• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size

ว่าด้วยการถมทะเล

อีเมล พิมพ์ PDF
การถมทะเลการถมทะเล (Land Reclamation) ความหมายเฉพาะของคำๆนี้ คือ “การดำเนินการเพื่อให้มีที่ดินขึ้นในพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผืนน้ำ และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ให้กลายเป็นที่ดินที่สามารถใช้ประโยชน์ได้”  ซึ่งมีทั้งการถมพื้นที่ชายฝั่งยื่นออกไปในทะเลและการสร้างเป็นเกาะเทียมขึ้นมา

Land Reclamation เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานแล้วตั้งแต่สมัยโรมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐหมู่เกาะ พื้นที่ที่มีหลักฐานการทำ Land Reclamation เก่าแก่ที่สุดได้แก่ พื้นที่บริเวณปากแม่น้ำทางตะวันตกเฉียงเหนือของ East Anglia ที่เรียกว่า The Wash มีการถมที่ดินบริเวณปากแม่น้ำในพื้นที่ดังกล่าวออกไปเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการทำเกษตรกรรม

ทั่วโลกมีหลายประเทศที่ทำ Land Reclamation มีหลายเหตุผลที่ทำให้ประเทศเหล่านั้นทำ Land Reclamation ทั้งจากสภาพภูมิประเทศที่ส่วนใหญ่เป็นเกาะ หรือมีสภาพพื้นที่ราบในจำนวนน้อยไม่เหมาะแก่การดำรงชีพ สร้างสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ หรือเกิดจากผลกระทบที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง จนพื้นที่บางส่วนของประเทศทรุดหรือหายไป และรวมถึงกิจกรรม  การกระทำบางอย่างของมนุษย์ที่เป็นตัวเร่งกระบวนการทำให้มีการกัดเซาะชายฝั่งมากขึ้น เช่น การสร้างเขื่อนหรือฝายกักเก็บน้ำที่ไม่ปล่อยให้ตะกอนดินไหลลงมาตามแม่น้ำ การขุดทรายในแม่น้ำและชายหาด การขุดลอกร่องน้ำใกล้ชายฝั่งมากเกินไป การใช้น้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินใกล้ชายฝั่งเกินควร การสร้างสิ่งกีดขวางกระแสน้ำที่พัดพาตะกอนดินทรายให้เปลี่ยนทิศทาง

ในบทความนี้ขอยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ไว้เป็นกรณีศึกษา เพราะประเทศสิงคโปร์ดูเหมือนจะเป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญมากที่สุดในการทำ Land Reclamation เนื้อที่ของประเทศสิงคโปร์บริเวณชายฝั่งที่ได้จากการถมที่คิดเป็นสัดส่วนที่มากถึง 20% ของเนื้อที่ทั้งหมดของประเทศ โดยสิงคโปร์มีเป้าหมายจะทำ Land Reclamation เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ถึง 100 ตารางกิโลเมตร ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ.2573)

ในประเทศสิงคโปร์ การถมที่ชายฝั่งถือเป็นวาระระดับชาติ เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของหลายองค์กรด้วยกัน ตั้งแต่รัฐบาลรวมถึงองค์กรต่างๆของรัฐ โครงการถมที่ชายฝั่งทะเล(Foreshore Reclamation) ทั้งหลายในประเทศสิงคโปร์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Ministry of Law โดยกระทรวงนี้ได้ส่งต่อหน้าที่ไปยังคณะกรรมการแห่งชาติซึ่งจัดตั้งตามกฎหมาย (Statutory Board) สามองค์กรหลักคือ  (1.) Housing and Development Board  (2.) Jurong Town Corporation  (3.) Port of Singapore Authority  ซึ่งองค์กรหลักทั้งสามองค์กรนี้จะดูแลในเรื่องการถมที่ชายฝั่งทะเล มีหน้าที่รับผิดชอบโครงการถมที่ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนกระทั่งทำการถมที่เสร็จสิ้น และจัดสรรที่ดินที่ถมนั้นเพื่อใช้สอยต่อไป  แต่ประชาชนของประเทศสิงคโปร์กลับไม่ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการกระทำดังกล่าว  การที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงนั้นประชาชนจะต้องมีสิทธิในการได้รับการรับฟังจากรัฐ (Right to be heard) ตั้งแต่ช่วงของการอนุมัติและการริเริ่มโครงการ จนกระทั่งดำเนินโครงการถมที่ชายฝั่ง  แต่การถมที่ของรัฐบาลสิงคโปร์ในบางครั้งแทบไม่ได้มีการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเลย  ทำให้บางครั้งเกิดกระแสนักวิชาการในมหาวิทยาลัยและองค์การพัฒนาเอกชน หรือ NGO ได้ร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์ว่าโครงการถมที่ดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างถาวรต่อสภาพดั้งเดิมของชายฝั่ง และประชาชนของประเทศก็ไม่มีส่วนร่วมในประเด็นสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง เพราะไม่ได้มีการกำหนดหน้าที่การมีส่วนร่วมไว้โดยชัดแจ้งในกฎหมายของประเทศสิงคโปร์เลย

การถมที่เป็นการตอบโจทย์ของประเทศที่มีขนาดพื้นที่น้อย ทำให้ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมรุดหน้าขึ้นถ้าพื้นที่ในประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำเงินของประเทศ แต่แน่นอนการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติย่อมก่อปัญหาและเกิดผลกระทบได้เป็นเงาตามตัว

การถมที่เพื่อเพิ่มปริมาณที่ดินของประเทศสิงคโปร์ส่งผลกระทบต่อประเทศมาเลเซียจนทำให้เกิดข้อพิพาทระหว่างประเทศและตามมาด้วยการร้องต่อศาลทะเลโลก ประเทศมาเลเซียได้ยื่นคำร้องต่อศาลทะเลโลก(International Tribunal on Law of the Sea) หรือ ITLOS ในเดือนกันยายน พ.ศ.2546 เพื่อออกคำสั่งชั่วคราวให้ประเทศสิงคโปร์หยุดการถมที่บริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชายฝั่งของมาเลเซีย มาเลเซียอ้างว่าโครงการถมที่ชายฝั่งของสิงคโปร์ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศชายฝั่งของมาเลเซีย มีผลกระทบต่อทิศทางการไหลของน้ำที่กัดเซาะชายฝั่งของมาเลเซีย รวมตลอดถึงสภาพแวดล้อมบริเวณนั้น การกระทำดังกล่าวทำให้ช่องแคบTebrau แคบลงเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือไปยังท่าเรือของมาเลเซีย ทำให้การเดินเรือหยุดขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือของสิงคโปร์แทน อย่างไรก็ตาม ศาลทะเลโลกไม่ได้มีคำสั่งระงับโครงการ Land Reclamation แต่ได้ตั้งคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาผลกระทบจากการดำเนินโครงการถมที่บริเวณชายฝั่งประเทศสิงคโปร์ คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลสิงคโปร์และรัฐบาลมาเลเซีย โดยเลือกบุคคลผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาการที่เกี่ยวข้องจากหลายประเทศ เพื่อร่วมกันศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการถมที่ ผลที่เกิดจากการฟ้องคดีของประเทศมาเลเซียทำให้รัฐบาลสิงคโปร์ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นในการดำเนินโครงการถมที่ชายฝั่ง ท้ายที่สุด สิงคโปร์ต้องยอมจ่ายค่าก่อสร้างและบำรุงรักษาเขื่อนกันกระแสน้ำให้แก่มาเลเซียเป็นเงิน 182,300 เหรียญสหรัฐฯ และจ่ายค่าเสียหายให้แก่ชาวประมงมาเลเซียเป็นเงิน 98,550 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งต้องแก้ไขแบบก่อสร้างของตนเพื่อลดความเสียหายแก่ประเทศเพื่อนบ้านให้เหลือน้อยที่สุดด้วย

ในประเทศไทย การถมทะเลหรือทะเลสาบ นอกเขตชายฝั่งเดิมทั้งนี้ไม่รวมถึงการฟื้นฟูสภาพชายหาด เป็นโครงการหรือกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของชุมชนอย่างรุนแรงต้องมีการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ(HIA) รายงานประเมิณผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชน และองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพให้ความเห็นก่อนทำโครงการ  รวมถึงต้องมีการแก้กฎหมายอีกหลายฉบับ เพราะกฎหมายที่มีอยู่ตอนนี้ไม่มีกฎหมายฉบับใดที่เอื้อให้มีการถมทะเลในประเทศไทย รวมถึงคำถามที่ว่าสถานะทางกฎหมายของที่ดินที่ทำการถมแล้วจะตกเป็นของใคร

พื้นที่อ่าวไทยตอนใน เป็นแหล่งธรรมชาติที่มีคุณค่าและความสำคัญเป็นอย่างมาก เป็นแหล่งกำเนิดสรรพชีวิต เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ แหล่งหากินที่สำคัญของนกชายเลน เป็นแหล่งทำการประมงที่สำคัญของประเทศ ฯลฯ แน่ใจได้อย่างไรว่าการถมทะเลจะทำให้รัฐได้กำไรกลับคืนมามากกว่าสิ่งที่เสียไปอันเนื่องมาจากการถมทะเล รวมถึงถ้ามีการถมทะเลอย่างไม่รอบคอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของการถมที่ออกไปยังชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทย อาจทำให้เกิดข้อพิพาททางทะเลระหว่างประเทศและนำมาซึ่งการชดใช้ค่าเสียหายมหาศาลก็เป็นได้



ข้อมูลอ้างอิง:
- ฝ่ายพัฒนากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ข่าวสารพัฒนากฎหมาย 13 กันยายน 2549           ถมทะเล(Land Reclamation)
- รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ (Final Report) โครงการศึกษาวิจัย เรื่อง มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการนำที่ดินที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะกลับมาใช้ประโยชน์ (Land Reclamation) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
มีนาคม 2553 หน้า 3-151, 3-158 3-159,
- ปกรณ์ นิลประพันธ์ การถมทะเลกับปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องพิจารณา
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


รับข่าวสาร


nodam

SNF Shop

http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/391275shop_2014_01.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/200744shop_2014_02.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/657611shop_2014_03.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/869180shop_2014_04.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/486169shop_2014_05.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/373229shop_2014_06.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/465487shop_2014_07.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/366116shop_2014_08.jpg http://www.seub.or.th/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/227221shop_2014_09.jpg