ปธ.มูลนิธิสืบฯเตรียมยื่นรายชื่อสนับสนุนให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของไทยถึงรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ

ปธ.มูลนิธิสืบฯเตรียมยื่นรายชื่อสนับสนุนให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของไทยถึงรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ

ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้ เร่งประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดให้นกชนหินได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของประเทศไทย และมีแผนปฏิบัติการเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรนกชนหินในระยะยาวต่อไป

การรณรงค์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากสถานการณ์ล่านกชนหินตามที่ปรากฏเป็นกระแสข่าวเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2562 เพื่อนำส่วนหัวมาทำผลิตภัณฑ์ขายในตลาดมืด โดยในช่วงปีที่ผ่านมามีการพบการค้านกเงือกอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนกชนหิน ข้อมูลจากองค์กร TRAFFIC ที่ได้ทำการสำรวจเพื่อประเมินและประมาณขนาดของการค้านกชนหิน รวมถึงชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ของนกเงือกชนิดพันธุ์อื่นๆ บนช่องทางสื่อสังคมออนไลน์หรือเฟซบุ๊ก ทั้งในกลุ่มเปิดและกลุ่มปิดในประเทศไทย พบการโพสต์ขายนกชนหิน คิดเป็นสัดส่วน 83% จากชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์นกเงือกทั้งหมด ซึ่งถูกเสนอขายในช่วงเวลา 64 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 ถึง เมษายน 2562 นอกจากภัยคุกคามที่เกิดจากการล่าแล้ว การตัดไม้ทำลายป่าอย่างหนักก็เป็นปัจจัยเร่งทำให้ถิ่นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและอาหารของนกเงือกหมดไป จึงทำให้หลายฝ่ายมีความกังวลว่านกชนหินจะสูญพันธุ์ในไม่ช้า

 

แคมเปญรณรงค์ในเว็บไซต์ change.org

ทั้งนี้จดหมายดังกล่าวได้แนบรายชื่อประชาชนจำนวน 26,000 รายชื่อ ที่ร่วมลงชื่อผ่าน change.org เพื่อขอให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนอันดับที่ 20 ของไทย และปัจจุบันยังคงมีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
สามารถร่วมลงชื่อได้ที่ : http://change.org/SaveHornbill

สืบเนื่องจากสถานการณ์ล่านกชนหินตามที่ปรากฏเป็นข่าวโด่งดังเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2562  เพื่อนำส่วนหัวมาทำผลิตภัณฑ์ขายในตลาดมืด โดยในช่วงปีที่ผ่านมามีการพบการค้านกเงือกอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนกชนหิน ข้อมูลจากองค์กร TRAFFIC ที่ได้ทำการสำรวจเพื่อประเมินและประมาณขนาดของการค้านกชนหิน รวมถึงชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ของนกเงือกชนิดพันธุ์อื่นๆ บนช่องทางสื่อสังคมออนไลน์หรือเฟซบุ๊ก ทั้งในกลุ่มเปิดและกลุ่มปิดในประเทศไทย พบการโพสต์ขายนกชนหิน คิดเป็นสัดส่วน 83% จากชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์นกเงือกทั้งหมด ซึ่งถูกเสนอขายในช่วงเวลา 64 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 ถึง เมษายน 2562