5 ข่าวเด่นสิ่งแวดล้อม ก.ย.57 - ส.ค. 58

อีเมล พิมพ์ PDF

ข่าวสิ่งแวดล้อม1. ภัยแล้ง ปัญหาระดับชาติ ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หลังจากวันพืชมงคลซึ่งเป็นสัญญาณเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนฝนฟ้าจะไม่เป็นใจ ทั่วทั้งประเทศต้องตระหนกและหวั่นใจกับภาพรายงานข่าวประจำวันที่แสดงให้เห็นชัดว่าหลายจังหวัด กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง กลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดดูเหมือนจะเป็นเกษตรกรที่ต้องมองดูข้าวยืนต้นตาย เนื่องจากขาดแคลนน้ำ ขณะเดียวกันคนกรุงเทพก็ไม่รอดพ้นวิกฤติ อย่างน้อยแล้งครานี้ก็ได้กินน้ำเค็มปะแล่มๆ อยู่หลายวัน เพราะไม่มีปริมาณน้ำมากพอที่จะช่วยผลักดันน้ำเค็ม

 

ณรงค์ศักดิ์ มาลีศรีโสภา กาแฟรักษาป่าต้นน้ำ

อีเมล พิมพ์ PDF

ณรงค์ศักดิ์ มาลีศรีโสภาณรงค์ศักดิ์ มาลีศรีโสภา เจ้าหน้าที่ภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียร คนบนดอยสูง ณ บ้านแม่กลองน้อย อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เข้ามาร่วมงานกับมูลนิธิสืบฯ เมื่อ 2 ปีก่อน เขาตัดสินใจเข้าร่วมงานกับมูลนิธิสืบฯ เพราะเห็นการทำงานด้านการส่งเสริมอาชีพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขององค์กร และคิดว่านี่น่าจะเป็นคำตอบให้กับชุมชนของตัวเองที่กำลังถูกเกษตรเชิงเดี่ยวรุกเข้ามาทำลายพื้นที่สีเขียว

 

ธนบัตร อุประ จากเมืองสู่ป่ากับการเรียนรู้อยู่เพื่อธรรมชาติ

อีเมล พิมพ์ PDF
ธนบัตร อุประ เจ้าหน้าที่ภาคสนามมูลนิสืบนาคะเสียร ประจำพื้นที่อุ้มผางจังหวัดตาก ชายหนุ่มวัย 27 เป็นอดีตนักวอลเลย์วอลชายหาดเยาวชนทีมชาติในสมัยมัธยมปลาย เป็นหนุ่มรัฐประศาสนศาสตร์ในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัย เป็นช่างแอร์หลังจากจบการศึกษา และเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่มีอายุน้อยที่สุดของมูลนิธิ หากย้อนไปเมื่อสามปีก่อน ในวัย 24 เด็กหนุ่มที่จบการศึกษาโดยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเป็นหลัก ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในการหลีกหนีชีวิตในเมือง เพื่อไปแสวงหาชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติ
เขาเล่าถึงเรื่องราวในสมัยเรียนถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจเรื่องราวธรรมชาติว่า “ผมเป็นคนชอบฟังเพลงเพื่อชีวิต ซึ่งมีเนื้อหาเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ รวมถึงก่อนจบการศึกษาทางคณะได้กำหนดให้ทุกคนเขียนบทความวิชาการส่งหนึ่งชิ้น ซึ่งผมเขียนเรื่องอดีตอนาคตสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แรงบันดาลใจที่ทำให้เขียนเรื่องนี้ก็มาจากสืบ นาคะเสถียร จากที่เคยได้ฟังเพลงที่มีเรื่องราวของสืบ หลังจากนั้นผมก็ได้ไปหาข้อมูลจากหนังสือเกี่ยวกับสัตว์ป่า และข้อมูลหลักๆ ก็ได้มาจากทางมูลนิธิสืบฯ นั่นน่าจะเป็นจุดสำคัญที่ได้ทำรู้จัก สืบ นาคะเสถียร เพิ่มมากขึ้น”
ธนบัตรยังใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเป็นหลัก ด้วยงานในสายที่เรียนมาในช่วงเวลานั้นค่อนข้างจะหายาก เขาจึงได้ไปสมัครงานอยู่ที่บริษัทแอร์แห่งหนึ่ง ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ฝ่านเทคนิค ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขาเอง
“ช่วงจบมาด้วยคณะที่ผมเรียนค่อนข้างที่จะหางานยาก เลยคิดว่ามีงานอะไรให้ทำก็ทำไปก่อน จนได้ไปสมัครเป็นช่างฝ่ายเทคนิคบริษัทแอร์ แต่ทำงานไปได้ประมาณสัก 7 เดือน แล้วเกิดความเบื่อหน่ายจากงานที่จำเจ คือคิดอยู่เสมอว่าเรียนจบมาทั้งที เราจะมาทำงานแบบอยู่ไปวันๆ ตื่นมากินข้าวออกไปทำงานแล้วก็กลับมาอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ในเมืองเท่านี้เองหรอ เกิดความรู้สึกอยากจะทำงานเพื่อคนอื่นทำงานเพื่อสังคมบ้าง ให้สังคมได้ประโยชน์จากความสามารถที่เราได้ร่ำเรียนมา”
หลังจากนั้นไม่นนานโอกาสของเขาก็มาถึง เมื่อมีข่าวว่ามูลนิธิสืบนาคะเสถียรเปิดรับสมัครงานในตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนาม
“รุ่งขึ้นผมไปลาออกจากงานที่ทำอยู่เลย ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าทางมูลนิธิสืบฯ จะรับผมเข้าทำงานหรือเปล่าด้วยซ้ำ ถึงตอนสัมภาษณ์งาน ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่รู้ว่ามางมูลนิสืบฯ ทำงานเกี่ยวกับอะไร ไม่มีพื้นฐานในงานด้านชุมชน ไม่มีความรู้ในเรื่องแผนที่ ใช้จีพีเอสไม่เป็น พี่เขาถามว่ารู้จักอุ้มผางพื้นที่ที่เราต้องไปทำงานไหม เรายังตอบพี่เขาไปว่าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย ถามอะไรก็ตอบไม่ได้ สัมภาษณ์เสร็จก็รออยู่ประมาณสองเดือนจนคิดว่าคงไม่ได้แล้ว แต่สุดท้ายมูลนิธิสืบฯ ก็โทรมาถามเราว่าอยากลองไปพื้นที่ที่ทำงานก่อนไหม ซึ่งเราก็ได้ตอบตกลงเลยได้ทำงานที่มูลนิธิ”
ธนบัตรเข้ามาทำงานที่มูลธิโดยที่ไม่มีพื้นฐานในการทำงานเกี่ยวกับชุมชุน เพราะไม่รู้ว่ามูลนิธิทำงานเกี่ยวกับอะไรมาก่อน รู้เพียงว่าอยากทำงานกับมูลนิธิเพียงเท่านั้น แต่ก็อาศัยได้ศึกษาจากพี่ๆ ที่ทำงานมาก่อนจนเริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับงาน ตลอดจนประสบการณ์ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างจากสังคมเมืองที่เขาเคยจากมา
“งานในป่าสอนให้เรารู้จักพึ่งตัวเองนะ อย่างไฟฟ้าก็จะมีจำนวนการใช้ที่จำกัด ต้องหัดก่อไฟ ทำอาหารหุงข้าวเองทั้งหมด ต้องเรียนรู้วิถีชีวิตวัฒนธรรมที่แตกต่างและหลากหลาย ชาวบ้านเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าคุณจะจบอะไรมาจากไหน หากเข้าไปอยู่ในพื้นที่เขาสนใจแค่เพียงว่าคุณหุงข้าวเป็นไหมเท่านั้น ถ้ายังพึ่งตัวเองไม่ได้โอกาสที่จะช่วยคนอื่นก็เป็นเรื่องยาก”
ธนบัตรทิ้งท้ายในเรื่องงานอนุรักษ์ไว้ว่า “จริงๆ แล้วงานอนุรักษ์เป็นเรื่องของทุกภาคส่วน ไม่ใช่เป็นเรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง มันเหมือนโดมิโน่ที่มีผลบกระทบเชื่อมโยงส่งต่อถึงกันทั้งหมด คนเมืองอาจจะคิดแค่ว่าน้ำมาจากก๊อก แค่เปิดก็มีน้ำใช้แล้ว แต่ไม่ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วน้ำมาจากป่า การจะช่วยกันอนุรักษ์สามารถเริ่มทำในเรื่องที่ง่ายๆ เอาแค่เรื่องใกล้ตัวแค่ประหยัดน้ำประหยัดไฟก็เพียงพอแล้ว”
ธนบัตร อุประธนบัตร อุประ เจ้าหน้าที่ภาคสนามมูลนิสืบนาคะเสียร ประจำพื้นที่อุ้มผางจังหวัดตาก ชายหนุ่มวัย 27 เป็นอดีตนักวอลเลย์วอลชายหาดเยาวชนทีมชาติในสมัยมัธยมปลาย เป็นหนุ่มรัฐประศาสนศาสตร์ในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัย เป็นช่างแอร์หลังจากจบการศึกษา และเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่มีอายุน้อยที่สุดของมูลนิธิ หากย้อนไปเมื่อสามปีก่อน ในวัย 24 เด็กหนุ่มที่จบการศึกษาโดยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเป็นหลัก ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในการหลีกหนีชีวิตในเมือง เพื่อไปแสวงหาชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติ
 

ยุทธชัย บุตรแก้ว วิถีธรรมนำทางงานอนุรักษ์

อีเมล พิมพ์ PDF
ยุทธชัย บุตรแก้ว เจ้าหน้าที่ภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เป็นคนอุ้มผางที่ไปเติบโตแม่สอดจังหวัดตาก ก่อนจะย้ายกลับมาเรียนที่อุ้มผาง
อีกครั้งในช่วงปลายชั้นประถมศึกษา ผ่านการใช้ชีวิตในวัยเยาว์อย่างเกเร จนถึงจุดที่เคยคิดว่าจะฆ่าตัวตาย ก่อนจะมีจุดพลิกผันที่ได้เข้าไป
อยู่วัดและได้เจอกับพระที่ทำงานด้านนักอนุรักษ์ โดยใช้หลักธรรมะเป็นตัวเชื่อม
“เป็นช่วงที่เรียอยู่ ปวช. ปี 3 ผมได้ตั้งกลุ่มอนุรักษ์ขึ้นมา มีวงดนตรี มีพระช่วยแต่งเพลงให้ เริ่มชวนกลุ่มอนุรักษ์มาพูดคุยทำงานเชื่อม
กลับกลุ่มอนุรักษ์ในวิทยาลัยตาก พากันไปห้วยขาแข้งซึ่งเป็นช่วงที่คุณสืบจากไปได้ไม่นาน อันนี้เป็นจุดเปลี่ยนหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะ
กระแสการอนุรักษ์ที่บูมอยู่ขณะนั้น การทำงานอนุรักษ์เหมือนกับเป็นการฝึกให้รู้จักการเสียสละ อย่างถ้าอยากเป็นนักอนุรักษ์ ใจคุณ
ต้องอนุรักษ์ด้วย วิถีของการอนุรักษ์คือวิถีแห่งพุทธ การอยู่แบบเรียบง่าย การใช้ประโยชน์สูงสุด เริ่มฝึกตัวเองจากไม่เคยเสียสละ เป็นเสีย
สละมากขึ้น ทั้งกำลังแรงกายแรงใจทุ่มเทให้หมด โดยมีธรรมมะเป็นจุดศูนย์กลาง”
ด้วยความที่เป็นคนพื้นที่ และได้ใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนที่มีความหลากหลาย ยุทธชัยจึงมีความเชื่อว่าการที่จะให้ป่าอยู่ได้นั้น จะต้องรักษาชุมชน
ไว้ให้ได้ด้วย เพราะวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิมนั้นไม่ได้มีผลกระทบกับป่า เขาจึงไม่เห็นด้วยกับการเอาคนออกจากป่า
“การเข้าไปทำงานชุมชนต้องใช้เวลาเป็นปี ตั้งแต่เริ่มศึกษาประเพณี วิถีชีวิตในแต่ละที่ว่าเขาชอบแบบไหนไม่ชอบแบบไหน ต้องศึกษา
เขาก่อนไม่ใช่ไปเอาความรู้ให้เขาก่อน ซึ่งในแต่ละพื้นที่เขาจะมีวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม อย่างเรื่องวิถีชีวิตประสบการณ์ต่างๆ มันไม่มีในที่เรา
เรียน เช่น ทำไมต้องทำบ้านอย่างนี้ ทำไมต้องมีประเพณีแบบนี้ วิถีชีวิตการทำไร่ทำสวนมันเชื่อมโยงกันหมดเราก็ศึกษา พอเรารู้องค์
ประกอบแล้วเราก็จะเข้าไปได้ถูกทาง”
เมื่อถามยุทธชัยถึงการทำงานอนุรักษ์มีความยากลำบากอย่างไรเขาได้ให้ความเห็นว่า “ผมคิดว่าไม่ยากถ้าเราทำจริง หมายถึงว่าถ้าเราคิด
ถึงว่าจะให้อะไรเขา ก็ต้องเหมือนกับที่ตัวเราอยากได้ด้วย เราก็ต้องทำเองด้วยเข้าใจเองด้วย อย่างการที่จะให้เขาทำบ้านเรียนรู้ผมก็ต้องทำ
เองด้วย บอกอย่างไรต้องทำอย่างนั้น บางทีแทบจะดูไม่ออกว่าจะต้องทำงาน มันเหมือนเป็นการใช้ชีวิตปกติของเราไปแล้ว มันก็เป็นเรื่อง
ของงานอาจจะยังไม่ถึงกับตกผลึกแต่ก็นำเอาไปใช้กับงานได้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมยังต้องฝึก ซึ่งผมเป็นคนที่ค่อนข้างช้า แต่ถ้าเข้าใจ
อะไรแล้วจะเข้าใจเลย ก็ผิดหวังมาเยอะเป็นช่วงแสวงหาไปเจอคนหลายกลุ่มหลายแนว เราจะรู้ว่าใช่ไม่ใช่ก็คือเอาหลักธรรมไปจับว่ามีเสีย
สละไหมมันก็จะออกมาเอง คนที่จะมาทำงานอนุรักษ์ถ้าไม่มีตรงนี้มันอยู่ไม่ได้นานต้องปลดความยากออก”
ยุทธชัยพูดถึงอุดมการณ์และมุมมองต่อสังคมในงานอนุรักษ์ด้วยวิถีแห่งธรรมะว่า “การเสียสละอะไรก็ตามที่ช่วยเหลือสังคมได้ อะไรก็ได้ที่
ไม่เบียดเบียนใครและเดือดร้อนใคร และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ก็จะยืนอยู่บนเส้นทางนี้ตลอด อย่างน้อยก็เป็นเส้นทางที่เราเดินมาแต่ไกล
ผมว่าคนที่จะรักธรรมชาติได้ต้องไม่ รัก โลภ โกรธ หลง แต่ต้องมีสติ ถ้าฐานตัวนี้ไม่มีการอนุรักษ์จะไม่ยั่งยืน เพราะมันจะเปลี่ยนเป็นความ
โลภ ความอยากได้อยากมีอยากดัง”
ยุทธชัย บุตรแก้วยุทธชัย บุตรแก้ว เจ้าหน้าที่ภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เป็นคนอุ้มผางที่ไปเติบโตแม่สอดจังหวัดตาก ก่อนจะย้ายกลับมาเรียนที่อุ้มผางอีกครั้งในช่วงปลายชั้นประถมศึกษา ผ่านการใช้ชีวิตในวัยเยาว์อย่างเกเร จนถึงจุดที่เคยคิดว่าจะฆ่าตัวตาย ก่อนจะมีจุดพลิกผันที่ได้เข้าไปอยู่วัดและได้เจอกับพระที่ทำงานด้านนักอนุรักษ์ โดยใช้หลักธรรมะเป็นตัวเชื่อม 
 

ความสุขจากการให้ คือรางวัลนักอนุรักษ์ ของ อำนาจ สุขขวัญ

อีเมล พิมพ์ PDF

อำนาจ สุขขวัญอำนาจ สุขขวัญ เจ้าหน้าที่ภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ประจำพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ในอดีตเขาเริ่มต้นทำงานในแวดวงเกษตอินทรีย์เมื่อราว 8 ปีก่อน จากการเข้ามาเป็นอาสาสมัครของชมรมกสิกรรมธรรมชาติ และอาสาสมัครชาสุขภาพจังหวัดกำแพงเพชร และนี่เป็นเหมือนก้าวแรกที่ทำให้เขาได้รู้จักผู้คนในแวดวงอนุรักษ์ก่อนได้เข้ามาร่วมงานกับทางมูลนิธินิสืบนาคะเสถียร

 

25 นักอนุรักษ์ สืบ นาคะเสถียร

อีเมล พิมพ์ PDF
25 นักอนุรักษ์ สืบ นาคะเสถียร