สัตว์ป่าไม่ใช่สัตว์เลี้ยง

สัตว์ป่าไม่ใช่สัตว์เลี้ยง

กักขังฉันเถิด กักขังไป

หากสัตว์ป่าเรียนรู้ที่จะสื่อสารด้วยบทเพลง ถ้อยคำ ฉันคงนึกคำร้องเพลงจำเลยรักไว้ให้พวกเขากู่ร้องแทนใจเมื่อสัตว์ป่าเหล่านั้นจำต้องถูกพรากออกจากป่าที่ซึ่งบ้านแสนรัก ไปจองจำด้วยคำว่าสัตว์เลี้ยงแสนรักของมนุษย์

ปัญหาการนำสัตว์ป่าไปเป็นสัตว์เลี้ยงเกิดขึ้นมาก่อนพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.. 2535 จะได้รับการประกาศเพื่อปกป้องคุ้มครองสัตว์ป่าแต่ละชนิด สัตว์ป่านั้นถูกล่า ขโมยลูกจากรัง ดักจับเพื่อเอามาเป็นสัตว์เลี้ยงไว้ดูเล่น กระทั่งปัจจุบัน พ... ดังกล่าวมีผลบังคับใช้มาแล้วกว่า 2 ทศวรรษแต่ความต้องการนี้มิได้หมดไป

การแสดงบุญบารมี ความมั่งคั่ง เสริมความโดดเด่น ไปจนถึงคำกล่าวอ้างว่าซื้อมาเลี้ยงดูด้วยความรักความเมตตาโปรดสัตว์(ป่า)ที่ตกทุกข์ได้ยากนั้น ล้วนส่งผลให้เกิดหนึ่งในวัตถุประสงค์ของการล่าสัตว์ป่า และปรากฎพฤติกรรมการค้าสัตว์ป่าท้าทายกฎหมายผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้งสื่อออนไลน์ในปัจจุบัน

มากไปกว่านั้น ส่วนหนึ่งของการนำสัตว์ป่ามาเลี้ยง มักมีเหตุผลที่ตามมาเรื่องหนึ่งคือ “ไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย” ในบทความนี้ จึงขอรวบรวมเรื่องราวของสัตว์ป่า ที่ตกเป็น ‘เหยื่อ’ ของความไม่รู้ เพื่อที่ว่าอนาคต จะไม่เกิดเหตุการณ์กับพวกเขาเหล่านี้ซ้ำขึ้นมาอีก

 

PHOTO : กุลพัฒน์ ศรลัมพ์

นาก

คลิปนากแสดงพฤติกรรมออดอ้อนด้วยดวงตากลมโต ติดตาตรึงใจมนุษย์จนเกิดกระแสหานากมาเป็นสัตว์เลี้ยง นากจึงตกเป็นจำเลยถูกกักขั้งในฐานะสัตว์เลี้ยง

ร้อยละ 70 ของการซื้อขายนากโลดแล่นอยู่บนโลกออนไลน์ องค์กรเครือข่ายควบคุมการค้าสัตว์ป่า (TRAFFIC) เผยข้อมูลตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ผ่านการศึกษา TRAFFIC – IUCN Otter Specialist Group

ไทยกลายเป็นประเทศต้นทางการค้าขายตัวนากทั้งการค้าขายภายในและนอกประเทศ อาทิ ส่งออกไปสู่ประเทศญี่ปุ่นและเวียดนาม โดยระหว่างปี 2559-2560 มีการจับกุมการลักลอบค้านากได้ 5 ครั้ง และยึดนากที่มีชีวิตได้ 35 ตัว นี่ยังไม่นับรวมนากที่ต้องตายระหว่างการขนส่งอีก

การศึกษาดังกล่าวระบุว่า พบการโพสต์ซื้อขายนาก 560 ชิ้น และมีนากถูกขายไปประมาณกว่า 960 ตัว และจากการเก็บข้อมูล 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย, ประเทศมาเลเซีย, ประเทศเวียดนาม และประเทศไทย พบว่าไทยมีโพสต์เสนอขายนากสูงถึง 80 โพสต์ และนากถูกขายไปแล้ว 204 ตัว นับเป็นสถิติสูงเป็นอันดับที่สองรองจากประเทศอินโดนีเซียเท่านั้น

ขณะที่ยังมีค้าขายอยู่ในโซเชียลมีเดีย รู้หรือไม่ว่านากเป็นสัตว์ป่าที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมาย พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.. 2535 โดยนากทุกชนิดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น นากใหญ่ธรรมดา (Lutra lutra), นากจมูกขน (Lutra sumatrana) นากเล็กเล็บสั้น (Small-clawed otter) และนากใหญ่ขนเรียบ (Lutrogale perspicillata) ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่ปัจจุบันอยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened), ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (Vulnerable) ตามลำดับในบัญชีแดงของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN Red List)

ไม่ว่าจะเป็นความน่ารักภายใต้ดวงตาของนากจะยั่วยวนใจคุณแค่ไหนแต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพรากชีวิตนากออกมาจากแหล่งอาศัยรวมถึงไม่มีสิทธิ์หาซื้อนากมาไว้ในครอบครองนอกเหนือจากนั้นบ้านของมนุษย์มิใช่ที่คู่ควรกับนากเพราะแหล่งอาศัยอันเหมาะสมที่แท้จริงของนากก็คือพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสะอาดไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำลำธารบึงหรือป่าชายเลนล้วนแล้วแต่เป็นบ้านของนากการชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำตามระบบนิเวศในพื้นที่หลายแห่งจึงขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรนาก

นากเหล่านี้มีหน้าที่ตามระบบนิเวศไม่ต่างจากมนุษย์แต่ละคนที่มีหน้าที่อาชีพของตนเองนากกินสัตว์น้ำและชมชอบลูกเหี้ยขนาดเล็กเป็นอาหารพวกเขาคอยรักษาห่วงโซ่อาหารให้เกิดความสมดุล

ราคาเฉลี่ยหลักพันบาทแลกการที่พรานไปขโมยลูกนากอายุตั้งแต่หนึ่งสัปดาห์จนถึงสามเดือนมาเลี้ยงเชื่อเถิดว่าไม่คุ้มกับการที่คุณต้องกระทำผิดกฎหมายและเลี้ยงดูพวกเขาได้ไม่ดีเท่าธรรมชาติหรอกเพราะชีวิตนากจำเป็นต้องมีปัจจัยหลายอย่างทั้งการใช้พื้นที่กว้างบ่อน้ำต้องสะอาดมีน้ำปรนเปรอเสมอที่สำคัญคือต้องให้อาหารในน้ำตามธรรมชาติในขณะที่ผู้เลี้ยงจะต้องเผชิญกับเสียงร้องที่ดังรบกวนกลิ่นตัวแรงและมีสกิลทำลายข้าวของรวมถึงกัดผู้เป็นเจ้าของคราวนี้เมื่อผู้เลี้ยงประสบปัญหาไม่สามารถเลี้ยงไหวอีกต่อไปนากที่ถูกยัดเยียดความรักให้เป็นสัตว์เลี้ยงก็ต้องกลายไปภาระให้หน่วยงานต่อไปทั้งที่หากพวกเขาได้เติบโตในธรรมชาติจะเป็นการดีกับตัวนากและระบบนิเวศมากกว่า

นอกจากการเติบโตของเมืองจะส่งผลให้นากมีประชากรลดลงแล้ว พื้นที่อันเหมาะสม แหล่งน้ำที่สะอาดตามธรรมชาติยังถดถอยลง โดยการเพิ่มประชากรต่อปีนั้นไม่อาจสู้กระแสภัยคุกคามได้ อีกทั้งเมื่อมนุษย์กระหายที่จะครอบครองชีวิตพวกเขา ยิ่งเป็นการซ้ำเติมและเป็นเหตุให้ชีวิตนากถูกคุมคามอย่างหนัก และมีสถานการณ์น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

แหล่งอ้างอิง การศึกษา TRAFFIC – IUCN Otter Specialist Group

PHOTO : กุลพัฒน์ ศรลัมพ์

นางอายหรือลิงลม

คู่มือการเลี้ยงนางอายแผ่หลาอยู่หน้าการค้นหาในโซเซียลมีเดีย บ่งบอกถึงการไม่เคารพต่อกฎหมายหรือกระทั่งเคารพสิ่งมีชีวิตที่ถูกพรากจากป่า พร้อมมีบุคคลเข้ามาชี้แจงว่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไม่สามารถเลี้ยงได้ แต่กระนั้นผู้มีไว้ในครอบครอบยังพยายามดิ้นรนเพื่อให้ตนสามารถเลี้ยงนายอายได้โดยหวังว่าหากดำเนินการตามขั้นตอนจะสามารถเลี้ยงได้อย่างถูกกฎหมาย

แต่เขาหารู้ไม่ว่า ไม่สามารถดำเนินการใดๆ เพื่อเลี้ยงนางอายได้อย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากนางอายไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อชนิดพันธุ์ที่สามารถขออนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง ก็สามารถเลี้ยงได้อย่างถูกต้อง

ฉะนั้นหากคุณอ่านมาถึงตรงนี้โปรดรู้ไว้ว่า การมองหานางอายมาเลี้ยงเป็นการกระทำที่นำไปสู่สิ่งผิดกฎหมาย ดังนั้นจงหยุดเสีย และปล่อยให้นางอายได้อาศัยในแหล่งหากินธรรมชาติที่เหมาะสมต่อไป เพราะเมื่อไม่มีคนต้องการเลี้ยง การล่าเพื่อนำมาค้าขายก็ถึงคราวยุติ

นางอายกินสัตว์เล็กๆ จำพวกแมลง กิ้งก่า นกขนาดเล็กเป็นอาหาร พวกเขาทำหน้าที่ควบคุมประชากรสัตว์ในระบบนิเวศให้เกิดความสมดุล ขณะที่มันอาศัยอยู่บนต้นไม้ หากินในเวลากลางคืน นอนพักผ่อนในเวลากลางวัน

ส่วนใหญ่ของนางอายที่นำมาขายนั้น กว่าจะได้ลูกนางอายมาขายสักตัวหนึ่ง ขบวนการล่าเกิดขึ้นตั้งแต่การฆ่าแม่แล้วพรากลูกจากอก ก่อนจะถูกทารุณด้วยการตัดเขี้ยวออก เพื่อทอนปัญหาผู้เลี้ยงถูกนางอายกัด เนื่องจากนางอายเป็นสัตว์มีพิษ ขณะที่มันจะกัดศัตรูเพื่อป้องกันตัวเองนางอายจะผสมพิษที่ซ่อนอยู่ใต้ศอกกับน้ำลายและกัด ซึ่งพิษนี้สามารถทำให้มนุษย์เสียชีวิตได้

นอกจากบัญชีแดงของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN Red List) ได้จัดนางอายให้อยู่ในสถานภาพสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ (Endangered Species) แล้ว กลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์ (International Animal Rescue – IAR) ยังเผยข้อมูลว่า นางอายเป็นสัตว์ 1 ใน 25 ชนิดที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากที่สุดในโลก

ท่าทางการชูแขนขึ้นของนางอายมิได้เกิดขึ้นจากการออดอ้อนหรือต้องการให้มนุษย์กอดหรือเกาคอแต่เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกว่านางอายตัวนั้นหวาดกลัวมากจนต้องชูแขนเพื่อปกป้องตัวเองรู้เช่นนี้แล้วคุณรู้สึกว่าพวกเขาน่ารักหรือน่าสงสารมากกว่ากัน

แต่คุณต้องอย่าลืมว่านายอายเป็นสัตว์ป่าที่อาศัยในป่าตามธรรมชาติและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยนางอายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง และปรากฎอยู่ในบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลุ่มที่ 1 ชนิดสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่าท้ายบัญชีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) โดยอยู่ในบัญชีหมายเลข 2 (Appendix II)

นอกจากนำนางอายมาเลี้ยงแล้ว การนำมาแสดงโชว์ เปิดให้บุคคลได้ถ่ายรูปเซลฟี่กับสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นนางอาย ชะนี นกฮูกหรือนกเค้าขนาดใหญ่นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นการกระทำที่ไม่ต่างจากการส่งเสริมขบวนการการค้าขายสัตว์ป่า

 

ชมคลิปนางอายถูกถอดเขี้ยวก่อนถึงมือผู้เลี้ยง

 

PHOTO : สุรเชษฐ์ เรืองมาก

แมวดาว

สัตว์นักล่าผู้ถูกมนุษย์ล่าไปเป็นสัตว์เลี้ยง ผ่านโฆษณาในโลกออนไลน์ด้วยถ้อยคำชวนเชื่อแมวหายากชักจูงลูกค้าผู้นิยมเลี้ยงสัตว์แปลกให้หลงเชื่อและรับซื้อไปเลี้ยง ยิ่งทำให้คนถูกชักจูงไปในทางที่ผิดและกระทำผิดกฎหมายได้อย่างง่ายดาย

อาการทาสแมวบางรายคงส่งผลต่อการหักห้ามใจที่จะหาแมวดาวมาไว้ในครอบครอง แต่โปรดรู้ไว้เถิดว่า การเลี้ยงแมวดาวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการล่าการค้าขายก็ผิดกฎหมายเช่นกัน หากฝ่าฝืนต้องถูกจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แมวดาว (Leopard Cat) ถือเป็นเสือในสกุล Prionailurus ที่มีขนาดโดยรวมคล้ายแมวบ้าน การที่แมวดาวสามารถปรับตัวให้อาศัยในป่าได้หลากหลายชนิด เช่น ป่าดิบ เขาป่าเบญจพรรณ พื้นที่เกษตรกรรม หรือบางครั้งอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ชุมชน ทำให้ IUCN จัดสถานภาพอยู่ในสภานภาพกลุ่มที่มีความกังวลน้อยที่สุด (Least Concern-LC)

ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 147 ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง กำหนดให้เป็นสัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.. 2546 แห่ง พ... สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ..2535 กระนั้นมนุษย์ยังคงเย้ยกฎหมายและสร้างภัยคุกคามสัตว์ป่าอย่างต่อเนื่อง

แมวดาวไม่เชื่องอย่างที่โฆษณาสัญชาตญาณนักล่าของสัตว์ป่ายังคงอยู่การมีกรงเล็บที่แหลมคมมีไว้เพื่อล่าอาหารในเวลากลางคืนอีกทั้งยังสามารถปีนต้นไม้ได้อย่างคล่องแคล่วและว่ายน้ำได้อาหารจึงค่อนข้างหลากหลายอย่างพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กหนูนกสัตว์เลื้อยคลายปลาแมลงและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเป็นอาหาร

ไม่แปลกที่สัตว์ป่าจะมีนิสัยดุร้ายทำร้ายเจ้าของหรือผู้อื่นได้ทุกเมื่อแต่นอกจากนี้เหตุผลที่ไม่ควรเลี้ยงแมวดาวยังมีเรื่องของโรคระบาดร้ายแรงที่มีสัตว์ป่าเป็นพาหนะอาทิโรคซาร์สพิษสุนัขบ้าวัณโรคพยาธิและฉี่หนูที่สามารถติดต่อมาสู่คนและอาจระบาดทำให้มีผู้เสียชีวิตได้

ทางที่ดีหากพบเห็นการซื้อขายเลี้ยงแมวดาวหรือสัตว์ป่าอื่นๆขอให้แจ้งกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบและปราบปรามผู้กระทำผิดต่อไป

 

แจ้งเบาะแสผ่านเพจ บก.ปทส. Greencop – Thailand, ชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวดง ทางเว็บไซต์ www.dnp.go.th และหมายเลขโทรศัพท์ 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

PHOTO : กุลพัฒน์ ศรลัมพ์

นกเงือก

ราวสองปีที่ผ่านมาคงมีน้อยนักที่จะไม่เห็นข่าวนกเงือกเกาะบนไหล่คนดี ได้รับการเผยแพร่อย่างต่อเนื่องไม่ต่างกับวาระแห่งชาติ เกิดคำถามมากมายในประเด็นต่างๆ ต่อนกเงือกที่คอยต้อนรับแขกบริเวณไม่ใกล้ไม่ไกลจากคนดี ราวกับการจูงใจให้ผู้คนหาสัตว์ป่ามาเป็นสัตว์เลี้ยง นำมาซึ่งคำถามต่างๆ นาๆ ว่าทำไมนกเงือกสีน้ำตาลจึงไปอยู่ ณ ที่แห่งนั้น? แท้จริงแล้วเราสามารถเลี้ยงนกเงือกได้อย่างถูกกฎหมายจริงหรือ? และนกเงือกหายไปไหน?

คุณทราบหรือไม่ว่าการพยายามเสาะแสวงหานกเงือกมาเลี้ยงนั้นไม่ต่างจากการสนับสนุนให้ขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าขโมยลูกนกเงือกสักตัวหนึ่งพรานมักจะฆ่ายกครัว พรานจะใช้เครื่องมือขโมยลูกนกออกจากรังแล้วถ่ายภาพประกาศขายผ่านช่องทางออนไลน์และใช้วิธีการส่งของทั้งเคยใช้วิธีส่งทางไปรษณีย์หรือมอเตอร์ไซต์รับจ้างส่งถึงมือผู้ซื้อหรือส่งผ่านรถทัวร์รถตู้หลายต่อเพื่อเลี่ยงการจับกุมทั้งที่การเพิ่มจำนวนนกเงือกในทุกวันนี้ต้องเผชิญอุปสรรคมากมายจนประชากรนกเงือกหลายชนิดอยู่ในขั้นวิกฤต

ประเทศไทยมีนกเงือกทั้งหมด 13 ชนิดหนึ่งในนี้คือนกเงือกสีน้ำตาลดังที่เป็นข่าวนกเงือกสีน้ำตาลอยู่ในสถานภาพแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ที่มีถิ่นอาศัยบริเวณป่าฝั่งตะวันตกของประเทศไทยดังนั้นการพบนกเงือกสีน้ำตาลที่บริเวณเขาใหญ่ทั้งที่ไม่เคยมีรายงานการค้นพบมาก่อนได้สร้างความสงสัยแก่เหล่านักอนุรักษ์นักดูนกและนักวิชาการวงการนกอย่างกว้างขวาง

นกเงือกทั้ง 13 ชนิด ล้วนเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่มีการประกาศขายในสื่อออนไลน์พร้อมแนบราคาตามแต่ชนิดนกเงือก ทั้งที่หากมีไว้ในครอบครองจะมีความผิดตามมาตรา 19 ... สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.. 2535 มีโทษจำคุก ไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีหากมีการล่าสัตว์ป่าดังกล่าวจะมีความผิดตามมาตรา 16 ใน พ...ฉบับเดียวกัน โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชแจ้งข้อกล่าวหาต่อคุณวิฑูรย์ กรมดิษฐ์ ซึ่งสารภาพว่าได้นำนกเงือกมาดูแล แม้จะปล่อยกลับคืนสู่ป่าเขาใหญ่ไปแล้วก็ตาม

ปัจจุบันหลายเพจแวดวงการอนุรักษ์ได้รับการแจ้งเหตุการลักลอบการค้าขายสัตว์ป่าทางโลกออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในเหยื่อของขบวนการการค้าสัตว์ป่าออนไลน์ด้วยความมักง่ายนั้นมีนกเงือกชนิดพันธุ์ต่างๆ รวมอยู่ บางตัวตัวยังแดงๆ บางตัวขนยังขึ้นไม่ทั่วทั้งตัวเสียด้วยซ้ำ

หน้าที่ของนกเงือกมิใช่การปรนเปรอความสุขหรือประดับบารมีมนุษย์ แต่เป็นการปลูกป่าและควบคุมประชากรตามห่วงโซ่อาหารในแหล่งที่พวกเขาอาศัยอยู่ต่างหาก ยิ่งนกเงือกสามารถบินได้ไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งปลูกป่าได้บริเวณกว้างมากเท่านั้น

การกักขังนกเงือกด้วยสถานะสัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากการเด็ดปีกไม่ให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า โบยบินหากินอย่างสัตว์ป่า เพิ่มลูกหลานตามธรรมชาติ เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์และรักษาป่าต่อไป

อ่านมาถึงตรงนี้คงทราบทั่วกันแล้วว่าการเลี้ยงนกเงือกไม่ว่าชนิดใดล้วนผิดกฎหมายทั้งสิ้นส่วนนกเงือกสีน้ำตาลตัวดังกล่าวนั้นไปโผล่ที่แห่งนั้นได้อย่างไรก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่จนทุกวันนี้บางลือกันว่าเป็นนกที่ถูกเลี้ยงตั้งแต่ยังแบเบาะเพราะมีลักษณะเชื่องและเข้าหาคนซึ่งถือว่าขัดแย้งกับสัญชาตญาณของสัตว์ป่า

 

รู้จักนกเงือกในประเทศไทยทั้ง 13 ชนิด

 

PHOTO : พัชริดา พงษปภัสร์

ลิงแสม

ขณะเดินชมมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า (Wildlife Friends Foundation Thailand – WFFT) ตำบลท่าไม้รวกอำเภอท่ายางจังหวัดเพชรบุรีเมื่อปีที่ผ่านมามีโอกาสพบเจ้าลิงแสมที่เจ้าหน้าที่แนะนำว่าได้เข้าไปช่วยเหลือมาจากเจ้าของแสนใจร้ายพามารักษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับฝูงในบริเวณที่มูลนิธิดัดแปลงพื้นที่บริเวณกว้างให้เป็นป่าคุณเอ็ดวินวีคเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าเล่าว่าปัจจุบันลิงแสมตัวเมียตัวนี้เป็นจ่าฝูง

เจ้าลิงแสมตัวนี้มีแขนเพียงข้างเดียวขาทั้งสองและแขนอีกข้างถูกมนุษย์ตัดทิ้งขณะที่กำลังเต๊ะท่าให้ถ่ายรูปอย่างสง่าก็ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้พวกเราเจ้าหน้าที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรมากขึ้นนี่คือผลลัพธ์ของการเลี้ยงสัตว์ป่าเมื่อสัตว์ป่าโตขึ้นดุร้ายตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าจึงถูกทำร้ายและทอดทิ้งและส่งต่อให้หน่วยหรือองค์กรอื่นดูแลต่อไป

ยกตัวอย่างกรณีน้องมะลิ ลิงแสม เพศเมีย อายุ 3 ปี ที่มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่ารับมาดูแลเมื่อวันที่ 20 มกราคม ต้นปีที่ผ่านมา มูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าได้แจ้งเรื่องไปยังกรมอุทยานฯ ว่ารับลิงมะลิมารักษาและปรับพฤติกรรมก่อนที่จะส่งให้ทางราชการต่อไป ดังนั้นเมื่อแจ้งหน่วยงานไปแล้วจึงไม่สามารถคืนลิงให้เจ้าของได้ เพราะเป็นสัตว์คุ้มครองที่ได้มีการลงทะเบียนไว้

แม้ลิงแสมจะเป็นหนึ่งในสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หากดำเนินตามขั้นตอนของกรมอุทยานฯอย่างถูกต้องก็สามารถเพาะพันธุ์ได้

ตามธรรมชาติปรกติพวกเขามักอยู่รวมกันเป็นฝูง อาศัยตามต้นไม้ อาจพบตามป่าริมน้ำ ชายฝั่งทะเล ป่าชายเลน และบนภูเขาหินปูน ไม่ว่าจะเป็นป่าสมบูรณ์หรือป่ารุ่น ออกหากินตอนกลางวันโดยจะกินพวกผลไม้ เมล็ดพืช และแมลงขนาดเล็กเป็นอาหาร เรามักจะคุ้นกับแก้มป่องๆ ที่พวกลิงแสมชอบกักตุนอาหารไว้ข้างแก้ม และค่อยดันอาหารออกมากินเหมือนเด็กขี้หวงจอมตะกละ

แต่โปรดอย่าลืมว่าเป็นธรรมดาของลิงแสมที่เมื่อเติบโตขึ้นจะยิ่งเพิ่มความดุร้ายตามสัญชาตญาณ เพราะพื้นฐานของลิงแสมเป็นสัตว์ป่า ปัญหาการทิ้งขว้างเมื่อลิงแสมดุร้ายจึงเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ อีกทั้งผองของลิง อย่างชะนี ค่างแว่น ล้วนแล้วไม่พ้นวงจรตกเป็นเป้าสัตว์เลี้ยงเช่นเดียวกันกับที่เจ้าลิงแสมเหล่านี้ต้องเจอ จะดีกว่าไหมหาปล่อยให้สัตว์ป่าได้อยู่ในป่าตามธรรมชาติ

 

กรณีมูลนิธิเพื่อนสัตวป่ารับลิงแสมมะลิมาดูแล

 

จากงานวิจัย สถานการณ์​การค้า​สัตว์ป่า​บนสื่อ​สังคม​ออนไลน์​ในประเทศ​ไทย ​(Illegal​ Wildlife​ Trade​ on Social media in Thailand) ที่ผู้วิจัย คุณอุเทน​ ภุมริน​ทร์​ นักสื่อสาร​ธรรมชาติ​และ​นัก​ชีววิทยา​เชิง​อนุรักษ์ ได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่าตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.. 2558 ถึงเดือนเมษายน พ.. 2559 มีสัตว์ป่าถูกโพสต์ขายจำนวน 711 ครั้ง แบ่งเป็น 105 ชนิด 1,396 ตัว มีสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายอีกจำนวนหลายชนิด รวมถึงกลุ่มเฟสบุ๊คในชื่อต่างๆ ยกตัวอย่างกลุ่มซื้อขายสัตว์แปลกๆ น่ารักๆที่เมื่อเดือนมีนาคม พ.. 2560 มีจำนวนสมาชิก 53,485 คนปรากฎการเย้ยกฎหมายด้วยการโพสต์บัตรประชาชนบัญชีธนาคารควบคู่กับสินค้านั่นก็คือสัตว์ป่า

แม้กลุ่มเฟสบุ๊คข้างต้นอาจปิดตัวลงไปแล้ว แต่ปัจจุบันกลุ่มเฟสบุ๊คอื่นๆ ได้แพร่หลายและเพิ่มจำนวนมากขึ้นไม่ต่างกับดอกเห็ด เพียงแค่กลุ่มชื่อซื้อขายสัตว์แปลกๆ น่ารักๆก็มีเวอร์ชั่นพ่วงท้ายชื่อด้วย “V3, v.4 และ v.5” ที่มีสมาชิกตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหมื่นคนแล้วนี่แสดงให้เห็นว่าความต้องการเลี้ยงสัตว์ป่ายังไม่หมดและยังแพร่กระจายวงกว้างมากขึ้นนั่นหมายถึงการล่าสัตว์ป่าจากระบบนิเวศเพื่อนำมาค้าขายยังคงดำเนินต่อไป

ความสัมพันธ์ของสัตว์ป่าและป่าแต่ชนิดและประเภทนั้นเชื่อมโยงด้วยการอาศัยพึ่งพากันและกันมีสัตว์จึงมีป่ามีป่าจึงมีสัตว์หากมนุษย์เข้ามาแทรกแทรงด้วยการล่าไม่ว่าจะซากสัตว์หรือสัตว์ตัวเป็นๆย่อมส่งผลกระทบต่อวงจรชีวิตที่ได้ปรับตัวร่วมกันมาเป็นเวลานับร้อยนับพันปีนำไปสู่การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพสร้างผลกระทบต่อสัตว์ป่าอื่นที่อยู่ในระบบห่วงโซ่พลอยสูญพันธุ์ไปด้วยซึ่งการที่ระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงแหล่งน้ำลำธารแหล่งอาหารและความแปรปรวนของสภาพอากาศ

สัตว์ป่าจำนวนมากต้องเสียชีวิตไปเพราะความอยากของคนที่ไม่เห็นคุณค่าความสำคัญของการมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในป่าธรรมชาติอันเป็นถิ่นกำเนิดของมันสืบ นาคะเสถียร หนังสือประกอบการสัมมนาสิ่งแวดล้อม ปี 2533 

 

แหล่งอ้างอิง ผลกระทบของการค้าสัตว์ป่า

 


เรื่อง พัชริดา พงษปภัสร์ เจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร