• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก กิจกรรม Details - เทศกาลศิลปวัฒนธรรมธิเบต “จากหิมาลัยถึงเจ้าพระยา”

เขียนอีเมล พิมพ์

กิจกรรม

Event 

Title:
เทศกาลศิลปวัฒนธรรมธิเบต “จากหิมาลัยถึงเจ้าพระยา”
When:
05/03/2010 - 11/03/2010
Where:
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร - Bangkok
Category:
ข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมสิ่งแวดล้อม

Description

tibat01มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ร่วมกับ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หอศิลป์ตาดู และ กลุ่มดินสอสี จัดเทศกาลศิลปวัฒนธรรมธิเบต “จากหิมาลัยถึงเจ้าพระยา” วันที่ 5 – 10 มีนาคม 2553 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ครั้งแรกของการแสดงในประเทศไทย โดยคณะศิลปินและนักแสดงจาก TIPA – Tibetan Institute of Performing Arts สถาบันศิลปะการแสดงธิเบต เมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดีย

TIPA – Tibetan Institute of Performing Arts หรือ สถาบันศิลปะการแสดงทิเบต จัดตั้งตามดำริขององค์ทาไลลามะที่ 14 ที่จะสืบสานสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมธิเบต เพื่อรักษาคุณค่าแห่งจิตวิญญาณของชนชาติธิเบต และ ของโลกไว้ เป็นทั้งสถานศึกษา แหล่งรวมศิลปิน และ คณะนักแสดงมืออาชีพ ตั้งอยู่ที่เมืองธรรมศาลา ตอนเหนือของประเทศอินเดีย โดยเปิดการแสดงให้กับผู้เดินทางไปแสวงบุญ และ เข้าเฝ้าองค์ดาไลลามะ รวมทั้งเดินทางแสดงตามเมืองต่างๆ ทั้งในประเทศอินเดีย และ เอเชีย อเมริกา และ ยุโรป

ในวาระครบรอบ 50 ปี แห่งการก่อตั้งสถาบัน คณะนักแสดงจาก TIPA – Tibetan Institute of Performing Arts เดินทางมาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยนำการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุดพิเศษ ซึ่งตระเวนแสดงมาแล้วกว่า 50 รอบ ในประเทศฮอลแลนด์ จัดแสดงใน เทศกาลศิลปวัฒนธรรมธิเบต “จากหิมาลัยถึงเจ้าพระยา” วันที่ 5 ถึง 10 มีนาคม 2553 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

พบกับสีสันการแสดงศิลปวัฒนธรรมธิเบตกว่า 15 ชุด จากคณะศิลปินและนักแสดงทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่กว่า 20 ชีวิต ตระเวนแสดงสร้างความประทับใจมาแล้วทั่วโลก ตื่นตาตื่นใจกับนาฏศิลป์อันงดงามของหลากชนเผ่าจากดินแดนหลังคาโลก สะท้อนวัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตอันเก่าแก่ อาทิ ลีลาสนุกสนานในบทเพลงแห่งความเบิกบานของการเฉลิมฉลองฤดูเก็บเกี่ยว การเต้นรำของนักเดินทางพเนจรชนเร่ร่อนแห่งทุ่งกว้างที่ราบสูง ระบำจามรี สัตว์พื้นเมืองเลื่องชื่อของธิเบต การร่ายรำแห่งจิตวิญญาณในชุดระบำหน้ากาก ระบำเทพเจ้ากวาง และ ระบำหมวกดำสำหรับประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ดื่มด่ำกับบทเพลงพื้นเมือง เครื่องดนตรีพื้นบ้าน และ การแสดงธิเบตโอเปร่า รอบปกติ 19.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เพิ่มรอบ 14.30 น. (เว้นวันจันทร์) สมทบทุนการแสดง 1,000.- บาท/ที่นั่ง (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด) รายได้สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กๆ ธิเบตในศูนย์อพยพ และ ดูแลคนชราธิเบตในการเดินทางแสวงบุญ
พร้อมด้วยนิทรรศการศิลปะ สุนทรียะอันลึกซึ้งด้วยพุทธปรัชญาธิเบต Sand Mandala มณฑลแห่งการตรัสรู้จากทรายหลากสี Butter Sculptures เครื่องสักการะเนยแกะสลัก โดยพระธิเบต ศิลปะภาพเขียนทังก้า Thangka Paintings อันวิจิตรพิสดาร ถวายบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แพทย์แผนธิเบต นิทรรศการภาพถ่าย หนังสือ และ ของที่ระลึกธิเบตอีกมากมาย

สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง ที่กลุ่มดินสอสี โทร.0-2623-2838-9 / เสมสิกขาลัย 0-2438-9331-2

...


รายละเอียดกิจกรรม
+ ปาฐกถาโดย Mrs. Jetsun Pema (น้องสาวองค์ทะไลลามะ)
+ ปาฐกถา “การกลับมาเกิดใหม่ในแง่วัชรยาน” และปฏิบัติภาวนาแบบธิเบต โดย Geshe Damdul Namgyal ล่ามประจำองค์ทะไลลามะ
+ เสวนา “การเวียนว่ายตายเกิดในโลกสมัยใหม่” และ “ธิเบต...ชีวิตบนหลังคาโลก”
+ นิทรรศการภาพองค์ทะไลลามะและวิถีแห่งธิเบต
+ สาธิตการทำ มนฑลแห่งการตรัสรู้จากทรายและเนย (Sand Mandala /Butter Sculpture)
+ การวาดภาพทังก้า การเขียนอักษรธิเบต
+ ออกร้านจำหน่ายของที่ระลึกเกี่ยวกับธิเบต
+ การแสดงวัฒนธรรมและดนตรี จากสถาบันศิลปะการแสดงธิเบต (TIPA)

รอบปฐมทัศน์ วันศุกร์ที่ 5 มี.ค. 2553 เวลา19.00 น. บัตรราคา 3,000 บาท การแสดงรอบทั่วไป บัตรราคา 1,000 บาท

เปิดแสดง
วันเสาร์ที่ 6 และอาทิตย์ที่ 7 มี.ค. 2553 จัดแสดง 2 รอบ เวลา 14.30 น. และ 17.00 น.
วันอังคารที่ 9 และวันพุธที่ 10 มี.ค. 2553  เวลา 17.00 น.

Venue

Venue:
หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
City:
Bangkok
Country:
Country: th

Description

โครงการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 โดยกลุ่มศิลปินร่วมสมัยแห่งประเทศไทยนับพันคนได้จัดแสดงผลงานที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยหวังให้สังคมเห็นว่า มีศิลปินมากพอที่ควรจะมี หอศิลป์ มาเป็นพื้นที่รองรับในการแสดงออกผลงาน และเก็บรักษาผลงานในอดีตและประวัติศาสตร์ เป็นที่รวมกลุ่มศิลปิน เพื่อพบปะ แลกเปลี่ยนความคิด แนวการทำงาน ผลก็คือการผลักดันให้เกิดการพัฒนาของวงการศิลปะในบ้านเมืองนี้

สมัยของ ดร.พิจิตต รัตตกุลได้รับตำแหน่งเป็นผู้ว่า กทม. มีการผลักดันจนกระทั่ง กทม. มีนโยบายที่จะสร้างหอศิลป์ขึ้น มีการกำหนดพื้นที่ตั้งหอศิลป์ที่บริเวณสี่แยกปทุมวัน และผู้ชนะจากการประกวดแบบหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้แก่ บริษัท Robert G. Boughey & Associates (RGB Architects) ความพร้อมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2539 แต่ในสมัยของนายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่า กทม. คนต่อมา โครงการหอศิลป์กรุงเทพมหานครถูกรื้อถอนโครงการความคืบหน้าเดิมทิ้งทั้งหมด โดยเปลี่ยนเป็นพื้นที่การค้าตามรูปแบบการใช้พื้นที่แถบนั้น และมีส่วนแสดงศิลปะไว้เล็กน้อย ซึ่งบรรดาศิลปินและคนทำงานศิลปะในหลายแขนงต่างไม่พอใจในการยุบโครงการนี้ เป็นอย่างมาก และได้เคลื่อนไหวเรียกร้องมาตลอดสมัยของนายสมัคร สุนทรเวช

จากการเคลื่อนไหวเรียกร้องต่อสู้เพื่อให้มีหอศิลป์โดยเครือข่ายประชาชน และกลุ่มศิลปินที่ยาวนาน จนกระทั่งกรุงเทพมหานคร โดยผู้ว่าราชการฯ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้เล็งเห็นความสำคัญของศิลปวัฒนธรรม และได้วางนโยบายด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นนโยบายหลัก โดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ของเด็ก เยาวชน และประชาชนในสังคม ให้ตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม สภาแห่งกรุงเทพมหานครจึงได้อนุมัติงบประมาณดำเนินการก่อสร้างหอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร 509 ล้านบาท[1] เพื่อผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม ซึ่งหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (Bangkok Art and Culture Centre) ได้เริ่มก่อสร้างในที่ดินของกรุงเทพมหานคร บริเวณสี่แยกปทุมวัน และได้มีการเปิดโครงการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2548

ในกำหนดการเดิม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จะสร้างเสร็จช่วงปลายปี 2549 แต่การก่อสร้างได้ล่าช้าออกไปจากเดิม แล้วเสร็จเปิดใช้งานเมื่อ พ.ศ. 2551 โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดหอศิลปฯ ประติมากรรมช้างเอราวัณ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ชุด "บารมีแห่งแผ่นดิน" และนิทรรศการโขนพรหมมาศ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 4 ปี นับตั้งแต่การเปิดโครงการหอศิลปฯ แห่งนี้อีกด้วย

รับข่าวสาร