คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และการเปิดประมูลโครงการ

อีเมล พิมพ์ PDF
 

ต้นทุนที่แท้จริงของถ่านหิน

อีเมล พิมพ์ PDF
ต้นทุนที่แท้จริงของถ่านหิน
สหรัฐอเมริกาพึ่งพิงถ่านหินในการผลิตไฟฟ้ามากกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งมีการศึกษาวิจัยพบว่า พลังงานถ่านหินมีต้นทุนแฝงมูลค่ากว่า 345 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ เช่น ปัญหาสุขภาพในกลุ่มผู้ใช้แรงงานในเหมืองถ่านหิน รวมถึงมลภาวะโดยรอบโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน
กลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดค้นพบว่า หากรวมต้นทุนข้างต้นเข้าไปในค่าไฟฟ้าจะทำให้ราคาของไฟฟ้าที่ผลิตโดยถ่านหินเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า โรงไฟฟ้าถ่านหินแต่เดิมนั้นถูกใช้อย่างแพร่หลายเนื่องจากต้นทุนในการบริหารจัดการต่ำ
“ต้นทุนดังกล่าวไม่ได้ตกอยู่กับอุตสาหกรรมถ่านหิน แต่เป็นสิ่งที่พวกเราต้องจ่ายในภาษี” Paul Epstein ผู้นำการวิจัย อาจารย์ใน Harvard Medical School และผู้จัดการศูนย์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมโลก (Centre for Health and the Global Environment) กล่าว
“ต้นทุนสาธารณะของการใช้ถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้านั้นสูงกว่าต้นทุนของถ่านหินอย่างมาก ผลกระทบจากอุตสาหกรรมถ่านหินมีมากกว่าการที่ไฟในบ้านเราสว่าง”
โรงไฟฟ้าถ่านหินปัจจุบันผลิตไฟฟ้าราวร้อยละ 45 ของกระแสไฟฟ้าทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา อ้างอิงจากข้อมูลจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ผลกระทบจากการเผาถ่านหินคิดเป็นต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มราว 18 เซนต์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเปลี่ยนจากแหล่งพลังงานที่ราคาถูกที่สุดเป็นแหล่งพลังงานราคาแพงที่สุด
ในรอบปีที่ผ่านมา ราคาขายปลีกไฟฟ้าเฉลี่ยของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 10 เซนต์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมงอ้างอิงจากข้อมูลจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ
ตัวแทนจากโรงไฟฟ้าถ่านหินโต้ว่า ถ่านหินเป็นพลังงานที่ราคาถูกที่สุดในแหล่งพลังงานทั้งหมดซึ่งมีอยู่ในสหรัฐอเมริกา และยังทำให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานจากลมและแสงอาทิตย์อีกด้วย
“บทความของคุณ Epstein ไม่ได้สนใจประโยชน์มหาศาลของถ่านหินในการคงระดับพลังงานราคาถูกแก่ครอบครัวและธุรกิจของอเมริกา” Lisa Camooso Miller โฆษกหญิงจากแนวร่วมอเมริกันเพื่อพลังงานไฟฟ้าถ่านหินสะอาด (American Coalition for Clean Coal Electricity) กล่าว “การที่มีพลังงานราคาถูกนั้นนำไปสู่มาตรฐานชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น”
ปัจจัยด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม
การประมาณการต้นทุนแฝงได้รวมเอาผลกระทบข้างเคียงหลายด้านจากการผลิตถ่านหิน หนึ่งในนั้นคือต้นทุนจากอัตราการเป็นมะเร็งที่เพิ่งขึ้น และโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบริเวณเหมืองถ่านหิน ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการท่องเที่ยวในพื้นที่เหมืองถ่านหินแบบเปิด (moutaintop removal) รวมถึงผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาถ่านหิน
ทั้งนี้ ถ่านหินยังปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุด หากเปรียบเทียบกับก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมัน
ตัวเลข 345 พันล้านดอลล่าร์ต่อปี มาจากการศึกษาภายใต้การคาดการณ์ที่ดีที่สุดของต้นทุนในการเผาถ่านหิน ซึ่งงานวิจัยได้ระบุว่า ต้นทุนดังกล่าวอาจต่ำที่สุดที่ 175 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี หรือสูงถึง 523 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี
“เราอาจมองต้นทุนดังกล่าวในอีกทางหนึ่งคือ ต้นทุนในการช่วยเหลือเด็กๆ ที่เป็นโรคหืด ลดผลกระทบในทะเลสาบที่มีฝนปนเปื้อนมลภาวะ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นี่คือภาษีที่เราต้องจ่ายให้กับอุตสาหกรรมถ่านหิน ซึ่งเราอาจไม่เห็นใบเสร็จ แต่ความจริงแล้วเรากำลังแบกรับต้นทุนเหล่านั้นอยู่” Kert Davies ผู้อำนวยการทีมวิจัยกลุ่มเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อม Greenpeace
ตัวเลขประมาณการในรายงานวิจัย “ต้นทุนทางบัญชีเต็มจำนวนตลอดวงจรผลิตภัณฑ์ถ่านหิน” จะตีพิมพ์ใน Annals of the New York Academy of Sciences โดย Paul Epstein ได้นำผลการค้นพบดังกล่าวมาพูดคุยบนเรือ Arctic Sunrise เรือความยาว 50 เมตรซึ่งดำเนินการโดย Greenpeace ที่ท่าเรือ Boston
ถอดความจาก Coal's hidden costs top $345 billion in U.S.-study โดย Scott Malone เข้าถึงได้ที่ http://www.reuters.com/article/2011/02/16/usa-coal-study-idUSN1628366220110216
เข้าถึง Info Graphic แสดงแหล่งที่มาของต้นทุนถ่านหินได้ที่ http://www.chgeharvard.org/resource/explore-true-costs-coal
ถอดความโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
โรงไฟฟ้าถ่านหินสหรัฐอเมริกาพึ่งพิงถ่านหินในการผลิตไฟฟ้ามากกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งมีการศึกษาวิจัยพบว่า พลังงานถ่านหินมีต้นทุนแฝงมูลค่ากว่า 345 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ เช่น ปัญหาสุขภาพในกลุ่มผู้ใช้แรงงานในเหมืองถ่านหิน รวมถึงมลภาวะโดยรอบโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน
กลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดค้นพบว่า หากรวมต้นทุนข้างต้นเข้าไปในค่าไฟฟ้าจะทำให้ราคาของไฟฟ้าที่ผลิตโดยถ่านหินเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า โรงไฟฟ้าถ่านหินแต่เดิมนั้นถูกใช้อย่างแพร่หลายเนื่องจากต้นทุนในการบริหารจัดการต่ำ
 

เดนมาร์คผลิตไฟฟ้าจากลมได้ 140% !

อีเมล พิมพ์ PDF
ฟาร์มกังหันลมในประเทศเดนมาร์คสามารผลิตไฟฟ้าได้จำนวนมาก โดยนอกจากจะตอบสนองความต้องการภายในประเทศแล้ว เดนมาร์คยังส่งออกไฟฟ้าให้กับประเทศอย่างนอร์เวย์ เยอรมัน และสวีเดน
ในวันที่มีลมแรง เดนมาร์คจะสามารถผลิตไฟฟ้าจากลมได้สูงถึง 1.16 เท่าของความต้องการไฟฟ้าภายในประเทศ และเมื่อตอน 15 นาฬิกาที่ความต้องการไฟฟ้าลดลง ตัวเลขสะท้อนว่ากำลังผลิตจากกังหันลมคิดเป็น 1.4 เท่าของความต้องการไฟฟ้า !
ระบบเชื่อมต่อไฟฟ้าระหว่างประเทศ ทำให้พลังงานไฟฟ้าส่วนเกินร้อยละ 80 สามารถส่งต่อไปยังประเทศเยอรมันและนอร์เวย์ ที่สามารถจัดเก็บพลังงานส่วนเกินดังกล่าวไว้ในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำเพื่อใช้ในภายหลัง โดยมีประเทศสวีเดนซื้อพลังงานส่วนที่เหลือไป
“ตัวเลขดังกล่าวยืนยันว่าโลกที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป”Oliver Joy โฆษกประจำฝ้ายการค้า European Wind Energy Association กล่าว “พลังงานลมและพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ถือว่าเป็นทางออกสำหรับโลกคาร์บอนต่ำ รวมถึงการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในเวลาที่มีความต้องการใช้พลังงานในระดับสูง”
ตัวเลขระดับพลังงานดังกล่าวมาจากเว็บไซต์ของ the Danish transmission systems operator (energinet.dk) ที่ให้ข้อมูลระดับการผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนแบบนาทีต่อนาทีในกริดของประเทศ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยืนยันว่า ในช่วงที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ให้ตัวเลขสัดส่วนที่สูงมาก ฟาร์มกังหันลมยังไม่ได้ผลิตไฟฟ้าในระดับกำลังการผลิตสูงสุดคือ 4.8 กิกะวัตต์เลยด้วยซ้ำ
การเติบโตอย่างรวดเร็วในการติดตั้งฟาร์มกังหันลมทำให้ประเทศเดนมาร์คสามารถผลิตไฟฟ้าเกินกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับกำลังการผลิตสูงสุดได้ก่อนปี พ.ศ. 2563
“ตอนนี้มีโครงการฟาร์มกังหันลมขนาดใหญ่ที่จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 0.5 กิกะวัตต์ซึ่งจะเริ่มผลิตได้ก่อนถึงปลายทศวรรษนี้ และอีกโครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 1.5 กิกะวัตต์ซึ่งกำลังจะก่อสร้าง โดยในทุกๆ ปี การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเติบโตขึ้นราวปีละ 18%” Kees van der Leunผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Ecofysกล่าว
“หากเราต้องการเห็นภาพนี้เกิดขึ้นในระดับภูมิภาคยุโรป มันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะพัฒนาระบบกริดที่ล้าสมัยเพื่อให้สามารถมีการซื้อขายไฟฟ้าในระดับระหว่างประเทศโดยใช้ตลาดเดียวกัน”Oliver Joy กล่าวเพิ่มเติม
กำลังการผลิตไฟฟ้าจากลมของเดนมาร์คราว 3 ใน 4 มาจากฟาร์มกังหันลมในฝั่ง (onshore)โดยมีการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเข้มแข็ง
ถอดความจาก Wind power generates 140% of Denmark's electricity demand
โดย Arthur Neslen เข้าถึงได้ที่ http://www.theguardian.com/environment/2015/jul/10/denmark-wind-windfarm-power-exceed-electricity-demand
ถอดความโดย รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์
กังหันลมไฟฟ้าฟาร์มกังหันลมในประเทศเดนมาร์คสามารผลิตไฟฟ้าได้จำนวนมาก โดยนอกจากจะตอบสนองความต้องการภายในประเทศแล้ว เดนมาร์คยังส่งออกไฟฟ้าให้กับประเทศอย่างนอร์เวย์ เยอรมัน และสวีเดน

ในวันที่มีลมแรง เดนมาร์คจะสามารถผลิตไฟฟ้าจากลมได้สูงถึง 1.16 เท่าของความต้องการไฟฟ้าภายในประเทศ และเมื่อตอน 15 นาฬิกาที่ความต้องการไฟฟ้าลดลง ตัวเลขสะท้อนว่ากำลังผลิตจากกังหันลมคิดเป็น 1.4 เท่าของความต้องการไฟฟ้า!
 

เอกชนแห่ยื่นขอสัมปทานเหมืองโปแตชอีสานกว่า 3.5 ล้านไร่

อีเมล พิมพ์ PDF

โปแตซเอกชนแห่ยื่นขอสัมปทานเหมืองโปแตชอีสานกว่า 3.5 ล้านไร่ เอ็นจีโอ โต้หม่อมอุ๋ย สิทธิ เสรีภาพประชาชนสำคัญกว่าเทคโนโลยี : หลังจากเมื่อคืนวันศุกร์ที่  17 กรกฎาคม ที่ผ่านมมา  ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ได้กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ต่อจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมีช่วงหนึ่ง รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ได้กล่าวถึง การพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่โปแตชในภาคอีสาน ว่าประเทศไทยมีทรัพยากรที่น่าสนใจคือ โปแตช เป็นกระทะใหญ่โปแตชใต้ดินในอีสาน โปแตช อยู่กับหิน 2 อย่างเค็มทั้งคู่ ซึ่งโปแตชหินเรามีเทคโนโลยีที่สะอาดอยู่ที่เยอรมัน สามารถทำหินโปแตชที่สะอาดเหมือนเดิม และรับประทานได้

 

สี่ทศวรรษของความทุกข์ : ผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ที่ถูกลืม

อีเมล พิมพ์ PDF

โรงไฟฟ้าถ่านหินบทความนี้ต้องการนำเสนอข้อมูลผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่โดยนำข้อมูลมาจากรายงานความก้าวหน้างานวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพและวิถีชีวิตบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดกระบี่ หรือ “งานมหาลัยเล” ซึ่งจัดทำขึ้นโดยนักวิจัยชาวบ้าน 8 หมู่บ้านบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดกระบี่ ซึ่งรวมถึงหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ ที่กำลังเกิดกระแสการต่อต้านในขณะนี้  เพราะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้เร่งรีบเปิดประมูลในวันที่ 22 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ขณะที่รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA ยังไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม  พ.ศ.2535