ก่อนข้ามคืนสู่วันที่ 1 กันยายน

ก่อนข้ามคืนสู่วันที่ 1 กันยายน

แสงสุดท้ายของวันลับไปจากเงื้อมผาเขาหินแดงความมืดเข้าปกคลุมฝั่งตะวันตกของลำห้วยทับเสลาอันเป็นที่ตั้งของที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งข้ามฝั่งไปคือหมู่บ้านและโรงเรียนเขาหินแดงชุมชนในป่าที่ต้องใช้ทางดินหินโผล่สัญจรเข้ามาจากถนนนอก

ก่อนนี้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหนุ่มใหญ่สะสางการงานประจำวัน สั่งลูกน้องวิทยุไปบอกยกเลิกนัดหมายงานบรรยายวิชาการที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกครั้ง หลังจากเปลี่ยนใจจะไปเองอยู่รอบหนึ่ง หลังจากครั้งแรกที่เปลี่ยนใจจะส่งม้วนวีดีโอไปเปิดแทน คราวนี้เขาตัดสินใจแน่วแน่ที่จะอยู่ที่นี่

ผ่านหัวค่ำ เหล้านอกเลิศรสที่มีผู้กำนัลมาถูกหัวหน้าเขตยกมาดื่มกับลูกน้องที่เป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ป่าคนสนิท ชื่อหม่อมหลังอาคารห้องพักของหม่อมที่ใช้เป็นโรงครัว

ที่โต๊ะอาหารเล็กๆหม่อมจำได้ว่ากินกันสามคนเหล้าตราดำเพียวๆถูกรินแจกจ่ายไม่มีโซดาน้ำแข็งนี่เป็นเรื่องธรรมดาในป่าที่ไม่มีไฟฟ้า

วงเหล้าคุยงานการสัพเพเหระจนพร่องค่อนขวดหม่อมจึงขอตัวไปตรวจเวรยามตามหน้าที่ ปล่อยหัวหน้ารักษาพงไพรคนนั้นนั่งต่อในความมืด

ก่อนเที่ยงคืน หม่อมเดินกลับมา พบกับหัวหน้าของเขาอีกครั้งที่โรงอาหารชื่อแปลกติเตะไม่ไกลจากห้องครัวที่นั่งดื่มกับหัวหน้าไปก่อนหน้านี้หัวหน้าขอยาเส้นจากเจ้าหน้าที่เวรยามเฝ้าสำนักงานมวนพ่นไฟวาบพลางถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ

มันเป็นคำถามที่หม่อมคิดว่าไม่น่าถามว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นเป็นอยู่เป็นอย่างไรอยู่ได้ไหมที่บ้านเป็นไงเพราะเขาเป็นคนที่หัวหน้าคุ้นเคย

หม่อมไม่ได้เฉลียวใจว่านั่นเป็นคำถามที่แสดงความห่วงใยต่อลูกน้องครั้งสุดท้าย

หม่อมเดินออกมาส่งหัวหน้าที่ซุ้มเฟื่องฟ้า บริเวณทางเดินผ่านห้องพักของเขาลงเนินเดินไปยังบ้านพักหัวหน้าที่ปลูกโดดไว้ตรงตลิ่งริมห้วยทับเสลา ตีนเขาหินแดง สายน้ำที่ไหลจากป่าก่อนอ้อมวกไปทางหมู่บ้านด้านตะวันออก

หัวหน้าใช้แววตาสดใส มีความสุข โบกมือลาหม่อมพี่ไปนะหม่อม

ก่อนที่ชายร่างสูงโปร่งคนนั้นจากก้าวเท้าหายไปทางบ้านพักในความมืดหม่อมจำได้ว่าเห็นสีหน้าแววตาของคนที่ปลอดโปร่ง มีความสุขไร้ความกังวลใดๆ และหม่อมจำภาพนั้นได้ตลอดมาแม้ผ่านเวลามาแล้วยี่สิบกว่าปี

มีคนเห็นว่ากลางดึกคืนนั้น หัวหน้าเดินกลับมาที่ห้องหม่อม แต่เจ้าของห้องออกไปเดินตรวจเวร หัวหน้าคงเอาของอะไรมาฝากให้สักอย่าง  เมื่อไม่พบก็กลับไปบ้านพัก

ก่อนรุ่งสางมีเสียงปืนดังขึ้นที่พักริมห้วยทับเสลาหลังโดดหลังนั้น ไม่มีใครสนใจเพราะเมื่อยี่สิบปีที่แล้วเสียงปืนในราวป่าเป็นสิ่งคุ้นเคยของคนทำงานในป่า ตอนเช้าหัวหน้าไม่ได้ขึ้นมาจากบ้านริมห้วยเหมือนเคย ไม่มีใครสงสัยเพราะคิดว่าคงทำงานดึก จนกระทั่งสิบเอ็ดโมง หม่อมเดินลงไปตาม ค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปพบภาพที่ติดตาอยู่จนวันตาย

หัวหน้าสืบ นาคะเสถียร นอนตะแคงเหมือนคนหลับ ที่ศรีษะมีรอยลูกปืนเป็นรูแดงเลือดซึมแห้ง

มีคนบอกหม่อมว่า หม่อมต่อยเสาบ้านซ้ำๆ อย่างบ้าคลั่งจนมือแตกพูดว่าไม่จริงๆแต่หม่อมไม่รู้ตัว

นั่นคือ คำบอกเล่าของหม่อม เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคนสนิทของหัวหน้าสืบในคืนข้ามสู่กันยายน ปี 2533 เมื่อ 29 ปีที่แล้ว

 


เขียนโดย ศศิน เฉลิมลาภ
ถอดความจากคำสัมภาษณ์คุณจิตประพันธ์ กฤตาคม อดีตพนักงานพิทักษ์ป่าผู้เคยใกล้ชิดกับ สืบ นาคะเสถียร ในรายการธรรมชาติมาหานคร (NEWTV) สิงหาคม 2557
เผยแพร่ครั้งแรก คอลัมน์ Talk of the Town หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน สิงหาคม 2557
แก้ไขปรับรุงต้นฉบับ สิงหาคม 2562