• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
หน้าแรก อ่านข่าวย้อนหลัง ข่าว ประชาสัมพันธ์ เขื่อนไซยะบุรี ไม่ควรละเมิดเอ็มอาร์ซี

เขื่อนไซยะบุรี ไม่ควรละเมิดเอ็มอาร์ซี

อีเมล พิมพ์ PDF

เขื่อนไซยะบุรีในเวลาเดียวกับที่กระแสเรื่องเขื่อนแม่วงก์ตกเป็นที่จับตาและกลายเป็นประเด็นสาธารณะให้วิพากษ์กันถึงการอนุมัติโครงการราคา 13,280 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 เม.ย.55 (หลังครม.อนุมัติโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ 7 วัน) บริษัท ช.การช่าง (ลาว) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ได้เซ็นต์สัญญา มูลค่าสัญญาประมาณ 51,824.64 ล้านบาทกับบริษัทไซยะบุรีพาวเวอร์ (ลาว) เพื่อก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีโดยไม่ใส่ใจมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission: MRC) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2554 ที่ให้มีการศึกษาผลกระทบให้รอบด้านเสียก่อน


เขื่อนไซยะบุรี ถือเป็นเขื่อนแรกในโครงการสร้างเขื่อน 10 แห่งตามลำน้ำโขงที่รัฐบาลลาววางแผนจะก่อสร้าง ไม่นับรวมเขื่อนอีกร่วม 20 เขื่อนที่จีนได้สร้างทางตอนบนของลุ่มน้ำนี้มาก่อนหน้า ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเปลี่ยนแม่น้ำโขงให้กลายเป็นแหล่งพลังงานขนาดใหญ่แหล่งต่อไปของโลก โดยรัฐบาลลาวแสดงความเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ประเทศเช่นเดียวกับช่วยเพิ่มรายได้ของประชาชน นอกเหนือจากจะผลักดันเศรษฐกิจให้การขยายตัวมากขึ้น จากรายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ระบุว่าโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำ และเหมืองแร่ต่างๆ ของลาว อาจทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้พุ่งขึ้นถึง 7.7%


แม้ว่าลาวจะยืนยันตลอดเวลาว่าเขื่อนไซยะบุรีเป็นโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งภาคีกลุ่มเอ็มอาร์ซีรวมทั้งไทยต่างไม่เห็นด้วย เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อการดำรงชีวิตของผู้คนปลายแม่น้ำมากกว่า


จากผลการศึกษาของ MRC เมื่อปีที่แล้วพบว่าการสร้างเขื่อนนี้อาจสร้างความเสียหายไม่ใช่น้อยต่อการผลิต และความหลากหลายของแหล่งปลาในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอาหาร ชลประทาน และคมนาคม ของประชากรราว 60 ล้านคนใน 4 ประเทศ นอกเหนือจากส่งผลกระทบต่อการเกษตร หลายฝ่ายยังวิตกด้วยว่า โครงการนี้จะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งในอนาคต ภายในกลุ่มประเทศที่ใช้แม่น้ำสายนี้ร่วมกัน


แถลงการณ์ประณามการละเมิดข้อตกลงของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง

ในวันที่ 24 เมษายน เครือข่ายภาคประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ประกอบด้วย เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี รวมตัวกันราว 60 คน ที่บริเวณหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ บมจ.ช.การช่าง (CK) เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้บริหารและผู้ถือหุ้น เรียกร้องให้บริษัทยุติการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีในประเทศลาว พร้อมทั้งได้มีการอ่านแถลงการณ์ประณามการละะเมิดข้อตกลงของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง มีเนื้อหาดังนี้


1.บริษัท ช.การช่าง หยุดโครงการเขื่อนไซยะบุรีทันที พร้อมทั้งระงับการก่อสร้างในพื้นที่ จนกว่าการศึกษาผลกระทบของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงจะแล้วเสร็จ มีการเผยแพร่ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างรอบด้าน และมีส่วนร่วม


2.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระงับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี เนื่องจากโครงการยังไม่ได้รับฉันทามติจากประเทศสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงทั้ง 4 ประเทศ


3.ธนาคารกรุงไทย กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ และกรุงเทพ ระงับและยกเลิกการปล่อยเงินกู้เพื่อการสร้างเขื่อนไซยะบุรี เพื่อหยุดสนับสนุนการลงทุนที่ฉวยโอกาสจากประเทศเพื่อนบ้าน 4.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ควรเข้าไปตรวจสอบบริษัทที่จดทะเบียน ให้คำนึงถึงหลักธรรมาภิบาลในการลงทุน เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากล โดยเฉพาะมาตรฐานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม


“เขื่อนไซยะบุรีจะทำลายระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำโขงตอนล่าง และวิถีชีวิตของคนริมฝั่งโขงหลายล้านคน เป็นความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง กว้างขวาง และไม่อาจแก้ไขกลับคืนได้”


เขื่อนไซยะบุรี


เขื่อนในแม่น้ำโขงจะสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนลุ่มน้ำโขงอย่างร้ายแรง

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา ชาวบ้านภายใต้เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน (คสข.) ร่วมกับโครงการฟื้นฟูนิเวศน์ในภูมิภาคแม่น้ำโขง จัดประชุมเสนอรายงานผลการศึกษา “ผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนลุ่มน้ำโขงจากการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ที่ อ.พระธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งผลการศึกษาชี้ชัดว่าเขื่อนในแม่น้ำโขงจะสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนลุ่มน้ำโขงอย่างร้ายแรง พร้อมทั้งได้เรียกร้องให้มีการหยุดหารสร้างเขื่อนไซยะบุรีโดยทันที


คสข. ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ได้จัดทำวิจัยในพื้นที่ 8 ตำบลใน 7 จังหวัดลุ่มน้ำโขงภาคอีสาน รวมทั้งหมด 8 หัวข้อคือ 1) การเกษตรริมฝั่งโขง 2) ปัญหาตลิ่งพัง 3) นาข้าวที่ใช้น้ำจากแม่น้ำโขง 4) การประมง 5) การเพาะพันธุ์ปลา 6) การเลี้ยงปลากระชัง 7) การท่องเที่ยว และ 8) การค้าชายแดน


ผลการวิจัยได้สรุปอย่างชัดเจนว่าเขื่อนในแม่น้ำโขงจะสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชนลุ่มน้ำโขงอย่างร้ายแรง รวมไปถึงผลกระทบด้านอื่นๆอีกจำนวนมาก การสร้างเขื่อนจะทำลายแหล่งความมั่นคงทางอาหารหลักของโลก มูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะเสียหายจากผลกระทบของการสร้างเขื่อนนั้นมีมากกว่ามูลค่าของการสร้างเขื่อน อารยะธรรมลุ่มน้ำโขงจะสูญเสียไปอย่างเรียกร้องกลับคืนมาไม่ได้


ดังนั้น คสข. รวมทั้งเครือข่ายที่รวมกันในนาม เครือข่ายพลเมืองปกป้องแผ่นดินถิ่นเกิดภาคอีสาน เพื่อการปกป้อง ดิน น้ำ ปลา ป่า แร่  จึงเรียกร้องให้ หยุดโครงการเขื่อนไซยะบุรีทันที พร้อมทั้งระงับการก่อสร้างในพื้นที่ จนกว่าการศึกษาผลกระทบข้ามพรมแดนจะแล้วเสร็จ มีการเผยแพร่ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างรอบด้าน และมีส่วนร่วม


เขื่อนไซยะบุรี


กสม.จี้นายกฯ ทบทวนสร้างเขื่อนไซยะบุรี ลาว ระงับสัญญา กฟผ.ซื้อไฟฟ้า

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีขอให้มีคำสั่ง ทบทวนการดำเนินงานก่อสร้างโครงการเขื่อนไซยะบุรี ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่เอกชนของประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการ โดย ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมแม่น้ำโขง และให้มีการระงับการกระทำใดๆ ตามสัญญารับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไว้จนกว่าการตรวจสอบกรณีนี้จะแล้วเสร็จ เพื่อให้เกิดความรอบคอบและถูกต้องตามขั้นตอนกระบวนการดำเนินงานโครงการดังกล่าว และเพื่อจะได้ไม่เกิดความเสียหายแก่ประชาชนและประเทศชาติ


โดยคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากรได้ตรวจสอบพบประเด็นปัญหา 2 หัวข้อใหญ่ คือ

1. การละเมิดข้อตกลงตามสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากโครงการเนื่องจาก กฟผ.ได้ให้หลักประกันในสัญญาว่า โครงการเขื่อนไซยะบุรีจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ ของประชาชนไทยและลาว และยังได้ระบุอีกว่า ได้จัดให้มีการศึกษาผลกระทบอย่างเพียงพอแล้ว ซึ่งประเด็นนี้คณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนฯ พบจากการตรวจสอบว่า รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานศึกษาผลกระทบทางสังคม (SIA) ที่จัดทำโดยบริษัท TEAM Consulting Engineering and Management Co.Ltd. เมื่อเดือน ส.ค. 53 ไม่มีการศึกษาข้อมูลว่าด้วยผลกระทบข้ามพรมแดน โดยผู้ศึกษาได้ขยายพื้นที่การศึกษาผลกระทบออกไปจากพื้นที่เขื่อนเพียงแค่ 10 กม.เท่านั้น โดยไม่ได้มีการประเมินผลกระทบด้านการอพยพของปลา การประมง การเกษตรริมน้ำโขง การใช้น้ำอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะในส่วนของประเทศไทยที่ห่างจากจุดสร้างเขื่อนเหนือขึ้นไป คือ อ.เชียงของ จ.เชียงราย และด้านท้ายเขื่อน คือ อ.เชียงคาน จ.เลย และยังรวมถึงชุมชนต่างๆ ได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงในหลายๆ ด้านดังกล่าว ถึง 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี หรืออาจจะส่งผลกระทบไปตลอดลำน้ำจนถึงปากแม่น้ำโขงในประเทศเวียดนาม


2. ปัญหาผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชน โดยเฉพาะในฝั่งประเทศไทย คณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนฯ เห็นว่า ทั้งๆ ที่โครงการเขื่อนไซยะบุรีจะส่งผลกระทบในหลายด้านดังกล่าว แต่ กฟผ.และรัฐบาลไทย กลับไม่มีการเปิดเผยสัญญารับซื้อไฟฟ้า และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสัญญารับซื้อไฟฟ้าดังกล่าว ต่อสาธารณชนก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวแต่อย่างใด การกระทำของ กฟผ.และรัฐบาลไทยดังกล่าวนี้ จึงอาจไม่เป็นไปตามหลักการในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะหลักการคุ้มครองสิทธิชุมชน ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 50 และอาจขัดต่อข้อกำหนดของมติคณะรัฐมนตรีและมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ รวมทั้งยังอาจขัดต่อหลักการในข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาคแม่น้ำโขง ที่ประเทศไทยลงนามในข้อตกลงดังกล่าวเมื่อพ.ศ. 2538 และหลักธรรมาภิบาลที่ดีอีกด้วย



อ้างอิงเนื้อหาจาก

กสม.จี้นายกฯ ทบทวนสร้างเขื่อนไซยะบุรี ลาว ระงับสัญญา กฟผ.ซื้อไฟฟ้า manager.co.th

ลูกอีสานทำวิจัย ต้านเขื่อนไซยะบุรี prachatai.com

ชาวบ้านลุ่มน้ำโขงเหนือ-อีสาน บุกยื่นหนังสือ ช.การช่าง ค้านเขื่อนไซยะบุรี prachatai.com

ลาวดึงดันเดินหน้าสร้างเขื่อน"ไซยะบุรี" komchadluek.net

ภาพประกอบจาก

khaosod.co.th และ prachatai.com

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


SNF Shop

http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/391275shop_2014_01.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/200744shop_2014_02.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/657611shop_2014_03.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/869180shop_2014_04.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/486169shop_2014_05.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/373229shop_2014_06.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/465487shop_2014_07.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/366116shop_2014_08.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/227221shop_2014_09.jpg