ชีวิตในเปลือกบาง กับงานที่พลาดไม่ได้แม้เสี้ยววินาทีของผู้ดูแลพญาแร้ง

ชีวิตในเปลือกบาง กับงานที่พลาดไม่ได้แม้เสี้ยววินาทีของผู้ดูแลพญาแร้ง

เช้ามืดในวันที่ภารกิจเริ่มต้น มีเพียงความเงียบที่กดทับอยู่เหนือรังของพญาแร้ง และเสียงหัวใจของคนทำงานที่เต้นแรงกว่าปกติ 

การ ‘ล้วงไข่’ ฟังดูเป็นคำที่แข็งกระด้าง แต่สำหรับทีมอนุรักษ์ มันคือเสี้ยววินาทีที่ชี้ชะตาการอยู่รอดของสายพันธุ์ที่ครั้งหนึ่งเคยหายไปจากผืนป่าไทย 

บทเรียนจากความผิดพลาดครั้งก่อนยังสดใหม่ ทั้งเทคโนโลยีที่รวน คนทำงานที่มากเกินจำเป็น และเส้นทางขนย้ายที่พรากเวลาอันมีค่า 

ทุกความพลาดถูกจดจำอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้ความหวังใบเล็กในเปลือกไข่ต้องเสี่ยงอีกครั้ง

บทสนทนานี้คือการถอดประสบการณ์จากภาคสนามของ วชิราดล แผลงปัญญา เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลพญาแร้งในโครงการพญาแร้งคืนถิ่น ตั้งแต่ขั้นตอนล้วงไข่ การควบคุมฮอร์โมนพ่อแม่พันธุ์ 

การเดินทางที่ต้องคิดแม้กระทั่งจังหวะไฟแดง ไปจนถึงห้องฟักที่ถูกจัดใหม่ทั้งระบบที่ สวนสัตว์นครราชสีมา ที่ซึ่งกราฟน้ำหนักไข่ต้องนิ่งพอๆ กับมือของคนเฝ้ารอการเกิด

เพราะเบื้องหลังลูกนกหนึ่งตัว ไม่ใช่แค่ปาฏิหาริย์ของธรรมชาติ หากคือวิทยาศาสตร์ ความอดทน และการตัดสินใจนับร้อยครั้งในพื้นที่จริง 

จากรังที่ซับฟ้าผ่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สู่ตู้ฟักที่ควบคุมความชื้นระดับทศนิยม 

ความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากคือผลรวมของแผลเดิมที่ถูกเรียนรู้ และความหวังเดิมที่ไม่เคยถูกปล่อยมือ

อยากรู้เรื่องหลังจากการ ‘ล้วงไข่’ ครั้งที่ 2 บทเรียนจากครั้งแรกที่เราได้มา มีแผลอะไรบ้างที่เราเจอ แล้วนำมาปรับใช้จนประสบความสำเร็จในครั้งนี้

จริงๆ กระบวนการค่อนข้างเหมือนเดิม ครั้งที่แล้วเรามีปัญหาเรื่องกล้อง CCTV ที่เกิดขัดข้องใช้ช่วงก่อนการล้วง จึงทำให้ไม่สามารถมอนิเตอร์พฤติกรรมพญาแร้งได้ หลังจากนั้นเราได้ทำการแก้ไขแล้ว และอีกเรื่องคือจำนวนคนที่เยอะเกินไป เราควบคุมไม่ได้ ครั้งนี้เราเลยใช้คนในจำนวนที่พอดีกับการปฏิบัติงาน ปัญหาเรื่องการล้วงเลยไม่มี

ส่วนเรื่องการขนย้าย (การเดินทางจากซับฟ้าผ่าไปโคราช) ปีที่แล้วเราพบปัญหาเรื่องเส้นทาง อย่างที่พี่ไก่ (คนขับรถ ) บอก คราวที่แล้วต้องติดไฟแดงนาน แต่ครั้งนี้ถ้าเจอไฟแดงเราตัดสินใจเลี้ยวซ้ายไปยูเทิร์นกลับมาเลย ซึ่งไวกว่าการจอดรอ แม้ระยะทางจะเพิ่มขึ้นแต่มันลดเวลาและลดแรงสั่นสะเทือนจากการจอดนิ่งได้ ถึงจะลดเวลาได้ไม่มาก แต่ก็ลดได้

แล้วเรื่องตู้ฟักที่สวนสัตว์โคราชล่ะครับ เป็นอย่างไรบ้าง?

ตู้ฟักและห้องฟักครั้งนี้ดีกว่าครั้งแรกเยอะ เราจัดห้องใหม่ทั้งห้องให้เป็นของเขาคนเดียว ทำให้ควบคุมความชื้นและอุณหภูมิได้เสถียรมาก กราฟน้ำหนักไข่ที่พล็อตออกมาสวยและนิ่งมาก อีกอย่างคือเราเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่หมด ใช้ตาชั่งที่มีความละเอียดสูงขึ้นเป็นทศนิยม 2 ตำแหน่ง ทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนกว่าเดิม

เราอิงเกณฑ์จาก “เจ้าต้าวเหม่ง” (พญาแร้งตัวแรกที่ฟักสำเร็จ) ใช่ไหมครับ?

ใช่ครับ อิงจากเจ้าเจ้าต้าวเหม่งทั้งหมด ทั้งการล้วง การฟัก และการเลี้ยง เพราะเจ้าต้าวเหม่งคือบทพิสูจน์ว่าเราทำสำเร็จมาแล้วหนึ่งตัว

เทคนิคการล้วงไข่และการกระตุ้นฮอร์โมน

ช่วยอธิบายข้อเท็จจริงของการล้วงไข่หน่อยครับ ทำไมถึงต้องล้วง?

พฤติกรรมนกนักล่าขนาดใหญ่ปกติจะออกไข่ปีละฟอง หรือสองปีฟอง แต่ในช่วงที่เขามีฮอร์โมนการวางไข่ ถ้าเราล้วงไข่ใบแรกออกมา เขาจะรู้สึกว่าไข่หายไป และฮอร์โมนเขายังอยู่ เขาจะผสมพันธุ์ใหม่และวางไข่อีกรอบได้ เป็นการเพิ่มโอกาสขยายพันธุ์

แต่เราจะไม่ให้ลุงแก่น (คนเลี้ยงแร้งที่ซับฟ้าผ่า) เข้าไปยุ่งในการล้วงเลย เพราะลุงแก่นคือคนที่คลุกคลีกับเขาตลอด ถ้าเขาเห็นลุงแก่นไปขโมยไข่ เขาจะไม่ไว้ใจและอาจทิ้งรังได้ ส่วนเราต้องล้วงภายใน 10 วัน เพื่อให้ตัวอ่อนพัฒนาไปสักระยะหนึ่งก่อน และไม่ให้ฮอร์โมนแม่นกเปลี่ยนจากฮอร์โมนวางไข่ไปเป็นฮอร์โมนกกไข่

เราทำ 3 ฟองไม่ได้เหรอครับ?

มันจะหนักไปสำหรับพ่อแม่นกครับ ปกติเขาออก 2 ปีครั้ง ครั้งละฟอง แต่ตอนนี้เราทำทุกปี ปีละ 2 ฟอง แม่นกต้องใช้แคลเซียมและพลังงานมหาศาลในการสร้างไข่ ถ้าทำ 3 ฟอง ตัวนกจะโทรมเกินไป เราเลยคุยกันว่า 2 ฟองพอ แล้วหลังจากนี้อาจจะต้องเว้นปีบ้าง

ช่วงการฟักและการเจาะเปลือกไข่

ตั้งแต่เห็นรอยร้าวแรก ใช้เวลานานไหมครับกว่าจะออกมา?

ประมาณ 59 ชั่วโมงครับ เกือบ 60 ชั่วโมง ซึ่งใกล้เคียงกับเจ้าต้าวเหม่ง แต่ตัวนี้มีความพิเศษคือเขาออก ‘ด้านแหลม’ ซึ่งปกติสัตวปีกต้องออกด้านป้าน เราเลยต้องช่วยเขาเยอะมาก ทั้งการเจาะ การแกะ และการตัดเยื่อหุ้ม

ทำไมเราต้องช่วยเยอะขนาดนั้นครับ?

จะเป็นเรื่องท่าทางในไข่ก่อนออก ตัวลูกนกอยู่ผิดท่าจากปกติ เป็นท่าที่ผิดเหมือนเอาหัวไปมุดได้ขา และอีกเรื่องหนึ่งคือระยะเวลาของการดึงสารอาหาร เพราะถ้าไข่แดงไม่เข้าท้อง (Yolk Sac) แล้วเราไปดึงเขาออกมา โอกาสรอดจะต่ำมากและติดเชื้อง่าย เราต้องคำนวณเวลาให้ดี สังเกตการขยับตัว ถ้าเขาลดแรงลงเราต้องเริ่มช่วย และตำแหน่งการวางไข่ต้องแม่นยำ ถ้าวางผิดท่า ลูกนกจะหลงทิศและเจาะเปลือกไม่ออก

ปัญหาเรื่องเชื้อราและลักษณะไข่

ถ้าเจอเชื้อราล่ะครับ?

เชื้อรามีทั้งภายนอกและภายใน ถ้าภายนอกเกิดจากความชื้นสูงไป แต่ถ้าภายในแสดงว่าตัวอ่อนมีปัญหาหรือติดเชื้อ ปกติจะส่องดูยากมาก จะเห็นก็ต่อเมื่อมีรอยร้าว ซึ่งครั้งนี้เปลือกไข่เขาหนามาก หนาประมาณ 72 มิลลิเมตร (เทียบกับปกติ 60 มิลลิเมตร) เยื่อหุ้มก็หนา ทำให้เขาออกเองยาก

พฤติกรรมหลังฟักและการดูแลลูกนก

ช่วงแรกที่คอเขาตกลงมา ดูอ่อนแรง เป็นเรื่องปกติไหมครับ?

ปกติครับ เหมือนเด็กแรกเกิดที่คอยังไม่แข็ง และสิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือ ‘กิ่งไม้’ ในรัง ถ้ากิ่งไม้ไปทับคอหรือหนีบนิ้วเขาตอนที่เขายังช่วยตัวเองไม่ได้ อาจทำให้ตายได้ เราเลยต้องจัดระเบียบกิ่งไม้ให้ดี คอยดูคอ ดูหัวเขาให้ดี ว่าพับแล้วหายใจไม่ออกไหม

ต้องสอนเขาขับถ่ายไหม?

ไม่ต้องสอน แต่ต้องสังเกต ‘ขี้’ ครับ ขี้แรกจะเป็นขี้จากไข่แดง ต้องดูว่าเขาเบ่งออกไหม ถ้าขี้มีสีเขียวแสดงว่าเป็นน้ำย่อย (ท้องว่าง) ถ้าขี้ปกติจะมีลักษณะเป็นสีขาวและน้ำตาล เราต้องเก็บข้อมูลน้ำหนักทุกวัน และวัดขนาดทุก 7 วัน เพื่อดูพัฒนาการ

สรุปบทเรียนและอนาคต

10 ปีที่ผ่านมา อะไรคือความสำเร็จและความล้มเหลวครับ?

ความสำเร็จคือการได้เห็นนกคู่แรกไปอยู่ในป่า (กรงที่ซับฟ้าผ่า) แม้จะยังไม่ออกไปสู่ธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การที่เขาได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นป่า เห็นสัตว์ป่าจริงๆ เจอคนน้อยลง นั่นคือความสำเร็จขั้นแรก เพราะที่นั่นคือบ้านหลังแรกของพวกมัน 

ความล้มเหลวยังไม่เกิด แต่ถ้าพูดถึงปัญหาก็จะมีเรื่องจุกจิก แต่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เกี่ยวกับพวกเทคโนโลยีต่างๆ ที่จำเเป็นในโครงการ เช่น กล้องวงจรปิด พลังงานไฟฟ้า การเดินทาง สิ่งพวกนี้บางครั้งมันก็เกิดปัญหา ทำให้เราต้องแก้ ต้องซ่อมกันอยู่บ่อยๆ ถ้าเรามอนิเตอร์จากทางไกลไม่ได้ ถ้าที่ซับขาดการติดต่อ ก็คือปัญหาใหญ่ของการดูแลแร้งเหมือนกันครับ

ภาพฝันคืออยากให้เขารอดและมีลูกเองได้ในธรรมชาติจริงๆ ถ้าวันหนึ่งเราเห็นภาพพญาแร้งที่มีห่วงขาเราไปกินซากสัตว์อยู่ในป่าได้ นั่นคือที่สุดของคนทำงานแล้วครับ

ผู้เขียน

+ posts

ผู้ที่อยากบอกเล่าเรื่องราวจากป่า ให้ตรงกับนามสกุล