เมื่อการเป็น นักอนุรักษ์ มีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าอาชีพทหาร

เมื่อการเป็น นักอนุรักษ์ มีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าอาชีพทหาร

การทำงานในฐานะสิ่งแวดล้อมนั้นไม่ใช่งานที่ง่ายนัก เพราะถูกมองว่าเป็นกลุ่มขัดขวางการพัฒนาบ้าง หาทุนทำงานยากบ้าง แต่ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา งานสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็นงานที่ยากกว่าเดิมยิ่งขึ้นไปอีก เพราะการเป็น นักอนุรักษ์ นั้นมีอัตราความเสี่ยงถูกลอบสังหารเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าอดีต

โดยระหว่างปี 2545-2560 พบว่ามีอัตราการเสียชีวิตของนักสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้นมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า โดยเฉพาะในประเทศที่การบังคับกฎหมายค่อนข้างอ่อนแอ และประเทศที่มีการคอร์รัปชันสูง

งานศึกษาหัวข้อ The supply chain of violence ผู้ศึกษาได้อธิบายโดยสรุปไว้ว่า “นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าทหารอเมริกาและออสเตเลียที่ถูกส่งออกไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างแดนเสียอีก”

Global Witness องค์กรไม่แสวงหากำไรที่รายงานกรณีการละเมิดสิ่งแวดล้อมและการทุจริตและตรวจสอบได้รวบรวมข้อมูลการฆาตรกรรมนักสิ่งแวดล้อมในแต่ละกรณีจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อทำการเปรียบเทียบรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลหลักนิติธรรมของประเทศต่างๆ โดยพิจารณาจากการจัดอันดับความยุติธรรมในแต่ละประเทศโดย World Justice Project และวัดจากระดับระดับการทุจริตตามรายงานของ Transparency International ทำให้ทราบว่า ทางฝั่งอเมริกาใต้และอเมริกากลางเป็นพื้นที่ทำงานที่เลวร้ายที่สุดของนักอนุรักษ์ ผู้คนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับธรรมชาติในภูมิภาคแห่งนี้จะถูกลอบทำร้ายจนถึงขั้นเสียชีวิต

เหตุที่นำไปสู่การสังหารนักอนุรักษ์นั้น มีตั้งแต่การเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านการเอาพื้นที่ป่าไปทำเกษตรจนถึงโครงการขนาดใหญ่อย่างการสร้างเขื่อน

และไม่เพียงแต่นักเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมเท่านั้น รายงานยังระบุอีกว่า กลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมือง ทนายความ นักข่าวสิ่งแวดล้อม ก็เป็นเป้าของการถูกสังหารเช่นกัน

เรื่องที่น่าเป็นกังวลยิ่งกว่า คือ จากรายงานที่รวบรวมมา เหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นกับนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้นมีเพียงแค่ร้อยละ 10 เท่านั้นที่ผู้กระทำผิดถูกจับและโดนลงโทษ เพราะการตรวจสอบที่ไม่ละเอียดถี่ถ้วน หรือไม่ก็มีการปกปิดและป้องกันตัวผู้กระทำความผิดไว้อย่างรัดกุมจนไม่สามารถหาคนมาลงโทษได้

การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงภาพอันน่าหดหู่ในความหมายของการทำงานเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โลกของเรากำลังแย่ ความหลากหลายทางชีวภาพกำลังลดน้อยลง

แต่ผู้ศึกษาก็ยังคาดหวังว่า ผลของการศึกษาจะทำให้ภาคธุรกิจ รัฐบาล หรือนักลงทุนต่างๆ แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ให้มากยิ่งขึ้น

 


อ้างอิง When environmental activism is more dangerous than being a soldier
เรียบเรียงโดย เอกวิทย์ เตระดิษฐ์