ห้วยหินดำและประตูป่า

มาเยี่ยมห้วยหินดำ และจุดสกัดประตูป่า

นานแล้วที่ผมไม่ได้มีโอกาสแวะมาเยี่ยมหมู่บ้านห้วยหินดำ  หมู่บ้านกะเหรี่ยงในหุบเขาที่ขอบอำเภอด่านช้างจังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากเป็นหมู่บ้านที่มีการจัดการปัญหาที่ดินป่าไม้ และมีแนวทางการสร้างเครือข่ายการทำงานภายในชุมชนที่ค่อนข้างก้าวหน้าไปไกล ดังนั้นในช่วงหลังที่พวกเราขยายงานจอมป่าสู่พื้นที่ใหม่ หมู่บ้านนี้จึงเป็นพื้นที่ที่ผมไม่ค่อยได้มีกิจกรรมร่วมกับเขามากนัก แต่เราก็ยังมีอาสาสมัครที่คอยทำงานช่วยเหลือประสานงานกันอยู่อีกคนชื่อ “น่า” เป็นหนุ่มกะเหรียงตัวเล็กที่มีพื้นฐานการทำงานป่าชุมชนมาอย่างโชกโชน

วันนี้มีเพื่อนจากสายงานธุรกิจธนาคารที่มีความประสงค์จะใช้พื้นที่ทำงานของเราในการพัฒนาแนวคิดการทำงานเพื่อสังคมให้กับองค์กรต้นสังกัดมาขอให้พาไปหาความรู้เรื่องธนาคารข้าวโดยใช้เวลาสั้นๆ พวกเราจึงตัดสินใจพาไปดูธนาคารข้าวที่ห้วยหินดำ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำมาร่วมสิบกว่าปีตั้งแต่ครั้งพี่พยงค์ ศรีทอง NGO ผู้เข้ามาตั้งรกรากในหมู่บ้านและเริ่มวางรากฐานให้ห้วยหินดำเป็นหมู่บ้านพิเศษที่กระบวนการจัดการพื้นที่และชุมชนอย่างดีมาถึงทุกวันนี้ก่อนที่ recofte และสืบ จะมาต่อยอด

นริศนัดหมายให้ลุงไกว ผู้ใหญ่ไก่ อบต.โจ และพี่ต่ะ ประธานธนาคารรวมถึงคนอื่นๆรอเราอยู่แล้วที่ใต้ร่มไม้ในหมู่บ้าน การอธิบายเรื่องธนาคารข้าวใช้เวลาไม่นานนักกับการทำความเข้าใจเพราะก็เป็นหลักการเดียวกับการฝากเงินถอนเงินยืมเงิน ดังนั้นสาวๆกรุงเทพจากสายงานธนาคารจึงสามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ต้องมีข้อสงสัยใดๆ แต่งานต่อมาที่เราถือโอกาสอธิบายงานจอมป่าที่ห้วยหินดำนี่สิที่เป็นงานยาก เพราะแขกของเราแทบไม่เคยมีพื้นฐานงานอนุรักษ์ป่า และความเข้าใจในสภาพปัญหาความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทำกินในป่าอนุรักษ์มาก่อนเลย แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเดินตามลุงไกวขึ้นไปดูสภาพภูมิประเทศบนภูเขาท่ามกลางแดดแรงของวันสุดท้ายเดือนกุมภา ก็ดูว่าทุกๆคนค่อยเข้าใจและมากระจ่างตอนได้ดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนจากลูกที่ชาวบ้านช่วยกันไปเก็บและปอกเฉาะดื่มให้ในสวนบ้านเรียนรู้ลุงไกวนั่นเอง

เราออกจากห้วยหินดำตอนเย็นแล้ว ขับรถลงใต้ข้ามมายังพรมแดนเขตจังหวัดกาญจนบุรีมายังสามแยกเข้าอำเภอศรีสวัสดิ์ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารเล็กๆที่ทำหน้าที่เป็นป้อมเฝ้าระวังการทำลายทรัพยากรจากบนภูเขาและใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดียวที่จะลงมาชุมชนเมืองด้านล่างที่เรียกกันว่า “จุดสกัดประตูป่า”

ประตูป่าเป็นกิจกรรมที่เกิดจากการคิดต่อยอดงานจอมป่าของผู้นำชุมชนที่มีความคับข้องใจในข้อหาจากคนด้านนอกและหน่วยงานของรัฐว่าเป็นต้นเหตุของการลักลอบทำลายป่าล่าสัตว์ป่านำไม้สัตว์ป่าออกไปขาย จึงรวมตัวกันตั้งเป็นจุดสกัดร่วมกับฝ่ายรัฐซึ่งให้ความร่วมมือทำกิจกรรมโดยอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ พื้นที่อนุรักษ์ที่อยู่ในพื้นที่ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมจุดสกัด  และในแต่ละเดือนก็มีผลงานป้องปรามและร่วมยับยั้งการนำทรัพยากรออกไปจากพื้นที่จากคนนอกและผู้มีอิทธิพลได้หลายกรณี

ผมพบกับพี่ผู้พัน อดีตทหารที่เกษียณอายุมาอยู่บริเวณนี้และบริจาคที่ดินให้สร้างป้อมและตัวเองก็เป็นหนึ่งในอาสาสมัครที่เข้ามาร่วมทำงานรักษาทรัพยากรอย่างเข้มแข็ง โดยในวันนี้นอกจากผู้พันแล้วเหล่าผู้นำและอาสาสมัครก็ได้มารอคุยกับพวกเราหลายคน ทำให้แขกของเราเข้าใจว่านอกจากฝ่ายรัฐแล้วการมีส่วนร่วมเอาใจใส่ของชุมชนนี่เองที่จะเป็นคำตอบของความสำเร็จในการรักษาป่า และเป็นรูปธรรมของการมีส่วนร่วมของพลเมืองในการใช้ประโยชน์และบำรุงรักษาทรัพยากรตามสิทธิในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน

วงข้าวเย็นที่สำนักงานภาคสนามสุพรรณกลายเป็นวงสนทนาถึงความเป็นไปได้ในการทำโครงการสนับสนุนจากภาคธุรกิจพวกเรามีโอกาสเล่าให้แขกฟังถึงรายละเอียดของการทำงานและแนวทางที่เราคิด มีแนวคิดดีๆที่ได้แลกเปลี่ยนกันอย่างต่อเนื่องมาจนถึงค่ำคืนที่บ้านพักของอุทยานเฉลิมรัตนโกสินทร์หรือถ้ำธารลอดอีกมากมายที่น่าจะได้ทำงานร่วมกัน อันนี้กระมังที่เขาเรียกว่า CSR อะไรทำนองนี้ หรือปล่าว? เห็นกำลังเป็นกระแสที่ภาคธุรกิจกำลังให้ความสนใจ

วันต่อมามีโอกาสได้ดูพื้นที่ทำงานผ่านประตูป่าขึ้นไปถึงบ้านบ้านบึงชะโค ซึ่งตรงกับงานไหว้เจดีย์ประจำปีของชาวกะเหรี่ยงในหมู่บ้านละแวกนั้นพอดี ขนมทองโย๊ะและ เสียงร้องเพลงโบราณที่บอกเล่าถึงคำสอนคำทำนายของปู่ย่าตายายจากป้าไม้แคะและเพื่อนร่วมรุ่น และเสียงแคนของผู้เฒ่า สอดประสานกับการแปลความหมายลึกซึ้งหม่นเศร้าจากพี่วันดี และพี่ยุพิน เสริมความเข้าใจในการทำงานและสิ่งที่ชุมชนคิดได้อย่างพอดี

ก่อนกลับเรามาแวะเยี่ยมผู้ใหญ่ชล พันธมิตรที่สำคัญของเราที่บ้านตีนตก วันนั้นที่บ้านผู้ใหญ่กำลังใช้เป็นที่นัดหมายประชุมการทำงานเรื่องไฟป่าอยู่พอดี ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าวันนี้กำลังจะกลับกรุงเทพฯและเป็นความจริงที่เราจะต้องมาเจอกับสถานการณ์เรื่องอะไรต่อไปในบรรยากาศหลังการยึดทรัพย์

เพราะพอดีว่าชุดที่ประชุมไฟป่า ใส่เสื้อสีแดงกันทุกคนเลยครับ (ฮา)

(ขอบคุณภาพประกอบจากคุณจูน CIMB bank ครับ)

7 Responses to “ห้วยหินดำและประตูป่า”

  1. freeda พูดว่า:

    คุณศศินเขียนเล่าได้เห็นภาพ เหมือนเกี๊ยงแอบฟังอยู่โต๊ะข้างๆเลยคะ (ฮะ ฮา)^^

    ปล…อ่านแล้วรู้สึกดีที่ยังมีคนเห็นความสำคัญของการรักษาทรัพยากร แปะ ดาว ดาว ดาว

  2. คีตโศก พูดว่า:

    ป้ามาแปะดาวได้ไง ไม่ใช่ exteen นะ haha

  3. โก๊งจางง พูดว่า:

    เห็นภาพเลยคับพี่ …สาว ๆๆๆ 555

  4. freeda พูดว่า:

    แปะดาวให้คุณศศิน คีตโศกเกี่ยวไร ( ฮะ ฮา ฮ่า ห้า )

  5. นริศ พูดว่า:

    ขอบคุณครับพี่ศศินที่นำข้อมูลพื้นที่ป่าใกล้เมืองลงในเวปให้คนรักป่าได้รับรู้ว่าถึงจะอยู่ใกล้เมืองก็ยังมีวิถีวัฒนธรรมที่ยังบ่งบอกถึงความเป็นคนที่อยู่กับป่ายินดีมาก ที่พี่ศศินและคณะมาในพื้นที่ มีความสุขกับสิ่งที่ได้เห็นและก็ยินดีมากๆ ทางคณะที่มากับพี่ศศินจะทำกิจกรรมร่วมกับมูลนิธิขอขอบคุณธนาคารอะไรสักธนาคารหนึ่งที่เรียกยาก (ใครรู้ช่วยบอกหน่อย) ที่มีใจจะมาช่วยเหลือชุมชนและมูลนิธิในการทำงาน : พักบ้างนะพี่ศศิน พี่เปิ้ล ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้กล่าวถึงพี่เปิ้ลจริงๆอยากกล่าวถึงแต่ขอเป็นช๊อตต่อไปนะครับ

  6. นริศ พูดว่า:

    9 มีนาขอเม้าให้สมาชิกฟังซักหน่อยเหตุเกิด 13 นาฬิกา ณ สำนักงานสุพรรณ-กาญจนฯ มีคาริเบี้ยนสี่ขาวเดินทางมาจอดข้างสำนักงานด้วยความเร็วสูงไม่สนในสิ่งอื่นใด งุ่นง่านไปเสียบกระติกน้ำ เตรียมพร้อมที่จะกินกาแฟอย่างขมๆ เผื่อหูตาจะได้สว่างขึ้น ลูกน้อง 3 คนกำลังแก้ไขปัญหาเรื่องแย่งชิงน้ำโดยการเก็บขยะในลำห้วยหลังสำนักงานตะโกนเรียกลูกพี่อย่างเป็นห่วง จนทนไม่ไหวทั้งสามคนต้องเดินมาหาคำถามแรก “เป็นไงบ้างพี่” คำตอบ “โครตดีเลยวะ” อะไรเหรอพี่ ” ไปหานายอำเภอมาและโจโฉบรรยากาศโครตดีเลยวะ” มาโม้ประมาณชั่วโมงครึ่งแล้วก็บอกว่า “ต้องไปละ” รู้สึกสงสัย ไปไหนหน่อ? คำตอบคือ “กำแพงเพชร”แล้วจะเล่าต่อไปในอนาคต….

  7. ศศิน พูดว่า:

    ไปได้แค่แม่วงก์ครับ กลับมาบ้านแล้ว นริศเตรียมข้อมูลสำหรับวันจันทร์ด้วยครับ

Leave a Reply