![]() ไม่ใช่คนดัง ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ จะเป็นก็แค่คนธรรมดาสามัญ ที่ทำอะไรให้กับผืนป่าโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จากภาพ ซ้ายไปขวา นริศ บ้านเนิน หัวหน้าภาคสนามพื้นที่สุพรรณบุรี, ตะวันฉาย หงส์วิไล หัวหน้าภาคสนามพื้นที่นครสวรรค์และกำแพงเพชร, พงษ์ศักดิ์ ม่วงงาม หัวหน้าภาคสนามพื้นที่กาญจนบุรี, สมบัติ ชูมา หัวหน้าภาคสนามพื้นที่อุทัยธานี และยุทธชัย บุตรแก้ว หัวหน้าภาคสนามพื้นที่อุ้มผาง จ. ตาก ทั้ง 5 หัวหน้าภาคสนามมูลนิธิสืบนาคะเสถียร คือผู้ชายที่เรียกว่า 5 จอมป่า แต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบทำงานอยู่คนละพื้นที่ คนละจังหวัด แต่มีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ การอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกไว้ให้อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งเก็บรักษาผืนป่าธรรมชาติแห่งนี้เอาไว้ให้คนรุ่นหลัง นริศเขา ใช้ชีวิตอยู่กับชาวบ้านเหมือนพี่น้อง รวมทั้งร่วมแรงร่วมใจและคิดค้นให้ชาวบ้านสร้างประตูป่าขึ้นมา เพื่อให้เฝ้าระวังคนแปลกหน้าที่เดินทางเข้ามาลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ พงษ์ศักดิ์ เข้าไปแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทำกินระหว่างชาวบ้านคลิตี้ล่างกับ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทำให้ชาวบ้านหันมาเห็นประโยชน์ของป่าและการทำเกษตรแบพอเพียง จนชาวบ้านหลายคนที่นั่นหลุดพ้นจากวังวนหนี้สิน ขณะที่ตะวันฉายได้ทำ การปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ในพื้นที่ของเขาให้มีสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมชายวัย 37 ปีสอนให้กลุ่มวัยรุ่นและชาวบ้านสำรวจแนวเขตป่าชุมชน อีกทั้งฟื้นฟูป่าด้วยการปลูกต้นไม้เสริมจากที่ใช้ไปขึ้นมาใหม่ ด้านสมบัติและยุทธชัยก็ได้จัดตั้งโครงการอันเป็นประโยชน์แก่ผู้คนและป่าใน เขต ความรับผิดชอบของตนไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30 ป่า รักษาทุกโรค, โครงการบ้านเรียนรู้, โครงการทอผ้า, โครงการพริกแลกเกลือ, โครงการลาดตระเวนป่า ฯลฯ ที่ว่ามาคือส่วนหนึ่งในภารกิจของ 5 จอมป่า และจากสิ่งที่พวกเขาได้ทำ ส่งผลให้เหล่าจอมป่าทั้ง 5 ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลคค้นฅน อวอร์ด ครั้งที่ 1 ในสาขารางวัลผู้ปิดทองหลังพระ โดยงานประกาศผลรางวัลมีขึ้นในวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยคนธรรมดาสามัญ แต่ภารกิจที่แต่ละคนทำนั้นไม่ธรรมดา แต่ถึงแม้จะพลาดรางวัลไป ก็ใช่ว่าภารกิจที่ทำจะจบลงเพียงเท่านี้ ตราบใดที่ป่าตะวันตกยังไม่ถูกหยุดคุกคาม พวกเขาก็ยังคงไม่หยุดทำงานเช่นกัน |
|
|