิ่มก็กลับเข้าป่า แล้วกลับมาเช็คอินใหม่ในวันถัดไป

จากที่เคยพบปะสัปดาห์ล่ะหน ปัจจุบันความถี่สะสมเป็นวันต่อวันคืนต่อคืน

“ปีสองปีนี้มาบ่อยครับ” ผู้ช่วยเล่าพร้อมอธิบายวัตรปฏิบัติ

“ช้างจะมาช่วงหัวค่ำ หรือไม่ก็กลางดึก เราก็ออกมาช่วยผลักดันพร้อมกับเจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้ง”

“ส่วนตอนกลางวันก็ต้องตรวจตราความเรียบร้อยว่าลวดไฟฟ้ายังขึงตึงอยู่ไหม เสาขึงลวดต้นไหนล้มไปก็ต้องยกขึ้นมาใหม่” 

งานเฝ้าระวังสัตว์ป่าหากินนอกพื้นที่อนุรักษ์มีรายละเอียดมากมาย ต้องอาศัยทั้งแรงคนและนวัตกรรมในการจัดการ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นไม่ได้

ที่บ้านไผ่งามได้วางแนวป้องกันไว้สองระดับ อย่างแรกคือ ลวดไฟฟ้า อย่างที่สองคือ สัญญาณเตือนภัย

“ตอนแรกเราวางแนวลวดไฟฟ้าก่อนครับ ใช้แบบเดียวกับที่ใช้กันวัวกันควายนั่นล่ะครับ แต่ของเราเอามากันช้าง” 

“ก็พอกันได้แค่วันสองวันเท่านั้นล่ะครับ พอวันที่สามช้างไปลากไม้มาวางพาดบนลวดแล้วเดินข้ามสบายๆ เลย” 

“ช้างเขาฉลาดครับ” ผู้ช่วยสรุป

แต่เรื่องง่ายของช้างที่หนึ่งกลับเป็นปัญหาใหญ่ในบางพื้นที่

ปลายปีที่ผ่านมา ประเด็นการล้อมลวดไฟฟ้าป้องกันช้างป่ากลายเป็นวิวาทะใหญ่ 

เฉพาะพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เดือนเดียว มีเหตุช้างป่าลาโลกไปสองตัวในสองพื้นที่ด้วยสาเหตุเดียวกัน 

เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นที่บ้านห้วยแปก หมู่ที่ 6 ต.น้ำหนาว อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ พบซากช้างป่าเพศผู้ พร้อมหลักไม้ไผ่ยาวประมาณ 50 เซนติเมตร ล้มอยู่ใกล้ปากช้าง

การชันสูตรซาก พบแผลบริเวณงวงช่วงปลายด้านซ้าย ผิวหนังและกล้ามเนื้อรอบแผลมีลักษณะไหม้ และพบแผลบริเวณงวงช่วงปลายด้านขวา ผิวหนังและกล้ามเนื้อรอยแผลมีลักษณะไหม้

นายสัตวแพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) ให้ความเห็นว่า ช้างตายจากกระแสไฟฟ้า

อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นที่ ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พบซากช้างป่าในสวนชาวบ้าน สัตวแพทย์ระบุสาเหตุการจากไปเพราะไฟฟ้าช็อตเช่นกัน

คราวนี้เป็นช้างป่าสีดอเพศผู้ อายุประมาณ 15 ปี น้ำหนักประมาณ 3 ตัน นอนไร้ลมหายใจในท่าตะแคงซ้าย มีลักษณะเหมือนชักเกร็ง ขาหลังเหยียดตรง พบรอยไหม้บริเวณผิวหนัง

จากการตรวจสอบพบร่องรอยไฟไหม้จากลวดที่พันขา และพบว่าลวดที่ใช้ขึงรั้วล้อมรอบสวนมีถึง 5 เส้นด้วยกัน

จากสองเหตุการณ์จึงเกิดคำถามตัวโตกว่าช้างว่า การใช้ลวดไฟฟ้าเป็นวิธีที่เหมาะสมหรือไม่

ในมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 กำหนดความว่า ผู้ใดล่าสัตว์ป่าที่เป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ด้วยความจำเป็น และภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

ระบุ (1) เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพ้นจากอันตราย หรือเพื่อสงวนหรือรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของตนเอง หรือผู้อื่น และ (2) การล่านั้นได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ

จากบทดังกล่าวมีคำอธิบายต่อว่า กฎหมายเล็งเห็นผลให้ประชาชนหรือผู้ใดก็ตาม สามารถที่จะดำเนินการล่าสัตว์ป่าเพื่อป้องกันตนเองหรือบุคคลอื่น หรือเพื่อรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินต่างๆ เมื่อสัตว์ป่าอาจเข้ามาทำอันตรายแก่ชีวิตหรือสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินได้

แต่มีเงื่อนไขสำคัญเป็นหมายเหตุ หากการล่านั้นได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การพิจารณาเหตุและเจตนาแห่งการการทำจึงสำคัญในการตัดสินใจ

หรือก็คือต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก 

กรณีรั้วไฟฟ้าป้องกันสัตว์ป่า หากดูเจตนาเป็นหลักว่าตั้งใจล่าสัตว์ป่าหรือไม่ เช่น หากเป็นรั้วไฟฟ้าทำให้สัตว์ป่าแค่สะดุ้งหรือช๊อตแล้วกระตุกหลุดหนีไปได้ อาจถือว่าป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ไม่เป็นความผิด 

แต่ถ้าล้อมรั้วไฟฟ้าที่มีกำลังไฟสูง เช่น เป็นไฟบ้าน 220 โวลล์ และไม่มีระบบป้องกันการช๊อตหรือควบคุมการจ่ายกระแสไฟ จนมีสัตว์ป่ามาโดนไฟดูดตาย กฎหมายอาจมองว่าเป็นเจตนาเล็งเห็นผล 

หรือมีเจตนาล่าสัตว์ป่านั่นเอง 

เกร็ดความรู้ทั่วไปกรณีเช่นนี้ยังรวมถึงเหตุที่เกิดกับเพื่อนบ้าน ปศุสัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่นกัน

โทษจากการล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 89 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับสถานการณ์ที่บ้านไผ่งามยังไม่มีข่าวร้าย กระแสไฟที่วางไว้ไม่ได้รุนแรงสักเท่าไหร่

หวังผลเพียงทำให้สะดุ้งแล้วเดินจากไป ก่อนวันใหม่พี่ใหญ่มาพร้อมนวัตกรรมทางธรรมชาติลากท่อนไม้มาวางทับแล้วเดินข้ามลวดอย่างสบายใจเฉิบ

“ในชุมชนไม่มีใครอยากทำร้ายช้างหรอกครับ เราแค่ป้องกันทรัพย์สินและชีวิตของเราเฉยๆ” พี่โต้งว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ยังดีที่มีฮอร์นขยายเสียงอยู่อีกอย่าง พอช้างมาชนหรือเหยียบเชือกที่ขึงไว้ เสียงเตือนก็ดัง ช่วยเตือนได้อีกทาง”

ทั้งสองอย่างเป็นนวัตกรรมชุมชนที่สร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย เริ่มจากฐานความไม่รู้ ก่อนสะสมประสบการณ์ออกแบบให้เข้ากับงบประมาณที่มีไม่ค่อยมากสักเท่าไหร่

เงินบางส่วนได้รับการสนับสนุนผ่านเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าและสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บางส่วนได้มาจากองค์กรอนุรักษ์ที่ทำงานเกาะติดพื้นที่

ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน ถึงมันจะไม่ยั่งยืนและมีความเสี่ยง

“ถ้าช้างขาประจำมา วันนี้เขาหลบได้อยู่แล้ว ที่ยังขึงลวดอยู่เพราะเอาไว้กันตัวใหม่ที่เพิ่งมา” คราวนี้แกกล่าวอารมณ์ปะปนระหว่างความหวังกับความปลง

ในคำพูดที่ดูเหมือนเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ แต่ในความหมายลงท้ายไว้ด้วยหมายเหตุว่า ถ้าหากมีทางที่ดีกว่า พร้อมโอกาสและปัจจัยที่เอื้ออำนวยได้ยินดีน้อมรับสิ่งนั้นมาปรับปรุง

แต่สำหรับคนที่เผชิญเหตุการณ์เฉพาะหน้าทุกวัน ต่อให้ความหวังนั้นมีสถานะเท่ากับอากาศ มันก็จำเป็นต้องคว้าเอาไว้ก่อน

อ่านซีรีส์คนเฝ้าช้างทุกตอน

พ.ศ. 2569 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ดำเนินแผนงานศึกษาข้อมูลสัตว์ป่าและการเคลื่อนที่ของสัตว์ป่าที่มีผลกระทบกับชุมชนรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ผ่านกิจกรรมจัดทำฐานข้อมูลสัตว์ป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่ป่าชุมชน จัดทำอัตลักษณ์ของสัตว์ป่า สำรวจพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ชุมชนที่สัตว์ป่าออกมาใช้ประโยชน์ ศึกษาเส้นทางการเคลื่อนที่ของช้างป่า และร่วมกิจกรรมลดผลกระทบจากสัตว์ป่าร่วมกับชุมชนและหน่วยงานอนุรักษ์ในพื้นที่ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการธรรมชาติปลอดภัย


เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

เป้าหมายที่ 11 ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัย ทั่วถึง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและยั่งยืน

11.4 เสริมความพยายามที่จะปกป้องและคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติของโลก

เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

15.5 ปฎิบัติการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อลดการเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยุ่ตามธรรมชาติ หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และภายในปี 2563 จะปกป้องและป้องกันการสูญพันธุ์ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม

15.9 บูรณาการมูลค่าของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเข้าไปสู่การวางแผนกระบวนการพัฒนา ยุทธศาสตร์การลดความยากจน และบัญชีทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ภายในปี 2563

15.a ระดมและเพิ่มทรัพยากรทางการเงินจากทุกแหล่งเพื่อการอนุรักษ์และการใช้ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

เป้าหมายที่ 17 เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน

17.17 สนับสนุนการส่งเสริมหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาครัฐ-ภาคเอกชน และประชาสังคม โดยสร้างบนประสบการณ์และกลยุทธ์ด้านทรัพยากรของหุ้นส่วน

ผู้เขียน

Website | + posts

ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส - เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม